Okinawa: 12 สถานที่ที่ต้องไปในโอะกินะวะ

12 Places to Go in Okinawa

12 สถานที่ที่ต้องไปในโอะกินะวะ

ถ้าคุณมีวันหยุดพักร้อนแบบเต็มที่แค่ 4-5 วัน แต่อยากไปเที่ยวต่างประเทศให้คุ้มค่า และพร้อมกับโจทย์ที่ว่า ต้องไปให้ไกลกว่าฮ่องกง หรือสิงคโปร์ วาฬคิดว่าญี่ปุ่น คงเป็นเป้าหมายที่เหมาะสมที่สุดแห่งหนึ่ง ด้วยความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความตื่นตาตื่นใจในกิจกรรมการท่องเที่ยวแบบจัดเต็มสุด ๆ ของประเทศนี้

คำถามต่อมาคือ ส่วนไหนของญี่ปุ่นดีล่ะ ที่จะลงตัวกับค่าตั๋วเครื่องบิน วันหยุดที่จำกัด และหลีกหนีความจำเจจากที่ได้ยินกันบ่อย ๆ ว่า ใคร ๆ ก็ไปญี่ปุ่น วันนี้ วาฬจึงขอแนะนำ โอะกินะวะ Okinawa เกาะเล็ก ๆ ที่ความฟินไม่เล็กตามขนาดอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น อาหารทะเลสด ๆ แบบพื้นเมืองขนานแท้ อควาเรียมขั้นเทพที่ต้องไปเห็นกับตาตัวเอง หรือ ภูมิประเทศสุดพิเศษที่หาชมไม่ได้ที่อื่นในญี่ปุ่น

ข้อมูล สักเล็กน้อยนะครับ เกาะโอะกินะวะ เป็นเกาะหลักในหมู่เกาะของจังหวัดโอะกินะวะ ที่ตั้งอยู่ทางใต้สุดของประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วยหมู่เกาะริวกิว นับร้อยเกาะ มีเมืองเอกคือเมืองนะฮะ (Naha) โอะกินะวะ เป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศในฝันของคนญี่ปุ่น โดยเฉพาะในฤดูร้อน อารมณ์คล้าย ๆ คนไทยไปเที่ยวทะเลที่เกาะสมุย หรือ เกาะภูเก็ต ด้วยที่ตั้งของเกาะที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้แบบใต้สุด ๆ และห่างมาก ๆ จาก 4 เกาะหลักของญี่ปุ่น ทำให้อากาศที่โอะกินะวะ ค่อนข้างอบอุ่นไปจนถึงร้อน และไม่หนาวเย็นในฤดูหนาวเท่ากับญี่ปุ่นส่วนอื่น ๆ จึงเหมาะกับกิจกรรมชายหาดทุกรูปแบบนั่นเอง

ด้วยความที่เป็นเมืองท่องเที่ยว ถึงแม้ว่า โอะกินะวะ Okinawa จะอยู่ห่างไกลจาก 4 เกาะหลัก เป็นอย่างมาก แต่ความเจริญแบบเมืองก็ยังสามารถสัมผัสได้ในตัวเมืองเอกอย่าง เมืองนะฮะ ดังนั้น นักช้อปจึงไม่ต้องกังวลเลยว่าจะมาเสียเที่ยว (แม้จะไม่อลังการเท่าโตเกียว โอซาก้า ซัปโปะโระก็ตามครับ)

การเดินทางใน เกาะโอะกินะวะ จะแตกต่างจาก 4 เกาะหลักพอสมควรเลยนะครับ นอกจากรถไฟโมโนเรลที่วิ่งผ่านใจกลางของเมืองนะฮะแล้ว คุณจะไม่พบเห็นระบบขนส่งแบบรางประเภทอื่น ๆ อีกเลยในเกาะนี้ ดังนั้น วาฬจึงขอแนะนำ รถเช่า เป็นวิธีการเดินทางท่องเที่ยวหลักในเวลาจำกัดที่สะดวก และประหยัดอย่างที่สุด ขั้นตอนการเช่ารถก็แสนจะง่ายดาย บริษัทรถเช่าจะมารับคุณหน้าสนามบินเพื่อไปรับรถที่ออฟฟิศของแต่ละเจ้าเลยครับ สะดวกสุดๆ

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวใน โอะกินะวะ Okinawa นั้น ต้องบอกก่อนเลยว่า มีเยอะมาก แต่วันนี้ตามโจทย์ของทริปเรื่องเวลาที่จำกัดเพียง 4-5 วัน เพราะฉะนั้น วาฬเลยคัดเลือกมาเป็น 12 ที่เที่ยวที่ไม่ควรพลาด และไปได้ง่ายด้วยรถยนต์ ส่วนจะมีที่ไหนกันบ้าง ตามมาดูกันเลยคร้าบ

หมายเหตุ

1.เวลาเปิด-ปิดของสถานที่อาจปรับเปลี่ยนตามฤดูกาล

2.ทริปนี้วาฬเดินทางช่วงกลางเดือนมกราคม จึงเป็นฤดูหนาวนะครับผม


1.Shuri castle

ปราสาทชูริ

ปราสาทเก่าแก่ที่ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของโอะกินะวะ ด้วยสถาปัตยกรรมที่ต่างไปจากปราสาทอื่นๆในเกาะหลัก และสีแดงสดของตัวปราสาท ทำให้ปราสาทชูริงดงามอย่างโดดเด่น ถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์ที่ห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด ลานกว้างหน้าปราสาทยังเป็นจุดที่ได้รับความนิยมสำหรับการถ่ายภาพปราสาททั้งหลังได้อย่างสวยงามอีกด้วย

เปิด: 8.30-19.00
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 820 เยน
การเดินทาง: โมโนเรลสถานี Shuri แล้วเดินอีกประมาณ 15 นาที หรือ ขับรถ
map code: 33161551*16

2.Cape Manzamo

แหลมมันซาโมะ

เอาใจสายรักธรรมชาติกันด้วย หน้าผาที่ถูกคลื่นกัดเซาะจนมีรูปร่างคล้ายงวงช้างยื่นออกไปในทะเล ซึ่งถือเป็น 1 ในจุดถ่ายรูปที่ห้ามพลาดของเกาะโอะกินะวะ น้ำทะเลสีฟ้าใส ฟองคลื่นอันเกรี้ยวกราด และท้องฟ้าแสนละมุนก่อนพระอาทิตย์จะตกดินนั้น คือองค์ประกอบของความสวยงามที่ผสมผสานเข้ากับ แหลมมันซาโมะ ได้อย่างลงตัว

เวลาเปิด: ตลอดเวลา
ค่าเข้า: ไม่มี
การเดินทาง: ขับรถสะดวกที่สุด
Mapcode: 206312098*64

3.Okinawa Prefectural Peace Memorial Museum

พิพิธภัณฑ์สันติภาพโอะกินะวะ

เกาะโอะกินาวะ เคยเป็นสมรภูมิรบที่นองเลือดที่สุดแห่งหนึ่ง ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และเพื่อรำลึกถึงเรื่องราวความโหดร้ายของสงคราม พิพิธภัณฑ์สันติภาพแห่งนี้จึงได้ถือกำเนิดขึ้น กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ จุดเด่นคือ นอกจากความรู้ที่เราจะได้รับแล้ว สถาปัตยกรรมของอาคาร ตลอดจน โซนแนวกำแพงหินแกรนิตที่จารึกชื่อเหล่าทหารซึ่งเสียชีวิตในสงครามนั้น ยังได้รับการออกแบบและจัดวางไว้อย่างสวยงาม แปลกตา และสงบร่มรื่น ควรค่าแก่การไปสัมผัสบรรยากาศเองจริงๆ

เวลาเปิด: 9.00 – 17.00
ค่าเข้า: 300 เยน
การเดินทาง: ขับรถสะดวกที่สุด
Mapcode: 232342212*34

4.Katsuren Castle Ruins

ซากปราสาทคัทสึเรน

อีกหนึ่งไฮไลท์ของการมาเที่ยวโอะกินะวะ คือการเยี่ยมชมซากปราสาทที่เคยรุ่งเรืองในอดีต ซึ่งหาดูไม่ได้ง่ายๆในเกาะหลัก และ ซากปราสาทคัทสึเรน แห่งนี้ก็เป็นหนึ่งในซากปราสาทที่สวยงามที่สุดที่วาฬมีปีกขอแนะนำ จุดเด่นของการเที่ยวชมคือ นอกจากความสวยงามของซากปราสาทแล้ว เราสามารถเดินขึ้นไปชมวิวบนเนินเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทส่วนบนได้ และต้องขอบอกเลยว่าบรรยากาศรอบๆมันฟินมาก ด้านหนึ่่งเป็นทะเล อีกด้านหนึ่งเป็นตัวเมือง เรียกได้ว่าครบเลยครับ ถ่ายรูปกันเพลินแน่นอน

เวลา: ตลอดเวลา
ค่าเข้า: ไม่มี
การเดินทาง: ขับรถสะดวกที่สุด
Mapcode: 499570140*74

5.Churaumi Aquarium

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูราอุมิ

สถานที่แห่งนี้คือสุดยอดเป้าหมายของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนโอะกินะวะ เป็นอควาเรียมที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และติดอันดับต้นๆของโลก ภาพฉลามวาฬตัวใหญ่ในแท้งค์แบบชัดเจน จัดเต็ม ไม่มีอะไรมาเกะกะขัดขวางสายตา ที่วาฬมีปีกเก็บมาฝากทุกคนนั้น การันตีได้เลยว่าไม่ซํ้ากับมุมมองการดูฉลามวาฬในอควาเรียมอื่นๆอย่างแน่นอนครับผม นอกจากนี้พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูราอุมิ ยังมีโซนเด็ดๆอีกมากมาย โดยที่ห้ามพลาดเลย ได้แก่ การแสดงโลมากลางแจ้ง, บ่อพะยูนแมนนาที ซึ่งเป็นพะยูนหางกลม ที่หาชมไม่ได้ง่ายๆ และ บริเวณชายหาดที่มีทรายสีขาวสะอาดและนํ้าทะเลสีฟ้าสวยงาม เหมาะแก่การเดินชิลไปถ่ายรูปไป อยู่ได้ทั้งวันยาวๆไปครับ:)

เวลา: 8.30 – 20.00
ค่าเข้า: 1,850 เยน คุ้มค่ามากเลย วาฬมีปีกอยู่ทั้งวัน
การเดินทาง:ขับรถ อยู่ทางตอนเหนือของเกาะ
Mapcode: 553075768*42

6.Busena underwater park

หอสังเกตการณ์ใต้น้ำบุเซน่า

หอสังเกตการณ์ใต้น้ำที่ตั้งอยู่ในทะเล จังหวะที่คุณเดินข้ามสะพานจะให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่กลางทะเลอันกว้างใหญ่ ประกอบกับบรรยากาศของคลื่นลมและท้องฟ้า จะถ่ายรูปมุมไหนก็เก๋ไก๋ไม่ซำ้ใคร สำหรับตัวหอสังเกตการณ์ เปิดให้เข้าชมโลกใต้ทะเลด้วยความลึกถึง 5 เมตร ในมุมมองที่ วาฬมีปีกรับประกันได้ว่า แตกต่างจากการดูปลาในตู้กระจกอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมีให้บริการเรือท้องกระจกรูปวาฬสุดน่ารัก พาชมปะการังและปลาสวยงามรอบๆชายฝั่งอีกด้วยนะครับ

เวลา: 9.00 – 17.30
ค่าเข้า: 1030 เยน
การเดินทาง: ขับรถสะดวกที่สุด
Mapcode: 206442076*00

7.Kaichu-Dori

ถนนเชื่อมเกาะไคชู

ถนนเชื่อมระหว่างเกาะที่ยาวและกว้างใหญ่จนกลายเป็นสถานที่พักผ่อนและเล่นกีฬาทางนํ้าของคนญี่ปุ่น มีทั้งจุดชมวิว ร้านขายของ ร้านอาหาร อย่าลืมแวะชิม ข้าวหน้าปลาดิบที่เสริฟพร้อมสาหร่ายพวงองุ่น (Umibudo) ของดีของโอะกินะวะด้วยนะ

การเดินทาง: ขับรถสะดวกที่สุด มีที่จอดตามในรูปเลย
Mapcode: 499 576 274*41

8.Mihama American village

หมู่บ้านมิฮามะสไตล์อเมริกัน

หมู่บ้านอเมริกันที่ถูกจำลองขึ้นมาจากย่านซานดิเอโก้ รัฐแคลิฟอร์เนีย ตั้งอยู่ตอนกลางของเกาะโอะกินะวะ ไม่ไกลจากตัวเมืองนะฮะ เป็นแหล่งรวมความบันเทิงขนาดใหญ่ในธีมอเมริกัน ภายในประกอบไปด้วย ร้านเสื้อผ้า ร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็น ฮอตดอก, แฮมเบอร์เกอร์ หรือ ข้าวทาโก้ที่ต้องลองให้ได้ ร้านกาแฟ โรงภาพยนตร์มิฮามะ 7 เพล็กซ์ ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ จุดชมพระอาทิตย์ตกดิน ตลอดจน street show มากมายที่ออกมาสร้างสีสันในยามคํ่าคืน

เวลา: 10.00 -23.00 ร้านค้าส่วนใหญ่ปิด 21.00, ชิงช้าสวรรค์ 11.00-22.00
การเดินทาง: ขับรถสะดวกที่สุด
Mapcode: 33526452*52

9.Neo Park

นีโอปาร์ค

เป็นสวนสัตว์เล็กๆ แต่มีกิมมิคที่วาฬไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อน เมื่อคุณก้าวเข้าไป ด่านแรกที่เจอคือภาพของนกนํ้าหลายสายพันธุ์ทั้งบิน ทั้งเดิน มาขออาหารจากนักท่องเที่ยวด้วยความคุ้นเคย ซึ่งถือเป็นจุดขายของนีโอปาร์คแห่งนี้ที่ต้องการให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมได้ใกล้ชิดกับสัตว์มากที่สุด ในบรรยากาศที่สบายๆเหมาะแก่การมาเที่ยวทั้งครอบครัว

เวลา: 9.00-17.30
ค่าเข้า: 600 เยน
การเดินทาง: ขับรถสะดวกที่สุด
Mapcode: 206745056*66

10.Kokusai Dori

ถนนโคคุไซ โดริ

ถนนชอปปิ้งสายหลักที่ยาวเป็นกิโลฯเลยทีเดียว ตัดผ่านใจกลางเมืองนะฮะ สองข้างทางเป็นที่ตั้งของร้านอาหาร บาร์ คาเฟ่ โรงแรม ร้านเสื้อผ้า ห้างสรรพสินค้า และร้านจำหน่ายของที่ระลึก สำหรับของฝากที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ ขนมรสมันม่วงรูปแบบต่างๆ เช่น ทาร์ตมันม่วง (Beni Imo Tart), สาหร่ายพวงองุ่น (Umibudo), โอะกินะวะโดนัท และ ตุ๊กตา Shisa สัตว์นำโชคของโอะกินะวะ

เวลาเปิด: 10.00-23.00
การเดินทาง: โมโนเรลลงมถานี Kencho-Mae แล้วเดินต่ออีกประมาณ 5 นาที, ถ้าขับรถมาก็มีที่จอดแบบเสียเงิน
mapcode: 33158579*80

11.Mt.Yaedake

ภูเขายาเอดาเกะ

ซากุระที่โอะกินะวะบานก่อนใครตั้งแต่ต้นปี ราวปลายมกราคมถึงต้นกุมภาพันธ์ และจุดชมซากุระที่ดีที่สุดในเกาะก็ต้องยกให้ ภูเขายาเอดาเกะ ที่มีการจัดงานเทศกาลเป็นประจำทุกปี เอกลักษณ์ของซากุระที่โอะกินะวะ คือ กลีบดอกที่มีสีชมพูเข้มต่างไปจากในเกาะหลัก ในช่วงที่จัดงานเทศกาล บนภูเขาจะเต็มไปด้วยร้านขายอาหารพื้นเมือง บรรยากาศเหมาะแก่การปิกนิก หรือเดทกับคู่รัก ท่ามกลางอากาศที่เย็นกำลังดี เดินเล่นเพลินๆได้ทั้งวันครับ

ช่วงเวลาจัดงาน: ปลายเดือนมกราคมถึงต้นกุมภาพันธ์
การเดินทาง: ขับรถสะดวกที่สุด ควรเผื่อเวลานะครับ รถติดพอสมควรในช่วงเทศกาล ขับขึ้นเขาไปตามธงเทศกาลสีชมพู หาไม่ยาก พอเจอคนเยอะๆ ซากุระเยอะๆ ก็แวะจอดตามจุดจอดรถได้เลยฮะ
Mapcode: 206830214*22

12.Kinjo Stone Road

ทางเดินหินใกล้ปราสาทชูริ

ไม่ไกลจากปราสาทชูริ บริเวณทางลงเนิน คุณจะพบกับถนนหินอารมณ์หนังย้อนยุคหน่อยๆ เป็นจุดที่เหมาะแก่การถ่ายรูปที่ตอบโจทย์ทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นถ่ายแลนด์สเคปเมืองสวยๆ หรือ ถ่ายคนท่าฮิปๆ คู่กับฉากหลังอย่างกำแพงบ้านทรงเก่าแต่เก๋ ที่เข้ากันได้ดีแบบสุดๆกับถนนหิน ก็ดีไม่น้อยเลย

การเดินทาง: เหมือนปราสาทชูริ (จอดรถที่ปราสาทชูริแล้วเดินมาดีที่สุด)
Madcode: 33161246*82

แถม 3 สิ่งที่ควรทานที่โอะกินะวะ

Purple Sweet Potato Tart (PABLO)

ทาร์ตมันม่วงของ PABLO

เมื่อของดีของโอะกินะวะอย่างมันม่วง มารวมกับขนมชื่อดังอย่าง PABLO ความอร่อยแบบอลังการจึงบังเกิดขึ้น!!! คือมันดีขั้นสุด บรรยายไม่ถูก ไปลองเองครับได้โปรด

การเดินทาง: แบบเดียวกับ Kokusai Dori
พิกัดร้าน: อยู่ในถนน Kokusai Dori

Okinawa Taco Rice

ข้าวทาโก้สไตล์โอะกินะวะ

เป็นอาหารลูกผสมระหว่างตะวันตกกับตะวันออกอย่างแท้ทรู เมื่อทาโก้ของชาวเม็กซิกันมาดัดแปลงโดยผสมด้วยซอสทาโก้สูตรพิเศษของโอะกินะวะโปะลงบนข้าวญี่ปุ่น วาฬรับรองเลยว่าเด็ดจริงอะไรจริง

การเดินทาง: แบบเดียวกับ Mihama American Village
พิกัดร้าน: อยู่ใน Mihama American Village มีหลายร้านให้เลือกเลย

Okinawa Goya Champuruu

ผัดมะระโอะกินะวะ

Goya คือมะระชนิดหนึ่งของโอะกินะวะ รสชาติคล้ายกับของบ้านเรา นิยมนำมาผัดกับเนื้อหมู, เต้าหู้ และไข่ ปรุงรสสไตล์โอะกินะวะ สั่งมากินกับข้าวสวยร้อนๆนะ จะดีงามมากเลย (ในรูปคือจานเขียวๆนะครับ อันอื่นก็มีบะหมี่ กับ ข้าวผัด อร่อยทุกอย่างเลย)

การเดินทาง: แบบเดียวกับ Kokusai Dori
พิกัดร้าน: อยู่ในตลาดสดมาคิชิ ชั้น 2 (Makishi Public Market) ตัวตลาดอยู่ในซอยย่อยจากถนนหลัก Kokusai Dori