7 จุดชมซากุระที่ห้ามพลาดใน KANSAI กับวาฬมีปีก

7 Places to See Sakura in Kansai

7 Places to See Sakura in Kansai, Japan
7 จุดชมซากุระที่ห้ามพลาดในคันไซ, ญี่ปุ่น

ต่อเนื่องจากโพสต์ที่แล้ว เรายังคงอยู่กับการแนะนำจุดชมซากุระ โดยเลือกมาเฉพาะที่วาฬประทับใจจริง ๆ เผื่อเป็นประโยชน์สำหรับทุกคน จะได้ไปตามรอยกันนะครับ สำหรับครั้งนี้ เราจะไปต่อกันที่ภูมิภาคคันไซ (Kansai) ดินแดนแห่งอารยธรรม และความเจริญทางเศรษฐกิจ ที่ยิ่งใหญ่ ไม่น้อยหน้าภูมิภาคใด ๆ ตั้งอยู่ตอนกลาง ค่อนไปทางตะวันตกของเกาะฮฮนชู (Honshu) มีจังหวัดหลักอย่างโอซาก้า เป็นศูนย์กลางในทุก ๆ ด้านของภูมิภาค ในปัจจุบันสามารถเดินทางมาเที่ยวได้สะดวก ทั้งโดยวิธี การนั่งรถไฟชินคังเซนจากโตเกียว หรือ การบินตรงไปลงที่สนามบินนานาชาติคันไซ หรือ KIX จากไทยเลยก็ได้ครับผม

ซึ่งต้นเดือนเมษายนนี้ คือ นาทีทองแห่งการฟูลบลูม ของซากุระในแถบคันไซ ที่ใคร ๆ ก็ห้ามพลาดเด็ดขาด หากวางแผนเที่ยวอยู่แล้ว เตรียมแชร์โพสต์นี้ เก็บไว้ได้เลยครับ วาฬรวบรวมทีเด็ด ทั้ง 7 แห่ง ที่กระจายตัว อยู่ทั่วทั้งคันไซเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นใน จังหวัดเฮียวโงะ (Hyogo), จังหวัดโอซาก้า (Osaka), จังหวัดนารา (Nara), จังหวัดวะคะยะมะ (Wakayama) และ จังหวัดชิงะ (Shiga) เช่นเคยครับ ทุกสถานที่ สามารถเข้าถึงได้ด้วยระบบขนส่งสาธารณะ เที่ยวตามได้อย่างสบาย ๆ เลยครับผม สำหรับ ทั้ง 7 แห่งนั้น มีรายชื่อ ดังต่อไปนี้…

1. ปราสาทฮิเมะจิ, เมืองฮิเมะจิ จังหวัดเฮียวโงะ
2. สวนสาธารณะอนุสรณ์งาน เอ็กซ์โป’70, เมืองซุอิตะ จังหวัดโอซาก้า
3. ภูเขาโยชิโนะ, เขตโยชิโนะ จังหวัดนารา
4. สวนสาธารณะนารา, เมืองนารา จังหวัดนารา
5. วะคะยะมะ แอดเวนเจอร์ เวิลด์, เมืองชิระฮะมะ จังหวัดวะคะยะมะ
6. ปราสาทฮิโคเนะ, เมืองฮิโคเนะ จังหวัดชิงะ
7. คลองโอมิฮะจิมัง, เมืองโอมิฮะจิมัง จังหวัดชิงะ

โพสต์แนะนำจุดชมซากุระ ยังไม่จบเพียงเท่านี้นะครับ เร็ว ๆ นี้วาฬจะรีบกลับมา อัพเดท จุดอื่น ๆ ที่น่าสนใจ อย่างต่อเนื่องแน่นอนครับบบ สำหรับใครที่ยังไม่ได้อ่านตอนก่อนหน้า ที่วาฬพาไปภูมิภาคโทโฮขุ (Tohoku) สามารถย้อนตามอ่านได้ตามลิ้งค์นี้เลยครับผม >> https://flyingwhale.me/guide-book/3spotssakuratohoku/


1. Himeji Castle
1. ปราสาทฮิเมะจิ

ภายในอาณาบริเวณ อันกว้างขวางของ “ปราสาทฮิเมะจิ” จะมีสวนเก่าแก่ ที่ปลูกซากุระไว้มากมายจนเต็มพื้นที่ คอยรอต้อนรับนักท่องเที่ยว ก่อนไปถึงตัวปราสาท และได้กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมในฝันของใครหลาย ๆ คน ซึ่งจะพีคที่สุด ก็แค่เพียง ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น เมื่อซากุระพร้อมใจกันบานสะพรั่ง บนฉากหลังของปราสาทฮิเมะจิอันแสนจะคลาสสิควาฬรับรองว่าทั้งหมดนี้ เป็นองค์ประกอบที่ดีงามเกินคำบรรยายจริง ๆ ครับ

ปราสาทฮิเมะจิ เป็นหนึ่งในปราสาทดั้งเดิม ที่ไม่ได้ถูกทำลายลงไปพร้อมกับไฟสงคราม และยังมีความสวยงามจัดอยู่ในอันดับต้น ๆ ของปราสาททั้งหมด ที่มีอยู่ทั่วทั้งญี่ปุ่นอีกด้วย ตัวปราสาทนั้น มีขนาดที่ใหญ่โตอลังการ หอหลักมีความสูงมากถึง 40 เมตร ผนังภายนอกมีสีขาวเด่นสะดุดตา จนได้รับฉายาว่า “ปราสาทกระยางขาว” (White Heron Castle) โดยเราสามารถมองเห็นปราสาทได้จากระยะไกล ตั้งแต่ลงรถไฟที่สถานี ฮิเมะจิ (Himeji Station) เลยทีเดียวครับ

ช่วงเวลาที่แนะนำ (2019): เริ่มบาน 27/3 ฟูลบลูม 6/4

พิกัด: https://goo.gl/maps/G4xqrc69SmD2
การเดินทาง: จากสถานี Shin Osaka นั่งรถไฟชินคันเซนลงสถานี Himeji ประมาณ 30 นาที หรือใช้รถไฟ JR สายปกติ ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที 
เวลา: 9.00 – 17.00
เว็บไซต์: https://www.himeji-kanko.jp/th/sightseeing/himeji_castle.html


Expo Commemoration Park

2. Expo Commemoration Park
2. สวนสาธารณะอนุสรณ์งาน เอ็กซ์โป’70

มาที่ โอซาก้า ศูนย์กลางของภูมิภาคคันไซกันบ้างครับ จุดนี้วาฬแนะนำมาก ๆ เลย “สวนสาธารณะอนุสรณ์งาน เอ็กซ์โป’70” (หรือ Osaka Bampaku Park) ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การชมแนวต้นซากุระรอบหอคอยพระอาทิตย์ หรือ “Tower of the Sun” สัญลักษณ์แห่งงานเวิลด์เอ็กซ์โป โอซาก้า เมื่อปี ค.ศ.1970 ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ สวนแห่งนี้ จะจัดเทศกาลชมซากุระขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ มีการออกบูทร้านอาหาร และการจัดแสดงไฟยามค่ำคืน ใครที่ชื่นชอบความครึกครื้น ในบรรยากาศที่คนเยอะ ๆ หน่อยล่ะก็ ห้ามพลาดเลยครับ

สำหรับ ข้อมูล และความหมายของ หอคอยพระอาทิตย์ วาฬได้เคยทำรีวิวไว้แล้วโดยละเอียด สามารถกลับไปตามอ่านได้ตามลิ้งค์นี้เลยครับผม >> https://flyingwhale.me/guide-book/tower-of-the-sun-2/

ช่วงเวลาที่แนะนำ (2019): เริ่มบาน 25/3 ฟูลบลูม 5/4

พิกัด: https://goo.gl/maps/8ka3EKuMrhB2
การเดินทาง: ใช้รถไฟสาย Midosuji (สายสีแดง) ลงที่สถานี Senri-chuo แล้วเปลี่ยนไปใช้รถไฟโมโนเรล ลงที่สถานี Bampaku-kinen-koen Station �เวลา: 9.30-17.00
ค่าเข้า: 250 เยน เด็ก 70 เยน
เว็บไซต์: https://www.expo70-park.jp/languages/english/


3. Mt.Yoshino
3. ภูเขาโยชิโนะ

ใครที่อยากเห็นซากุระแบบเต็ม ๆ เน้นที่จำนวน ต้องมาชมที่ภูเขาโยชิโนะเลยครับ เนื่องจากเป็นแนวภูเขาสูง ที่ยังคงสภาพธรรมชาติมาก ๆ จึงมีซากุระป่ากระจายตัวอยู่เต็มพื้นที่กว่า 30,000 ต้นเลยทีเดียว เมื่อขึ้นมาถึงจุดชมวิว ทุกคนจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับภาพความงดงามของภูเขา ที่ถูกปกคลุมด้วยผืนพรมสีชมพู บนเขาโยชิโนะนั้น มีลักษณะเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่พร้อมไปด้วย โรงแรม ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึก อย่างครบครันเลยครับ ใครที่มีเวลาเยอะ สามารถอยู่เที่ยวชมได้ทั้งวันไม่มีเบื่อแน่นอนฮะ

แม้ว่าบนเขาโยชิโนะ จะค่อนข้างกว้างใหญ่ สามารถแบ่งพื้นที่ ได้ถึง 4 ส่วน ตามลำดับความสูง แต่วาฬแนะนำว่าหากเน้นเที่ยวชมซากุระเป็นหลัก แค่เพียงส่วนที่ 1 ซึ่งเป็นจุดขึ้นกระเช้า และส่วนที่ 2 ที่เป็นตัวหมู่บ้านหลัก ก็พอต่อการเก็บจุดหลัก ๆ เกือบครบแล้วครับ หากสูงกว่านั้น (3-4) คนจะเริ่มน้อย ไปพร้อม ๆ กับจำนวนซากุระที่เริ่มบางตาลงแล้ว ซึ่งจะเหมาะสำหรับนักเดินป่ามากกว่าครับผม

ช่วงเวลาที่แนะนำ (2019): เริ่มบาน 4/4 ฟูลบลูม 11/4

พิกัด: https://goo.gl/maps/E9rk8xxQ8DJ2
การเดินทาง: เริ่มต้นจากสถานี Osaka Abenobashi ขึ้นรถไฟสาย Kintetsu Railway Yoshino ลงที่สถานี Yoshino ใช้เวลา ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที จากนั้นเปลี่ยนไปใช้ Ropeway เพื่อขึ้นไปยังภูเขาและเดินชมวิวจากด้านบนภูเขา
เว็บไซต์: http://www.yoshinoyama-sakura.jp/english/flowers.htm


4.Nara Park
4.สวนสาธารณะนารา

ที่นี่เป็นจุดชมซากุระ ที่วาฬว่า น่าจะไม่ธรรมดาที่สุดแห่งหนึ่งเลยแหละ ยิ่งสายถ่ายภาพจะยิ่งฟิน! เพราะเราจะได้รูปที่มีบรรยากาศของซากุระ ในเวอร์ชั่นที่มีน้องกวางเข้ามาเติมเต็มด้วย ทำให้องค์ประกอบของ ภาพซากุระจากสวนสาธารณะนารานั้น งดงามราวกับภาพวาดโบราณเลยทีเดียว โดยน้องกวางที่นารา จะอยู่กันแบบอิสระครับ สามารถพบเจอได้ทั่วไปตามท้องถนน แต่จุดที่น้อง ๆ จะมารวมตัวกันมากเป็นพิเศษหน่อย ก็คือ ณ บริเวณหน้าทางเข้าวัดโทไดจิ (Todaiji) นั่นเอง

สวนสาธารณะประจำเมืองนาราแห่งนี้ มีพื้นที่กว้างขวางอย่างมาก ภายในยัง เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของนารา ไม่ว่าจะเป็น วัดโทไดจิ (Todaiji), วัดโคฟุคุจิ (Kofukuji), ศาลเจ้าคาสุงะ ไทฉะ (Kasuga Taisha) และอื่น ๆ อีกมาก ดังนั้น หากต้องการเที่ยวชมให้ครบ นอกจากจะใช้วิธี โดยสารรถประจำทางแล้ว วาฬแนะนำให้เช่าจักรยานปั่น ก็เป็นอะไรที่สะดวกไม่น้อยเลยครับ

ช่วงเวลาที่แนะนำ (2019): เริ่มบาน 27/3 ฟูลบลูม 9/4

พิกัด: https://goo.gl/maps/2vAwDboHEPQ2
การเดินทาง: จากสถานี Namba ให้นั่งรถไฟสาย Kintetsu Nara มาลงที่สถานี Kintetsu Nara แล้วเดินต่อไปยังสวนประมาณ 20 นาที หรือจะใช้รถบัส Nara City Loop (รถบัสสีเหลือง) จะวิ่งผ่านวัด Todaiji และ Nara Park 
เว็บไซต์: https://www.japan-guide.com/e/e4103.html


5. Wakayama Adventure World
5. วะคะยะมะ แอดเวนเจอร์ เวิลด์​

เอาใจคนรักซากุระ ที่มีเด็ก ๆ มาด้วย หรือ วางแผนเที่ยวทั้งครอบครัวไว้แล้ว กับ จุดชมซากุระใน “วะคะยะมะ แอดเวนเจอร์ เวิลด์” สวนสัตว์ และสวนสนุกขนาดใหญ่ แห่งเมืองชิระฮะมะ จังหวัดวะคะยะมะ ที่นี่นอกจากจะเต็มเปี่ยมไปด้วยองค์ความรู้ และความสุข ตามแบบฉบับของธีมปาร์กทั่ว ๆ ไปแล้ว ยังมีไฮไลท์สำคัญอย่างโซน Breeding Center & Panda Love บ้านอันแสนอบอุ่นของครอบครัวแพนด้ายักษ์ ที่มีแพนด้ามากที่สุดในญี่ปุ่น ให้ได้ชมกันอย่างใกล้ชิดอีกด้วยครับ ใครที่สนใจข้อมูลและรีวิวตัวเต็มของที่นี่ วาฬได้เคยทำไว้แล้ว ตามไปอ่านได้จากลิ้งค์นี้เลยครับ >> https://flyingwhale.me/guide-book/wakayamaadventureworld/

ภายใน “วะคะยะมะ แอดเวนเจอร์ เวิลด์” มีต้นซากุระปลูกไว้อยู่หลายโซนเลยครับ โดยเฉพาะในจุดที่ใกล้ ๆ กับ ส่วนจัดแสดงแพนด้ากลางแจ้ง สำหรับวาฬแล้ว ภาพของแพนด้า กับ ฉากหลังที่เป็นซากุระ ถือเป็นที่สุดของการชมซากุระในมุมมองที่แตกต่างแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ครับ

ช่วงเวลาที่แนะนำ (2019): เริ่มบาน 26/3 ฟูลบลูม 1/4

พิกัด: https://goo.gl/maps/CHcE2vsUxdH2
การเดินทาง: นั่งรถไฟจากสถานี Wakayama ไปลงสถานี Shirahama สาย LTD. EXP KUROSHIO แล้วต่อรถบัส Meiko จากสถานี Shirahama ไปลงป้าย Adventure World
เปิด: 9.30 – 17.00
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 4,100 เยน เด็ก 2,500 เยน
เว็บไซต์: http://www.aws-s.com/en/


6. Hikone Castle
6. ปราสาทฮิโคเนะ

ไปต่อกันที่จังหวัดชิงะ (Shiga) ครับ โดยจุดชมซากุระยอดฮิตนั้น อยู่ภายในสวนของ “ปราสาทฮิโคเนะ” นั่นเอง เนื่องจาก ทั้งตัวปราสาท และสวน ตั้งอยู่บนเนินเขา ทำให้ จากด้านบน เราสามารถมองเห็นวิว เมืองฮิโคเนะได้อย่างสวยงามอีกด้วยฮะ ในพื้นที่ซึ่งมีค่อนข้างจำกัด แต่ซากุระรอบปราสาทหลังเล็ก ๆ แห่งนี้ กลับหนาแน่นเต็มอัตรา ให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันอย่างจุใจ ไม่มีผิดหวังแน่นอนครับ

ปราสาทฮิโคเนะ เป็นหนึ่งในปราสาท 12 แห่งของญี่ปุ่น ที่ยังคงอนุรักษ์สภาพเดิมไว้ได้ เพราะไม่ได้ถูกทำลายลงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 (เช่นเดียวกับ ปราสาทฮิเมะจิ) ตัวปราสาทฮิโคเนะมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับแห่งอื่น ๆ แต่ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง ไม่มีสิ่งปลูกสร้างอื่นมาบังทัศนียภาพ ทำให้ปราสาท ดูโดดเด่น และสวยงามเป็นอย่างมากเลยครับ

อ้อ!… ในบริเวณปราสาท และตัวเมืองฮิโคเนะ เรายังจะได้พบกับ “ฮิโคเนียน” (Hikonyan) มาสคอต ประจำถิ่นชื่อดัง ที่จะปรากฏตัวออกมา ในรูปแบบสินค้า และของที่ระลึกนานาชนิด ยังไงก็ อย่าลืมแวะเลือกซื้อเก็บไว้ด้วยนะครับ น่ารักมาก ๆ เลย

ช่วงเวลาที่แนะนำ (2019): เริ่มบาน 31/3 ฟูลบลูม 7/4

พิกัด: https://goo.gl/maps/ycYZ6tiLisQ2
การเดินทาง: จากสถานี Osaka นั่งรถไฟสาย Tokaido-Sanyo ปลายทาง Maibara ลงที่สถานี Hikone ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที 
เวลา: 8.30 – 17.00
เว็บไซต์: https://www.japanhoppers.com/th/kansai/hikone/kanko/985/


7. Omihachiman
7. คลองโอมิฮะจิมัง

จุดต่อไป เรายังอยู่ที่จังหวัดชิงะ (Shiga) เหมือนเดิมครับ คราวนี้เป็นซากุระริมคลองโอมิฮะจิมัง คลองเล็ก ๆ ที่ไหลผ่านชุมชนพ่อค้าเก่าแก่ (ตั้งแต่สมัยเอโดะ) มีความยาวโดยรวมเกือบ 5 กิโลเมตร จุดเด่นคือ การชมซากุระ ในบรรยากาศย้อนยุค ซึ่งเข้ากันได้ดีกับ ทั้งบ้านเรือน เรือพาย และโกดังสินค้า ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี รับรองว่าสวยงาม ไม่จำเจ มีความแตกต่างไปจากมุมยอดฮิตอื่น ๆ แน่นอนครับผม

ช่วงเวลาที่แนะนำ (2019): เริ่มบาน 31/3 ฟูลบลูม 7/4

พิกัด: https://goo.gl/maps/ihpLCmydX5q
การเดินทาง: จากสถานี Osaka นั่งรถไฟสาย Tokaido-Sanyo ปลายทาง Maibara ลงที่สถานี Omihachiman ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที แล้วออกมานั่งรถบัสที่ปลายทางเป็น Chomeiji ให้ลงป้าย Osugicho
เว็บไซต์: https://www.jnto.or.th/newsletter/omihachiman/


7 Places to See Sakura in Kansai

ปล. วาฬใช้ Application “Sakura Navi” ในการเช็คว่าแต่ละที่ จะฟูลบลูมตอนไหน ก่อนทำแพลน ใครสนใจสามารถตามอ่านรายละเอียด App ได้ที่นี่ครับ >> https://flyingwhale.me/news/sakura-navi/