IZU: เที่ยวคาบสมุทรอิซุ (ตอนที่ 3: ฝั่งตะวันตก)

ที่เที่ยวอิซุ things to do in izu

Izu-Peninsula, Japan (Part 3: Western)

คาบสมุทรอิซุ, ญี่ปุ่น (ตอนที่ 3: ฝั่งตะวันตก)

มาถึงตอนที่ 3 ซึ่งเป็นตอนสุดท้ายของการพาเที่ยวคาบสมุทรอิซุกันแล้ว ดังนั้นก่อนที่จะเริ่ม เรามาทำการทบทวนกันสักนิดครับ ก่อนหน้านี้ ในตอนที่ 1 วาฬได้เริ่มต้นจากฝั่งตะวันออก ซึ่งอยู่ใกล้กับโตเกียวมากที่สุด จากนั้น เราไปต่อกันที่ ตอนที่ 2 ซึ่งวาฬได้พาทุกคนลัดเลาะลงไป จนถึงบริเวณใต้สุดของคาบสมุทรอิซุ เที่ยวจนครบแล้ว จึงค่อยย้อนกลับขึ้นมาเก็บตกในแถบตอนกลางนั่นเอง

เอาล่ะครับ!! สำหรับตอนที่ 3 นี้ เราก็จะมาปิดท้ายกันที่ โซนฝั่งตะวันตก ซึ่งก็จะครบทั่วทั้ง คาบสมุทรอิซุ พอดีครับผม ไฮไลท์ที่สำคัญ คือ การชมภูเขาไฟฟูจิ ในมุมมองที่แปลกใหม่มากยิ่งขึ้นไปอีก โดยโซนนี้ จะประกอบไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ในเขต เมืองมิชิมะ (Mishima), เมืองนูมาซุ  (Numazu), ตำบลมัตสึซากิ (Matsuzaki), ตำบลนิชิอิซุ (Nishiizu), เมืองอิซุ (Izu) ก่อนที่จะไปจบทริปที่ เมืองชิซูโอกะ (Shizuoka) เมืองเอกของจังหวัดชิซูโอกะ ซึ่งมีรถไฟชินคันเซนผ่าน ทำให้เราสามารถเดินทางกลับโตเกียวได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้นครับผม

เหมือนกับทุกครั้งครับ ลำดับของสถานที่ จะเป็นไปตามลำดับของรูป เพื่อให้ทุกคนจะได้ไม่งงเส้นทาง สามารถเที่ยวตามกันไปเป็นเมือง ๆ ได้ อย่างไม่สับสน และคำอธิบาย, วิธีการเดินทาง รวมถึงรีวิวของ แต่ละสถานที่นั้น ก็จะอยู่ใต้ภาพเรียบร้อยแล้ว ขอบคุณทุกคนที่อยู่ด้วยกันมาจนถึงตอนสุดท้ายนะครับ ยังไงก็อย่าลืมติดตามวาฬในทริปต่อไปเรื่อย ๆ ด้วยน้า


จากเมือง อิซุโนะคุนิ (Izunokuni) ในตอนที่แล้ว เราจะใช้รถไฟ (ขึ้นที่สถานี Izu-Nagaoka) เพื่อมายังเมือง มิชิมะ (Mishima) จุดเริ่มต้นของตอนที่ 3 กันนะครับ

เพียงแค่ ลงรถไฟ สถานี JR Mishima ก็จะได้เห็นวิวเมือง และภูเขาไฟฟูจิสวย ๆ แบบนี้แล้ว วาฬขอต้อนรับทุกคนเข้าสู่ ตอนที่ 3 อย่างเป็นทางการคร้าบ

Mishima Taisha, Mishima

ศาลเจ้ามิชิมะ, มิชิมะ

ศาลเจ้าชื่อดังแห่งอิซุ ที่มีความเก่าแก่มากจนผู้บันทึกเหตุการณ์ในแต่ละสมัย ยังไม่อาจทราบได้อย่างแน่ชัดเลยว่าสร้างขึ้นเมื่อใด ในปัจจุบันเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจในด้านความเชื่อของผู้คนในจังหวัดชิซูโอกะ และมักจะมาขอพรให้มีโชคลาภในช่วงเทศกาลสำคัญต่าง ๆ กันอย่างเนืองแน่น อีกหนึ่งไฮไลท์ที่สำคัญคือ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ที่นี่จะกลายเป็นจุดชมซากุระ ที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในคาบสมุทรอิซุเลยทีเดียวครับ

พิกัด: https://goo.gl/maps/HGpLfwGho3r
การเดินทาง: ลงรถไฟสถานี JR Mishima แล้วเดินต่อไปยังศาลเจ้าประมาณ 1 กิโลเมตร 10 นาที
เว็บไซต์: https://www.guidoor.jp/th/place/mishima/mishima-taisha-shrine/


Mishima skywalk

Mishima Skywalk, Mishima

มิชิมะ สกายวอร์ค, มิชิมะ

เริ่มต้นตอนที่ 3 กันที่จุดชมภูเขาไฟฟูจิกันเลยครับ คราวนี้วาฬพามาที่ มิชิมะ สกายวอร์ค สะพานแขวนคนเดินที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น (ยาว 400 เมตร สูง 70.6 เมตรจากระดับน้ำทะเล) ถือเป็นแหล่งชมวิวภูเขาไฟฟูจิ ที่เขยิบเข้ามาใกล้มากขึ้นกว่า 2 ตอนที่ผ่านมา ทำให้ในวันที่ท้องฟ้าเปิดเต็มที่ เราจะได้เห็นภูเขาไฟฟูจิ แบบเต็มตาและชัดเจนมาก ๆ ครับ นอกจากนี้ ยังสามารถมองเห็น อ่าวซุรุงะ (Suruga)  หรือทะลฝั่งตะวันตกของคาบสมุทรอิซุ ได้อย่างสวยงามมาก ๆ อีกด้วย (อ่าวแห่งนี้มีร่องน้ำที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่นด้วยนะครับ)

สำหรับใครที่ชอบความหวาดเสียว ที่นี่มี “ซิปไลน์” หรือ การเล่นโหนสลิง ไว้คอยให้บริการด้วยนะครับ ส่วนใครที่มาสายชิลล์ ก็ยังมีคาเฟ่ บรรยากาศดี ๆ เปิดให้นั่งจิบกาแฟ กันไปเพลิน ๆ หรือ ถ้าใครเป็นสายธรรมชาติ ผสมกับสายมูหน่อย ๆ ก็ห้ามพลาดเลย ที่จะหาซื้อเครื่องราง ที่มีเมล็ดพันธุ์ของต้นไม้แปะติดไว้ ให้เราอธิษฐานขอพร ก่อนที่จะโยนลงไปจากสะพาน เพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวต่อไป เรียกได้ว่า ตอบโจทย์ครบทุกแนวจริง ๆ ครับ 

พิกัด: https://goo.gl/maps/kYmwS5g9jWU2
การเดินทาง: จากสถานี JR Mishima ให้นั่งรถบัสจากหน้าสถานีที่ป้ายหมายเลข 5 มายังป้าย Mishima Skywalk  ประมาณ 25 นาที 
เวลา: 9.00 – 17.00
ค่าเข้า: 1,000 เยน
เว็บไซต์: http://mishima-skywalk.jp/pdf/english_pamph_2018.pdf


Love Live! Sunshine!! Locations, Numazu

ตามรอยสถานที่จริงใน เลิฟไลฟ์! ซันไชน์!!, นูมาซุ  

เลิฟไลฟ์! ซันไชน์!! เป็นชื่อของอนิเมะ เกี่ยวกับ “สคูลไอดอล” ที่กำลังโด่งดังมาก ๆ ในญี่ปุ่น และเริ่มมีผู้ติดตาม ชาวไทยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความน่ารักสดใส และความสมจริง ของเหล่าตัวละครเด็กสาวในเรื่อง ได้สร้างกลุ่มแฟนคลับที่เหนียวแน่น ให้อารมณ์ไม่ต่างไปจาก โอตะของ BNK48 ประมาณนั้นเลยครับ และ เลิฟไลฟ์! ซันไชน์!! ได้เลือกใช้ฉากหลัง เป็นเมืองนูมาซุ (Numazu) ทำให้สถานที่ต่าง ๆ ส่วนมาก ซึ่งถูกวาดออกมาเป็นภาพการ์ตูนอย่างวิจิตรสวยงามนั้น จึงล้วนแล้วแต่ มีอยู่จริง และรอคอยให้แฟน ๆ อนิเมะ ได้มาตามรอยกันนั่นเอง

หนึ่งในสถานที่สำคัญ ที่ต้องไปให้ได้เลยก็คือ เกาะอะวะชิมะ (Awashima) เพราะเป็นศูนย์รวมของ โลเคชันเด่น ๆ จากอะนิเมะ ที่ครบมากที่สุดแห่งหนึ่งในนูมาซุ ไม่ว่าจะเป็น บริเวณท่าเรือของเกาะ, อะวะชิมะ มารีน พาร์ค (Awashima Marine Park) หรือ ศาลเจ้าอะวะชิมะ (Awashima Shrine) นั่นเองครับ

แค่ก้าวแรกที่เข้ามาในเมือง เราก็จะได้เห็นรูปของตัวละครและฉากต่าง ๆ ปรากฎอยู่แทบจะทุกที่อยู่แล้ว ทั้ง ในสถานีรถไฟ, ในขบวนรถไฟ, ในรถบัสโดยสาร หรือ ในเรือข้ามฟากก็ตาม ใครที่เป็นแฟนคลับ เลิฟไลฟ์! ซันไชน์!! ต้องลองมาตามรอยกันให้ได้สักครั้งครับ ไม่ผิดหวังแน่นอน

พิกัด Awashima Marine Park : https://goo.gl/maps/m2fp7urC4uz
การเดินทาง: จากสถานี JR Numazu ขึ้นรถบัสที่ป้ายหมายเลข 8 ปลายทาง Awashima Marine Park 
เวลา: 9.30 – 17.00
ค่าเข้า: 1,800 เยน
เว็บไซต์: http://www.marinepark.jp/english/

ศาลเจ้าอะวะชิมะ (Awashima Shrine) อีกหนึ่งโลเคชันของ เลิฟไลฟ์! ซันไชน์!! ที่ต้องมาตามรอยครับ

เรือข้ามฟากไปยังเกาะอะวะชิมะ (Awashima)

อะวะชิมะ มารีน พาร์ค (Awashima Marine Park) ถือเป็นไฮไลท์ของการตามรอย เลิฟไลฟ์! ซันไชน์!! เลยครับ ยังไงก็ห้ามพลาด


Izu-Mito Sea Paradise, Numazu

อิสุ มิโตะ ซีพาราไดซ์, นูมาซุ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้ มีดีที่ เราสามารถมองเห็นวิวของภูเขาไฟฟูจิได้ ขณะกำลังชมการแสดงโชว์โลมาไปพร้อม ๆ กัน ดังนั้น ในวันที่อากาศแจ่มใส และท้องฟ้าเปิดเต็มที่ วาฬจึงแนะนำมาก ๆ เลยครับ น่าจะเป็นบรรยากาศที่แปลกใหม่ในการดูภูเขาไฟฟูจิสำหรับใครหลาย ๆ คนเลยทีเดียว

พิกัด: https://goo.gl/maps/914Ba87rEfA2
การเดินทาง: ลงสถานี Izu Nagaoka แล้วนั่งรถบัส Izu Hakone ลงป้าย Izu-Mito Sea Paradise
เวลา: 9.00 – 17.00
ค่าเข้า: 1,960 เยน
เว็บไซต์: http://www.izuhakone.co.jp/seapara/

Izu-Mito Sea Paradise


Namako kabe Street, Matsuzaki

ซอยนามาโกะคาเบะโดริ, มัตสึซากิ

เสร็จจากเมืองนูมาซุ (Numazu) วาฬขอพาทุกคนลงมายังใต้สุดของฝั่งตะวันตก เพื่อชมหนึ่งในสัญลักษณ์ของตำบลมัตสึซากิ อย่าง “ซอยนามาโกะคาเบะโดริ” ที่บ้านเรือนตลอดสองข้างทางของถนนนั้น ล้วนตกแต่งผนังและรั้ว ด้วยการติดกระเบื้องเรียงชิดกัน แล้วฉาบปูนปลาสเตอร์ตรงรอยต่อระหว่างกระเบื้อง ให้นูนสูงขึ้น มีลักษณะคล้าย ปลิงทะเล หรือ ที่ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “นามาโกะ” (Namako) ซึ่งเป็นอะไรที่ ดูสวยงาม  และแปลกตา แต่ก็เข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ กับอาคารทรงย้อนยุคเหล่านี้ เป็นอย่างมากเลยทีเดียวครับ

พิกัด: https://goo.gl/maps/77BTDx3aPXP2
การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR ลงสถานี Shuzenji แล้วต่อรถบัส Tokai ปลายทาง Matsuzaki 
เว็บไซต์: https://www.guidoor.jp/th/place/matsuzaki/chohachi-art-museum/

Namako kabe Street, Matsuzaki


Dogashima Cave, Nishiizu

Dogashima Cave, Nishiizu

ถ้ำโดงาชิมะ, นิชิอิซุ

ถ้ำโดงาชิมะ ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งตะวันตกของคาบสมทุรอิซุ เราสามารถนั่งเรือเข้าไปชมภายในถ้ำได้ (เรือพาชมรอบ ๆ อ่าว และเข้าไปในถ้ำ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที) โดยมีไฮไลท์คือ ภาพความสวยงามของ จุดที่เพดานถ้ำพังถล่มลงมา จนเกิดเป็นช่องว่าง ให้แสงอาทิตย์สาดส่องลงไปกระทบกับผิวน้ำ ส่วนภายนอกถ้ำนั้น ยังเป็นบริเวณที่ นักท่องเที่ยวนิยมเดินเล่น เพื่อสัมผัสกับบรรยากาศของชายฝั่งโดงาชิมะ  หรือ จะรอชมพระอาทิตย์ตกดิน ก็เป็นอะไรที่ดีงามไม่น้อยเช่นกันครับ

พิกัด: https://goo.gl/maps/EhHyf8weFwG2
การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR ลงสถานี Shuzenji แล้วต่อรถบัส Tokai ปลายทาง Matsuzaki ลงป้าย Dogashima
เวลา: 8.15 – 16.30
ค่านั่งเรือ: เริ่มต้นที่ 1,200 เยน (สำหรับรอบเล็ก)
เว็บไซต์: http://izudougasima-yuransen.com/en/

Dogashima Cave, Nishiizu

Dogashima Cave, Nishiizu


Ootago Beach, Nishiizu

Ootago Beach, Nishiizu

ชายหาดโอทาโงะ, นิชิอิซุ

ชายหาดโอทาโงะ เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดินชื่อดัง และสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในคาบสมุทรอิซุครับ ด้วยแนวโขดหินรูปร่างแปลกตา และเกาะแก่งมากมาย ในบริเวณชายฝั่ง ช่วยส่งเสริมให้ฉากหลังที่เป็นภาพของพระอาทิตย์กำลังลาลับขอบฟ้าในยามเย็นนั้น ดูสวยงามตรึงตาตรึงใจมากยิ่งขึ้นไปอีก ลองเช็คเวลาพระอาทิตย์ตกดินในแต่ละฤดูกาลให้ดี หากไม่ไกลจากจุดที่กำลังเที่ยวอยู่ วาฬอยากให้ลองไปชมกันให้ได้เลยครับ

พิกัด: https://goo.gl/maps/KpnAag4pTUK2
การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR ลงสถานี Shuzenji แล้วต่อรถบัส Tokai ปลายทาง Matsuzaki ลงป้าย Ootago
เว็บไซต์: https://zekkeijapan.com/spot/index/376/

Koganezaki Cape, Nishiizu แหลมโคะงาเนะซากิ, นิชิอิซุ

Koganezaki Cape, Nishiizu

แหลมโคะงาเนะซากิ, นิชิอิซุ

ในคาบสมุทรอิซุฝั่งตะวันตก มีแหลม หรือ ชายหาดสวย ๆ ที่เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินมากมาย แต่ทั้งนี้  แหลมโคะงาเนะซากิเอง ก็ยังคงมีเอกลักษณ์พิเศษที่ไม่เหมือนใคร ชวนให้ลองไปสัมผัสกันมาก ๆ นั่นก็คือ หน้าผาที่ยื่นออกไปในทะเล ซึ่งมีรูปร่างคล้ายส่วนหัวของม้าอย่างน่าทึ่ง โดยในวันที่ท้องฟ้าเปิด และแสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องลงมาที่หน้าผาพอดี หน้าผาดังกล่าวจะกลายเป็นม้าสีทองอร่าม ที่สวยงามมาก ๆ ครับ

น่าเสียดายมาก ๆ ตอนที่วาฬไป อากาศไม่ค่อยดี เลยอดเก็บภาพม้าสีทองมาฝากทุกคนกันเลย ได้เท่านี้ไปก่อนแล้วกันนะครับ ใครได้ไปมาในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส และเห็นม้าสีทอง อย่าลืมถ่ายรูปมาแชร์ให้วาฬดูด้วยน้า

พิกัด: https://goo.gl/maps/wgw4ReYqjrj
การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR ลงสถานี Shuzenji แล้วต่อรถบัส Tokai ปลายทาง Matsuzaki ลงป้าย Koganezaki Crystal Park
เว็บไซต์: https://www.japan.travel/en/spot/1277/

Koibito Misaki (Lover’s Cape), Izu

โคอิบิโตะ มิซากิ (แหลมคู่รัก), อิซุ

ในบรรดา อนุสรณ์แห่งความรัก มากมายในญี่ปุ่น โคอิบิโตะ มิซากิ คือหนึ่งในแหลมคู่รักออริจินอล ที่โด่งดังเป็นอย่างมากในหมู่คนญี่ปุ่นมาช้านาน จนกลายเป็น สถานที่จัดงานแต่งงานยอดฮิต โดยมีสักขีพยานเป็นทิวทัศน์ของภูเขาไฟฟูจิ  ที่ปรากฏเป็นฉากหลังอย่างสวยงามอีกด้วย ส่วนนักท่องเที่ยวก็จะนิยมมาสั่นกระดิ่ง (Bell of Love) เพื่อขอพรให้ความรักสมหวังนั่นเองครับ

พิกัด: https://goo.gl/maps/74CahdQejmP2
การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR ลงสถานี Shuzenji แล้วต่อรถบัส Tokai ปลายทาง Matsuzaki ลงป้าย Koibito Misaki
เวลา: 9.00 – 17.00
เว็บไซต์: http://koibito.toi-onsen.com


Nishiizu Crystal View Hotel, Nishiizu

นิชิอิซุ คริสตัล วิลล์ โฮเทล, นิชิอิซุ

สำหรับที่พักประจำตอนที่ 3 นี้ วาฬขอแนะนำเป็น นิชิอิซุ คริสตัล วิลล์ โฮเทล เพราะนอกจากจะใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวหลัก ๆ แล้ว ยังเป็นโรงแรมที่สามารถมองเห็นวิวทะเล และพระอาทิตย์ตกดิน ได้อย่างสวยงามอีกด้วยครับ ห้องพักของที่นี่จะมีขนาดค่อนข้างใหญ่กว่า โรงแรมอื่น ๆ เมื่อเทียบกับราคาที่ใกล้เคียงกัน และพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน รวมถึงบ่อออนเซ็นแบบแยกชาย-หญิง และ สระว่ายน้ำ ครับผม

พิกัด; https://goo.gl/maps/WbKWU3ByhwT2
การเดินทาง: สามารถนั่งรถบัส Tokai มาลงป้าย Dogashima หรือ Toi Port แล้วให้รถโรงแรมมารับโดยการแจ้งล่วงหน้า
เว็บไซต์: http://www.crystal-view.jp/en/page1

Suraga Bay Ferry, Izu

Suraga Bay Ferry, Izu

เรือข้ามฟากอ่าวซุรุงะ, อิซุ

หลังจากเที่ยวจนทั่วคาบสมุทรอิซุแล้ว วาฬแนะนำให้ ใช้บริการเรือข้ามฟากอ่าวซุรุงะ เพื่อพุ่งตรงไปปิดท้ายทริปที่เมืองชิซูโอกะ (Shizuoka) เมืองเอกของจังหวัดชิซูโอกะ ซึ่งใช้เวลาโดยสารรอบละ ประมาณ 70 นาที เท่านั้นครับ ข้อดีก็คือ วิธีนี้จะทำให้เราได้เห็นวิวภูเขาไฟฟูจิอย่างเต็มตาจากอ่าวซุรุงะ และยังได้เปลี่ยนบรรยากาศการเดินทางจากการนั่งรถไฟมาเป็นลงเรือดูบ้างอีกด้วยครับ

พิกัด: https://goo.gl/maps/yA42xRgXBU92
การเดินทาง: นั่งจากฝั่ง IZU นั่งรถไฟ JR ลงสถานี Shuzenji แล้วต่อรถบัส Tokai ลงป้าย Toi Port
ราคา: 2,260 เยน 
เว็บไซต์: https://www.dream-ferry.co.jp/en/


Chibi Maruko-chan Land, Shizuoka

Chibi Maruko-chan Land, Shizuoka

จิบิ มารุโกะจังแลนด์, ชิซูโอกะ

“จิบิ มารุโกะจัง” เป็นหนึ่งใน มังงะ และอนิเมะ ชื่อดัง ที่น่าจะอยู่ในความทรงจำของแฟน ๆ ชาวไทย มากที่สุดเรื่องหนึ่งเลยก็ว่าได้ ด้วยเพราะเสน่ห์จาก ความน่ารัก และความคิดที่ไม่เหมือนใคร ของ มารุโกะจัง เด็กหญิง ป.3 ที่เป็นตัวละครเอกของเรื่อง เรามาถึงเมือง ชิซูโอกะ ที่เป็นเสมือนบ้านเกิดของ จิบิ มารุโกะจัง ทั้งที ย่อมไม่ควรพลาดที่จะแวะไปสัมผัสกับเรื่องราวของการ์ตูนเรื่องนี้ กันที่ “ จิบิ มารุโกะจังแลนด์” พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงภาพวาดต้นฉบับของอาจารย์ โมโมโกะ ซากุระ (Momoko Sakura) ผู้ให้กำเนิด มารุโกะจัง รวมถึง โซนจำลองฉากต่าง ๆ ในเรื่องที่ทำออกมาได้น่ารักมาก ๆ เลยครับผม

โดยเฉพาะในโซนห้องเรียน ที่เราจะได้พบกับ มารุโกะจัง ออกมาถ่ายรูปคู่กับนักท่องเที่ยวกันด้วย แฟน ๆ มารุโกะจัง ห้ามพลาดเลยฮะ สำหรับในโซนของที่ระลึก ก็จัดเต็มด้วยสินค้าลวดลาย มารุโกะจัง หลากหลายชนิด ที่มีให้เลือกช้อปกันจนเพลินอย่างแน่นอนคร้าบ

พิกัด: https://goo.gl/maps/iUaR1eB55S12
การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR ลงสถานี Shimizu จะมี Free Shuttle Bus จากสถานีไปที่ห้าง S-Pulse Dream Plaza โดยพิพิธภัณฑ์มารูโกะจะอยู่ที่ชั้น 3 
เวลา: 10.00 – 20.00
ค่าเข้า: 600 เยน
เว็บไซต์: http://www.chibimarukochan-land.com

Chibi Maruko-chan Land, Shizuoka


 Maruzen Tea Roaster, Shizuoka

Maruzen Tea Roaster, Shizuoka

มารุเซ็น ที โรสเทอร์, ชิซูโอกะ

จังหวัดชิซูโอกะ เป็นแหล่งปลูกชาเขียว คุณภาพดี และมีขนาดใหญ่เป็นอันดับหนึ่งในญี่ปุ่น ดังนั้น มาถึงแล้วทั้งที จะพลาดชิมชาเขียวแห่งชิซูโอกะไปได้อย่างไรจริงมั้ยครับ วาฬจึงพาทุกคนมาที่ “มารุเซ็น ที โรสเทอร์” ร้านชาชื่อดัง ที่เสิร์ฟชาเขียวให้เรา แบบชงมืออย่างปราณีตแก้วต่อแก้ว โดยไฮไลท์คือ เราสามารถเลือกระดับการคั่วของชา ได้ตามความชอบ ซึ่งจะให้รสชาติ และความเข้มข้นที่แตกต่างกัน และที่เด็ดไปกว่านั้น แถมยังขายดีมาก ๆ อีกด้วย ก็คือ เจลาโต้ (Gelato) ที่ทำจาก มัทฉะ (ผงชาเขียว) และ โฮจิฉะ (ชาเขียวคั่ว) ที่ให้เลือกระดับการคั่วได้เช่นกัน วาฬขอรับรองเลยว่าอันนี้อร่อยจริงครับผม ยังไงก็ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยฮะ

พิกัด: https://goo.gl/maps/yQRjGdm9quH2
การเดินทาง: ลง JR สถานี Shizuoka แล้วเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที
เวลา: 11.00 – 19.00
เว็บไซต์: www.maruzentearoastery.com


Aoba Oden Street, Shizuoka

Aoba Oden Street, Shizuoka

ถนน อาโอบะ โอเด้ง, ชิซูโอกะ

ใครที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นบ่อย ๆ น่าจะเคยได้ลิ้มลอง โอเด้ง จากร้านสะดวกซื้อกันมาบ้างแน่ ๆ ด้วยความหอมของ น้ำซุปดาชิร้อน ๆ และรสชาติที่กลมกล่อม ย่อมทำให้หลายคนติดใจได้ไม่ยากเลยครับ แต่ถ้าใครอยากจะชิม โอเด้ง สูตรต้นตำหรับ แบบครบเครื่องจริง ๆ แล้วล่ะก็ วาฬขอแนะนำให้รู้จักกับ “ถนน อาโอบะ โอเด้ง” แหล่งรวมร้านโอเด้ง เจ้าอร่อย โดยจุดที่ไม่เหมือนกับ โอเด้ง ตามร้านสะดวกซื้อ ก็คือ ความเข้มข้นของน้ำซุป และ ชนิดของอาหารเสียบไม้ ที่มีให้เลือกมากกว่า  รับรองว่า ถูกใจคนรักโอเด้งอย่างแน่นอนคร้าบ

พิกัด: https://goo.gl/maps/ZZwP3eYUEdk
เวลา: ร้านส่วนใหญ่จะเปิดตั้งแต่ 17.00 เป็นต้นไป


แนะนำ

เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางในอิซุ วาฬแนะนำให้เลือกซื้อพาส ที่ครอบคลุมแหล่งท่องเที่ยวที่เราจะไปนะครับ หลัก ๆ เลย ได้แก่

– สายสีแดง ชมธรรมชาติ พระอาทิตย์ตกดิน ชายหาด ถํ้า และหน้าผาโขดหินต่าง ๆ (ทั้งฝั่งตะวันตก และตะวันออก)

– สายสีเขียว ชมนํ้าตก ฟาร์มวาซาบิ และชายฝั่งตะวันออก (เน้นที่ตอนกลางของคาบสมุทร)

– สายสีนํ้าเงิน ชมภูเขาไฟฟูจิ (ฝั่งตะวันตกตอนบน)

จริง ๆ แล้วมีมากกว่านี้ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์เลยครับ

วิธีที่ดีที่สุดในการตัดสินใจว่าจะซื้อพาสอะไร ให้เริ่มจากการเลือกสถานที่ที่อยากไปมาก่อน หลังจากดูรีวิวของวาฬครบทั้ง 3 ตอนแล้ว จากนั้น จึงค่อยมาพิจารณารายละเอียดของพาสต่าง ๆ ว่าอันไหนครอบคลุมที่สุด ซึ่งจะใช้ได้กับ ทั้งรถไฟ รถบัส และเรือข้ามฟาก ซึ่งถือได้ว่าคุ้มค่ามาก ๆ ครับ

แต่หากใครมีเวลามาก และตั้งใจจะเก็บตามวาฬทั้ง 3 ตอนเลย ก็แนะนำให้ เช่ารถขับ จะสะดวก และประหยัดมากกว่าครับผม


จบตอนที่ 3 เรียบร้อยครับผม และก็เป็นตอนสุดท้ายของการพาเที่ยวคาบสมุทรอิซุแล้วด้วย สำหรับใครที่ยังไม่ได้อ่านตอนที่ 1 และ ตอนที่ 2 สามารถเข้าไปติดตามได้จากลิ้งค์ด้านล่างนี้เลยนะคร้าบบบ

ตอนที่ 1 >> https://flyingwhale.me/guide-book/thingtodoinizu/

ตอนที่ 2 >> https://flyingwhale.me/guide-book/japan/thingtodoinizu2/