Singapore: 34 ที่เที่ยวในสิงคโปร์แบบจัดเต็ม

สิงคโปร์

34 สถานที่ที่ควรไปในสิงคโปร์

สิงคโปร์ น่าจะเป็นประเทศที่มีการเดินทางภายในง่ายที่สุดแห่งหนึ่งในโลก จึงเหมาะมาก ๆ ครับ สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นครั้งแรก ประกอบกับ ระยะทางที่ไม่ไกลจากไทย (ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงนิด ๆ), ตั๋วเครื่องบินราคาถูก, ไม่ต้องขอวีซ่า, ปลอดภัย, สะอาด, ของกินอร่อย และ ใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารได้เป็นอย่างดี (ป้ายชื่อสถานที่, เมนูอาหาร และเคาท์เตอร์ขายตั๋วต่าง ๆ มีภาษาอังกฤษกำกับทั้งหมดครับ) ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาไปกังกลกับการเตรียมความพร้อม หรือปรับตัวอะไรมากนัก เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ นั่นเองครับ

เสน่ห์อย่างหนึ่งของสิงคโปร์ คือการเป็นประเทศแห่งความทันสมัย และความคิดสร้างสรรค์อย่างแท้จริง สำหรับวาฬ แค่ได้เดินชมเมืองไปเรื่อย ๆ ควบคู่กับ การค้นหาพิกัดเพื่อถ่ายรูปแลนมาร์คเจ๋ง ๆ ซึ่งล้วนมีความเฉพาะตัวในแต่ละด้าน ไม่ว่าจะเป็น สถาปัตยกรรมที่มีดีไซน์แปลกตา, โครงสร้างอาคารที่ล้ำสมัย, ศิลปะดั้งเดิมที่วิจิตรงดงาม, สิ่งปลูกสร้างที่ใหญ่โตอลังการ หรือ สตรีทอาร์ตเก๋ ๆ ที่มีให้เห็นอยู่ทั่วไปนั้น ก็ถือเป็นความสุขง่าย ๆ ที่สามารถรู้สึก อิน และฟินไปกับมันได้แบบยาว ๆ แล้วครับ

นี่ขนาดยังไม่รวมถึง สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของสิงคโปร์ และกิจรรมอื่น ๆ ที่มีอีกมากมายในสิงคโปร์เลยนะครับ ดังนั้น รีวิวนี้ วาฬจึงตั้งใจรวบรวม 34 สถานที่ ที่ไม่ควรพลาด เมื่อไปสิงคโปร์ เพื่อไขทุกข้อข้องใจว่าต้องไปเที่ยวที่ไหนบ้าง โดยคัดมาเฉพาะที่วาฬประทับใจจริง ๆ ซึ่งรวมถึง บรรดาร้านอาหาร และคาเฟ่ ต่าง ๆ ด้วย รับรองได้ว่าครบถ้วน และครอบคลุมทุกโจทย์ของการท่องเที่ยวอย่างแน่นอนครับผม อ่านแล้วก็อย่าลืมแชร์เก็บไว้ ไปตามรอยกันด้วยนะคร้าบ

34 สถานที่ ที่ควรไป ในสิงคโปร์ มีดังต่อไปนี้ครับ

1. Gardens by the Bay /การ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์

การ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์ คือสวนขนาดยักษ์ ซึ่งมีพื้นที่รวมกว่า 600 ไร่ และใช้งบประมาณในการก่อสร้างสูงกว่าหนึ่งพันล้านดอลลาร์ (หรือ กว่าสามหมื่นล้านบาท) เรียกได้ว่าเป็นงานโชว์ความยิ่งใหญ่ ที่อลังการอย่างที่สุดแห่งหนึ่งของสิงคโปร์เลยทีเดียวครับ ภายในจะแบ่งออกเป็นโซนหลัก และโซนย่อยอีกหลายโซน (ถ้าใครมีเวลาเยอะ และไม่เร่งรีบอะไร สามารถเดินเล่นอยู่ได้ทั้งวันเลยครับ) แต่สำหรับวาฬแล้ว จุดที่เป็นไฮไลท์จริง ๆ นั้น มี 3 โซน ที่ไม่ควรพลาด ดังต่อไปนี้ครับ

  1. ซุปเปอร์ทรี โกรฟ (Supertree Grove) ซุปเปอร์ทรี คือ ต้นไม้จำลองขนาดยักษ์ แต่ละต้นมีความสูงตั้งแต่ 25 – 50 เมตร กระจายตัวอยู่ทั่วไปในสวนทั้งหมด 18 ต้น โดยที่โซนหลัก ซึ่งมีซุปเปอร์ทรี อยู่รวมกัน 12 ต้นนั้น จะมีทางเดินลอยฟ้า หรือ OCBC Skyway เชื่อมต่อระหว่างซุปเปอร์ทรี ให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปเดินชมด้านบนอีกด้วยฮะ (ใครที่ต้องการขึ้นไป จะต้องซื้อตั๋วเพิ่มนะครับ) สำหรับไฮไลท์ที่แท้จริงของซุปเปอร์ทรี โกรฟ คือ การแสดงแสงสีเสียง ยามค่ำคืน ที่เรียกว่า การ์เด้น แรพโซดี (Garden Rhapsody) ในเวลา 19:45  และ 20:45 อย่าลืมรอชมกันด้วยนะครับ
  2. โดมป่าหมอก (Cloud Forest) เรือนกระจกปรับอากาศขนาดใหญ่ ภายในจำลองบรรยากาศและรวบรวมพืชพรรณหลากหลายชนิดของป่าดิบชื้นไว้ได้อย่างน่าทึ่ง สำหรับไฮไลท์นั้น คือ น้ำตกที่ไหลจากภูเขาที่ถูกสร้างขึ้น ซึ่งมีความสูงถึง 35 เมตร ส่วนตัวแล้ววาฬชอบจุดนี้มากที่สุดครับ มันสวยงาม ดูยิ่งใหญ่ และ แปลกใหม่แบบสุด ๆ ไปเลยฮะ (มีค่าเข้าชม)
  3. โดมดอกไม้ (Flower Dome) อีกหนึ่งเรือนกระจกปรับอากาศ ของ การ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์ โดยที่โดมนี้มีขนาดใหญ่กว่า โดมป่าหมอก และจัดได้ว่าเป็นเรือนกระจกแบบไม่มีเสาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วยครับ ภายในมีอากาศที่เย็นสบายเช่นกัน แต่ต่างกันที่ โดมดอกไม้จะมีสภาพอากาศที่แห้งกว่า และเน้นจัดแสดงไม้ดอกต่าง ๆ โดยรวมแล้ว สวยงามมาก ๆ เลยครับ (มีค่าเข้าชม)
เวลา: พื้นที่ส่วนใหญ่ของสวนเปิดทุกวัน  5.00 – 2.00
เรือนกระจก Conservatory Flower Dome และ Conservatory Cloud Forest  9:00-21:00
ทางเดินลอยฟ้าที่ Super-tree  Skyway  9:00-21:00
การเดินทาง: ลงสถานี MRT Bayfront Station แล้วใช้ทางออก B เพื่อเดินต่อไปยังสวน
พิกัด: https://goo.gl/maps/JqQqc4YnLap
เว็บไซต์: http://www.gardensbythebay.com.sg/en.html
ราคา: ค่าเข้า Flower Dome และ Cloud Forest 28 เหรียญ SGD
ค่าขึ้น Supertree  Skyway ผู้ใหญ่ 8 เหรียญ SGD / เด็ก 5 เหรียญ SGD

2. Fort Canning Park / สวนสาธารณะฟอร์ทแคนนิง 

อุโมงค์ต้นไม้และทางเดินใต้ดิน ของสวนสาธารณะฟอร์ทแคนนิง ถือเป็นแลนมาร์คมหาชนแห่งใหม่ของนักท่องเที่ยวชาวไทย และจุดถ่ายรูปสุดฮิป ที่ชาวอินสตราแกรมทุกคนจะต้องมาเยือนให้ได้สักครั้ง ด้วยองค์ประกอบของภาพที่ดีงามลงตัว บรรยากาศที่ชิลล์ไปอีก และความยูนีคของโลเคชันที่ไม่ซ้ำกับที่อื่นอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ยังเป็นมุมที่ถ่ายรูปไม่ยากอีกด้วยฮะ ยิ่งถ้าใครพกเลนส์ Wide (เลนส์มุมกว้าง) ติดมาด้วยล่ะก็ สบายเลย รับรองว่า ได้รูปที่ถูกใจ ไปเปลี่ยนโปรไฟล์ใหม่กันแน่นอนคร้าบ

นอกจากอุโมงค์ต้นไม้และทางเดินใต้ดินแล้ว ถ้าใครมีเวลาเหลือ และไม่ได้เร่งรีบอะไรมากนัก วาฬแนะนำให้เดินเล่นชิลล์ ๆ ในสวนสาธารณะฟอร์ทแคนนิง ต่ออีกสักพักนะครับ ข้างในมีพื้นที่กว้างขวาง และร่มรื่นมาก ๆ ,มีจุดที่น่าสนใจรอให้เราเข้าไปสำรวจอีกหลายมุมเลย ด้วยความที่ฟอร์ทแคนนิง เคยเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของสิงคโปร์มาก่อนด้วย เช่น เป็นที่ตั้งของ ฐานบัญชาการทางทหาร และหลุมหลบภัยในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้น ดังนั้น ใครที่สนใจความรู้แนว ๆ นี้ห้ามพลาดเลยครับ

เวลา: 7:00 – 19:00
การเดินทาง: ลงสถานี MRT Dhoby Ghaut Station ทางออก B ไปทางด้าน Penang Road 
พิกัด: https://goo.gl/maps/5sDkvDcadp82

Universal Studios Singapore ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์

3. Universal Studios Singapore / ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์

สวนสนุกมาตรฐานระดับโลก ในธีมภาพยนตร์ และการ์ตูนจากค่าย ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ ที่ยิ่งใหญ่ และมีเครื่องเล่นมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แถมอยู่ไม่ไกลจากบ้านเราอีกด้วย จึงเป็นอีกหนึ่ง สถานที่ท่องเที่ยวในฝันของคนไทย ที่ใคร ๆ ก็อยากมาเที่ยวให้ได้สักครั้ง ภายในแบ่งออกเป็น 7 โซน วนทวนเข็มนาฬิกาเป็นวงกลม ไล่ลำดับได้ดังนี้ ฮอลลีวูด (Hollywood), นิวยอร์ก (New York), ไซ-ไฟ ซิตี้ (Sci-Fi City), เอนเชินท์ อียิปต์ (Ancient Egypt), เดอะ ลอสต์ เวิล์ด (The Lost World), ฟาร์ ฟาร์ อะเวย์ (Far Far Away) และ มาดากัสการ์ (Madagascar) โดยแต่ละโซนนั้น จะมีเครื่องเล่นของตัวเองตามธีม และมีระดับความตื่นเต้น ระทึกใจ ที่แตกต่างกันออกไปด้วยครับ

สำหรับใครที่ชื่นชอบความหวาดเสียวระดับสูงสุด ต้องลองเครื่องเล่นสุดโหดในตำนานอย่าง “Revenge of the Mummy” จากโซนเอนเชินท์ อียิปต์ และ “Battlestar Galactica: HUMAN VS. CYLON” จากโซนไซ-ไฟ ซิตี้ ให้ได้เลยครับ รับรองถูกใจสายแข็งอย่างแน่นอน ส่วนใครที่มาสายชิลล์ ชอบอะไรที่ซอฟต์ ๆ หน่อย ก็ไม่ต้องกังวลเลยครับ ยังมีเครื่องเล่นทั่วไปอีกมาก ที่สามารถสนุกกันได้ทั้งครอบครัว รวมไปถึง ขบวนพาเหรดจากตัวละครดัง, กิ๊ฟช็อปสินค้าลิขสิทธิ์มากมาย, ของกินอร่อย ๆ, การแสดงโชว์ต่าง ๆ ตลอดจน มุมถ่ายรูปคูล ๆ ก็มีพร้อมแบบจัดเต็ม ถือได้ว่าเป็นสวนสนุกที่เหมาะสำหรับทุกคนจริง ๆ ครับผม

เวลา: 10.00 – 19.00 น. (บางวันเปิดถึง 21.00น.)
การเดินทาง: ลงที่สถานี MRT HarbourFront จากนั้นต่อรถไฟฟ้า Express monorail นั่งข้ามเกาะไปลงที่สถานี Waterfront หรือจะเดินข้ามสะพานไปที่เกาะก็ได้ใช้เวลา 10 นาที
พิกัด: https://goo.gl/maps/YHPq9ZYTSYn
เว็บไซต์: https://www.rwsentosa.com/en/attractions/universal-studios-singapore/explore
ราคา: ผู้ใหญ่ (13-59 ปี) 74 SGD, เด็ก (4-12 ปี) 54 SGD, ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) 36 SGD

4. S.E.A. Aquarium / พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ เอส.อี.เอ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ เอส.อี.เอ (S.E.A.) หรือ South East Asia Aquarium ครั้งหนึ่งเคยเป็นอควาเรียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ภายในโซน มารีน ไลฟ์ พาร์ค (Marine Life Park) เกาะเซนโตซ่า (Sentosa) ไม่ไกลจากทางเข้าของ ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์ (Universal Studio Singapore) ที่นี่ได้รวบรวมสิ่งมีชิวิตใต้ท้องทะเลกว่า 100,000 ตัว มาให้ได้ชมความสวยงาม และศึกษาถึงความสำคัญของพวกเขาที่มีต่อธรรมชาติกัน โดยแบ่งส่วนจัดแสดงออกเป็นโซนต่าง ๆ ตามถิ่นที่อยู่อาศัย ไฮไลท์ของ เอส.อี.เอ สำหรับวาฬ ได้แก่ “โซนชาร์ค ซีส์” (Shark Seas) บ้านของฉลามขนาดใหญ่หลากหลายสายพันธุ์ เช่น ฉลามหัวค้อน (Hammerhead Shark) เป็นต้น และ “โซนโอเพ่น โอเชี่ยน” (Open Ocean) ตู้ขนาดยักษที่จำลองท้องทะเลให้ได้ตื่นตาตื่นใจกันเต็มที่แบบพาโนรามา180 องศา พร้อมกับดาวเด่นอย่าง “กระเบนราหูแนวปะการัง” (Reef Manta Ray) ซึ่งเป็นปลาที่มีท่วงท่าในการว่ายน้ำ ที่ดูเท่ และสง่างามมาก ๆ นั่นเองครับ

เวลา: 10.00 – 19.00
การเดินทาง: ลงที่สถานี MRT HarbourFront จากนั้นต่อรถไฟฟ้า Express monorail นั่งข้ามเกาะไปลงที่สถานี Waterfront หรือจะเดินข้ามสะพานไปที่เกาะก็ได้ใช้เวลา 10 นาที
พิกัด: https://goo.gl/maps/PF5pGNxicnt
เว็บไซต์: https://www.rwsentosa.com/en/attractions/sea-aquarium
ราคา: ผู้ใหญ่ 32 SGD, เด็ก(4-12 ปี) 22 SGD, ผู้สูงอายุ(60 ปีขึ้นไป) 22 SGD

5. Sentosa Merlion / เมอร์ไลออนแห่งเกาะเซ็นโตซ่า

แม้จะไม่สามารถพ่นน้ำได้เหมือนกับเมอร์ไลออนที่อ่าวมารีน่า แต่เมอร์ไลออนแห่งเกาะเซ็นโตซ่าตัวนี้ ก็ยังมีดีที่ความใหญ่ และความสูง ซึ่งทิ้งห่างจากเมอร์ไลออนตัวอื่น ๆ ในประเทศชนิดกินขาดเลยครับ เพราะด้วยความสูงถึง 37 เมตร และความกว้างขวางภายในที่สามารถให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมวิวได้ ทำให้เมอร์ไลออนแห่งเกาะเซ็นโตซ่า ถูกจัดให้เป็น เมอร์ไลออนที่มีขนาดใหญ่โตอลังการมากที่สุด ในสิงคโปร์นั่นเองครับ

เวลา: 10.00 – 20.00
การเดินทาง: ลงที่สถานี MRT HarbourFront จากนั้นต่อรถไฟฟ้า Express monorail นั่งข้ามเกาะไปลงที่สถานี Waterfront หรือจะเดินข้ามสะพานไปที่เกาะก็ได้ใช้เวลา 10 นาที
พิกัด: https://goo.gl/maps/aaiRBvUeRCN2

Merlion Park เมอร์ไลออน พาร์ค

6. Merlion Park / เมอร์ไลออน พาร์ค

วาฬเชื่อว่าทุกคนต้องคุ้นเคยกับภาพของ เมอร์ไลออนพ่นน้ำ แล้วก็มีคนทำท่าอ้าปากรอรับน้ำ ซึ่งเป็นรูปคู่ยอดฮิต ตามเฟสบุ๊ค หรือ อินสตราแกรม ของเพื่อน ๆ กันเป็นอย่างดีแน่นอนฮะ แต่จะบอกว่า ที่เราเห็นกันเยอะ ๆ นั้น ถ้าได้มาเที่ยวสถานที่จริง จะพบเลยว่า มีคนทำท่านั้น เยอะกว่าที่เห็นในรูปอีกครับ 555+ เป็นภาพที่น่ารักมาก ๆ เลย 

สาเหตุที่ทำให้ทุกคนต้องมารวมตัวกันที่นี่ ทั้ง ๆ ที่ จริง ๆ แล้ว เมอร์ไลออน ซึ่งเป็นเครื่องหมายประจำชาติของสิงคโปร์นั้น มีอยู่อีกตั้งหลายตัวในประเทศ นั่นก็เพราะ เมอร์ไลออน แห่งเมอร์ไลออน พาร์ค ตัวนี้ เป็นเพียงตัวเดียวที่สามารถพ่นน้ำได้ อีกทั้งบริเวณนี้ ยังเป็นจุดชมวิวปากแม่น้ำสิงคโปร์ เหนืออ่าวมารีน่า (Marina Bay) ที่จัดได้ว่าสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในสิงคโปร์อีกด้วยนั่นเองครับ

ยังไงก็ต้องมาชมให้ได้ครับ ในวันที่อากาศดี ๆ บรรยากาศจะชิลล์มาก ๆ นั่งเล่นได้ยาว ๆ จนลืมเวลาไปเลยครับ ส่วนใครที่อยากได้รูปคู่กับเมอร์ไลออนแบบส่วนตัวจริง ๆ วาฬแนะนำให้มาช่วงเช้าตรู่ ยิ่งก่อนพระอาทิตย์ขึ้นประมาณ 15 นาที จะยิ่งดีมากฮะ เพราะทั้งวันหลังจากนั้น คนจะแน่นตลอดเลย

NOTE: เมอร์ไลออน มีส่วนลำตัว เป็นปลา หมายถึง ความเป็นเมืองชายฝั่งทะเล และ ส่วนหัวเป็นสิงโต ซึ่งมาจาก ชื่อเดิมของประเทศสิงคโปร์ ตามภาษามลายู ที่นำหน้าด้วยคำว่า “สิงห์” เช่นกันนั่นเองฮะ

เวลา: ตลอดเวลา
การเดินทาง: ลงสถานี MRT Raffles Places Station เป็นจุดที่ใกล้ที่สุด ออกทางออก G แล้วเดินไปทางโรงแรม Fullerton แล้วเดิมเรียบริมน้ำไปเรื่อยๆข้ามแยกไปอีกฝั่งของโรงแรมจะเจอสวน
พิกัด: https://goo.gl/maps/d7Yxs1eyXTK2

Helix Bridge สะพานฮีลิกซ์

7. Helix Bridge / สะพานฮีลิกซ์

สะพานฮีลิกซ์ เป็นสะพานรูปเกลียว ที่ใช้ข้าม อ่าวมารีน่า (Marina Bay) สำหรับคนเดินเท้า และเชื่อมระหว่างฝั่งมารีน่า เซ็นเตอร์ (Marina Center) กับ ฝั่งมารีน่า เซาท์ (Marina South) มีจุดเด่นอยู่ที่รูปร่างซึ่งดูแปลกตา และมีความล้ำสมัยแบบสุด ๆ โดยในด้านการออกแบบนั้น ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโครงสร้าง DNA นั่นเองครับ นอกจากนี้ สะพานฮีลิกซ์ ยังเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามโดดเด่นในทุกเวลา ทั้งช่วงกลางวัน ที่สะพานจะคุมโทน ดูเป็นสีฟ้าอ่อน ๆ ด้วย แสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านกระจกสี และช่วงกลางคืน ที่จะมีการประดับไฟ สีฟ้า ม่วง และแดง สลับกันไปมา อีกด้วยครับผม

เวลา: ตลอดเวลา
การเดินทาง: ลงสถานี MRT Bayfront Station ออกทางออก D
พิกัด: https://goo.gl/maps/iNuCLoM5CH82

8. Marina Barrage / เขื่อนมารีน่า

เขื่อนแห่งนี้ ได้ก่อให้เกิดอ่างเก็บน้ำจืดขนาดใหญ่ เพื่อจัดสรรน้ำไว้ใช้ภายในประเทศ อีกทั้งยังทำหน้าที่บรรเทาน้ำท่วมที่มักจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ต่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย นอกจากประโยชน์เรื่องน้ำแล้ว เขื่อนมารีน่า ก็ยังเป็นสถานที่นันทนาการสำหรับครอบครัวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือ ช่วงเทศกาลต่าง ๆ เนื่องจาก ด้านบนของอาคารหลัก เป็นสนามหญ้าขนาดใหญ่ สามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบได้แบบ 360 องศา และเหมาะสำหรับการออกกำลังกายเบา ๆ ในรูปแบบต่าง ๆ นั่นเองครับ

อีกจุดที่สำคัญ คือ บริเวณสันเขื่อน หรือ สะพานมารีน่า (Marina Bridge) ที่มีลมพัดเย็นสบายอยู่เรื่อย ๆ เหมาะสำหรับการมาพักผ่อน และชมวิวของทั้งสองฝั่ง ที่สวยงามมาก ๆ ในแบบของตัวเอง วาฬแนะนำให้เช่าจักรยานปั่นบริเวณนี้นะครับ จะช่วยเพิ่มทั้งความชิลล์ ทั้งความสะดวกสำหรับการปั่นไปชมวิวในจุดอื่น ๆ ต่อไปด้วยครับ

เวลา: ตลอดเวลา
การเดินทาง: ลงสถานี MRT Bayfront Station เป็นจุดที่ใกล้ที่สุด แล้วเดินมาทางสวน Garden by the bay เดินทะลุเรียบอ่าวไปเรื่อยๆ จะเจอเขื่อนมารีน่า
พิกัด: https://goo.gl/maps/oaWsgKvk31p

9. Fountain of Wealth / น้ำพุแห่งความมั่งคั่ง

น้ำพุแห่งนี้ได้รับการออกแบบตามความเชื่อของศาสนาฮินดู และยังถูกต้องตามหลักการของศาสตร์ฮวงจุ้ยอีกด้วยครับ จึงถือเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภ และความมั่งคั่งของสิงคโปร์ ที่นักท่องเที่ยวจำนวนมาก นิยมแวะมาอธิษฐาน และรับพรในด้านความร่ำรวยกลับไป ซึ่งตามความเชื่อนั้น จะต้องใช้มือขวาสัมผัสน้ำ และเดินวนรอบน้ำพุ ตามเข็มนาฬิกาให้ครบ 3 รอบ โดยเขาจะเปิดให้เข้าไปได้เป็นรอบ ๆ นะครับ (09.00-12.00, 14.30-18.00, 19.00-19.45, 21.30-22.00) นอกจากนี้ ในช่วงกลางคืน ยังมีการแสดงน้ำพุประกอบแสงสี วันละ 3 รอบ ให้ชมกันอีกด้วย (20.00, 20.30 และ 21.30) ยังไงก็อย่าลืมเช็คเวลากิจกรรมต่าง ๆ กันให้ดี ก่อนไปนะครับ

NOTE: ตึกที่อยู่ล้อมรอบ น้ำพุแห่งความมั่งคั่ง คือ กลุ่มอาคารซันเทคซิตี้ (Suntec City) จำนวน 5 หลัง ซึ่งภายใน มีทั้งห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านอาหาร ใครที่ไปไม่ตรงกับเวลาที่เปิดให้เข้าไปสัมผัสน้ำพุ และไม่ได้เร่งรีบอะไร ก็สามารถเดินเล่นรอได้อย่างสบายใจเลยครับ

เวลา:  08:00 – 22:00 เวลาที่สัมผัสน้ำพุได้ 3 รอบต่อวัน คือ 10:00-12:00, 14:00-16:00 และ 18:00-19:30 และการแสดงเลเซอร์บริเวณน้ำพุ 3 รอบคือ 20:00, 20:30 และ 21:30 
การเดินทาง: ลงสถานี MRT Promenade Station ออกทางออก C 
พิกัด: https://goo.gl/maps/zdDiMVQ2dZu 

National Gallery Singapore หอศิลป์แห่งชาติสิงคโปร์

10. National Gallery Singapore / หอศิลป์แห่งชาติสิงคโปร์

หอศิลป์แห่งชาติสิงคโปร์ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ และใหม่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน (เริ่มปี 2015) จัดแสดงผลงานศิลปะของศิลปิน ทั้งในสิงคโปร์ และภูมิภาคอาเซียน มากกว่า 8,000 ชิ้น เพื่อถ่ายทอดคุณค่าของผลงานศิลปะ ตลอดจน สร้างแรงบันดาลใจส่งต่อไปยังศิลปินรุ่นใหม่ และสาธารณชน นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการศิลปะพิเศษ จากศิลปินระดับโลกหมุนเวียนมาจัดแสดงเป็นช่วง ๆ อีกด้วยครับ (สามารถเข้าไปตรวจสอบรายละเอียดของนิทรรศการพิเศษต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์ของหอศิลป์แห่งชาติสิงคโปร์เลยครับผม)

เวลา: 10.00 -19.00
การเดินทาง: ลงสถานี City Hall Station 
พิกัด: https://goo.gl/maps/6KmXVEWuKBz

MICA Building (Old Hill Street Police Station)

11. MICA Building (Old Hill Street Police Station) / อาคารกองบัญชาการตำรวจเก่า

อาคาร 6 ชั้นสีสันสะดุดตาแห่งนี้ จริง ๆ แล้ว เดิมเคยใช้เป็นสถานที่คุมขังนักโทษ และเป็นที่ตั้งของหน่วยงานแห่งกองบัญชาการตำรวจอันเก่าแก่ของสิงคโปร์ ก่อนที่จะกลายมาเป็นอาคารหลักของ กระทรวงการสื่อสาร และสารสนเทศ และกระทรวงวัฒนธรรม ชุมชน และเยาวชน ในปัจจุบัน จุดเด่นอยู่ที่รูปแบบของสถาปัตยกรรมที่สวยงาม และหน้าต่างสีรุ้งจำนวนมาก ที่เรียงรายให้เห็นอย่างเป็นระเบียบ ถือเป็นอีกหนึ่งมุมถ่ายรูปที่ห้ามพลาดอย่างเด็ดขาดเลยครับ  วาฬแนะนำให้ข้ามมาอีกฝั่งของถนน จะทำให้เก็บภาพกว้างของตึกได้ทั้งหมดฮะ

การเดินทาง: ลงสถานี MRT Clark Quay Station ออกทางออกที่เป็นห้าง Central Clark Quay  แล้วเดินข้ามแม่น้ำจะเห็นอาคารอยู่ฝ่งตรงข้าม
พิกัด: https://goo.gl/maps/1n3ptt44q3N2

12. ION Orchard / ห้างไอออน ออร์ชาร์ด

ห้างไอออน ออร์ชาร์ด คือ สุดยอดช้อปปิ้งมอลล์ชื่อดัง ประจำถนนออร์ชาร์ด ที่สายช้อปแบรนด์ระดับไฮเอนด์ตัวจริงจะต้องรู้จักกันเป็นอย่างดีเลยฮะ นอกจากไฮไลท์เรื่องช้อปปิ้งแล้ว ที่นี่ยังถือเป็นจุดถ่ายรูป ยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งด้วย เนื่องจาก ตัวอาคารภายนอกนั้น มีดีไซน์ที่ดูสวยงาม และล้ำสมัยเอามาก ๆ จากส่วนผสมที่ลงตัวของโครงสร้างแบบโค้งมน กับ แสงไฟ และสีสันสุดตระการตาจากจอสกรีน ในยามค่ำคืน จนได้รับรางวัลทางด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมของสิงคโปร์  มาเป็นเครื่องการันตีความเป็นที่สุดนั่นเองครับผม

เวลา: 10.00 22.00
การเดินทาง: ลงสถานี MRT Orchard Station ออกทางออก E 
พิกัด: https://goo.gl/maps/T6Eqa5nrSGD2

chinatown singapore

13. Chinatown / ไชน่าทาวน์

เช่นเดียวกับในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก ย่านที่อยู่อาศัยของชาวจีนใจกลางเมือง หรือ ไชน่าทาวน์นั้น ถือเป็นแหล่งรวมของอาหารจีนเลิศรสนานาชนิด ตั้งแต่ระดับสตรีทฟู้ด ไปจนถึงภัตตาคารหรู เรียกได้ว่าเป็นย่านที่นักท่องเที่ยวชาวไทยชื่นชอบ และถามหามากที่สุด เมื่อไปต่างประเทศเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะที่สิงคโปร์ ย่านไชน่าทาวน์ นอกจากจะมีดีเรื่องอาหารการกินแล้ว ยังเป็นโซนที่เหมาะสำหรับการหาที่พักราคาสมเหตุสมผล และสามารถเชื่อมต่อกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ได้อย่างสะดวกสบายอีกด้วยนั่นเองครับ

NOTE: ย่านไชน่าทาวน์ เป็นโซนที่เดินเที่ยวสนุกครับ ตรอกซอกซอยต่าง ๆ เชื่อมถึงกันอย่างเข้าใจง่าย มีมุมถ่ายรูปสวย ๆ เยอะเลย อย่างในรูป วาฬถ่ายคู่กับ ห้างพีเพิลพาร์ค คอมเพล็กซ์ (People’s Park Complex) หนึ่งในแลนด์มาร์คที่สำคัญของไชน่าทาวน์ครับผม

การเดินทาง: ลงสถานี MRT Chinatown Station ออกทางออก A 
พิกัด: https://goo.gl/maps/uddoKfLgVtT2  

Buddha Tooth Relic Temple / วัดพระเขี้ยวแก้ว

14. Buddha Tooth Relic Temple / วัดพระเขี้ยวแก้ว

วัดพุทธฯ แห่งนี้เป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเป็นส่วน พระทนต์ หรือ ฟัน อันเป็นที่มาของชื่อวัดนั่นเองครับ โดยในทุก ๆ วันจะมีผู้คนที่ศรัทธาจำนวนมาก แวะเวียนกันเข้ามาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล และอธิษฐานขอพรกันอย่างไม่ขาดสาย ในปัจจุบัน วัดพระเขี้ยวแก้ว ได้กลายเป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญที่สุดประจำย่านไชน่าทาวน์ ที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะนอกจากคุณค่าทางจิตใจแล้ว ความงดงามของสถาปัตยกรรม ก็มีความโดดเด่นไม่แพ้กันครับ ส่วนตัวแล้ววาฬชอบสีสันของอาคารด้านนอกมาก ๆ ทั้งดูขลังและเปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์แบบสุด ๆ ไปเลยครับ

เวลา: 7.00 -19.00
การเดินทาง: ลงสถานี  MRT Chinatown Station ออกทางออก A
พิกัด: https://goo.gl/maps/qDPs6cYGFtu

15. Sri Mariamman Temple / วัดศรีมารีอัมมัน

15. Sri Mariamman Temple / วัดศรีมารีอัมมัน

วัดฮินดูชื่อดังแห่งย่านไชน่าทาวน์ ที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในสิงคโปร์ (ตั้งแค่ ค.ศ. 1827) ถูกสร้างขึ้นโดยชาวอินเดียที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐาน เพื่อเป็นสถานที่สักการะ “พระแม่มารีอัมมัน” โดยตามความเชื่อของชาวฮินดูนั้น การบูชาพระองค์ จะช่วยให้ผู้ศรัทธามีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ และสามารถปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ได้นั่นเอง นอกจากความศักดิ์สิทธิ์แล้ว วัดแห่งนี้ยังมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามมาก ๆ ไฮไลท์ คือ ซุ้มประตู 5 ชั้น (โกปุรัม) ที่มองเห็นเด่นชัดจากภายนอกเลยครับ ส่วนใครที่อยากจะเข้าไปถ่ายรูปด้านใน ต้องซื้อบัตรถ่ายรูปจากบริเวณซุ้มขายตั๋วตรงทางเข้าก่อนด้วยนะครับผม

NOTE:  เดือนตุลาคม – พฤศจิกายน ทางวัดจะจัด “พิธีลุยไฟ” ขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อแสดงถึง พลังแห่งความศรัทธา และการอุทิศตน ใครที่ไปเที่ยวช่วงนี้พอดี ก็อย่าลืมแวะไปชมบรรยากาศกันนะครับ

เวลา: 2 เวลา  5.30 – 12:00 และ 18:00 – 21:00
การเดินทาง: ลงสถานี  MRT Chinatown Station ออกทางออก A
พิกัด: https://goo.gl/maps/22ueWmNg9z92

16. Potato Head / โปเตโต้ เฮด

16. Potato Head / โปเตโต้ เฮด

จริง ๆ แล้ว “โปเตโต้ เฮด” เป็นชื่อของร้านอาหาร และบาร์ระดับหรูแห่งใหม่ ที่ตั้งอยู่ภายในอาคารเก่าแก่สามชั้น บนถนนค็อง เซค (Keong Saik) และตัวอาคารแห่งนี้แหละครับ คือเป้าหมายที่วาฬจะพามาแนะนำกัน แต่ก่อนที่นี่เคยเป็นที่ตั้งของ Tong Ah Eating House ร้านกาแฟโกปี๊เตี่ยมเจ้าดัง (Kopitiam) ซึ่งปัจจุบัน ได้ย้ายออกมาเปิดใหม่ ในห้องแถวใกล้ ๆ แทนไปแล้วครับ สำหรับไฮไลท์ ก็จะอยู่ที่ สถาปัตยกรรมอันสวยงาม และเข้ากันได้ดีกับชุมชนในละแวกนั้นแบบสุด ๆ คนที่ชอบถ่ายรูป และสายอินสตราแกรม ต้องหาเวลาแวะมาเช็คอินกันให้ได้นะครับบบ

การเดินทาง: ลงสถานี Chinatown แล้วเดินต่อประมาณ 500 เมตร
พิกัด: https://goo.gl/maps/StF5z4gMaAJ2

17. Masjid Sultan / มัสยิดสุลต่าน

17. Masjid Sultan / มัสยิดสุลต่าน

มัสยิดสุลต่าน แห่งย่านกัมปง แกลม (Kampong Glam) เป็นอีกหนึ่งแลนมาร์คที่สำคัญของสิงคโปร์ และมีความสวยงามอลังการมากที่สุด จนห้ามพลาดอย่างเด็ดขาดเลยครับ มัสยิดแห่งนี้ มีความสำคัญในฐานะที่เป็นศูนย์รวมจิตใจ และแรงศรัทธาของชาวมุสลิม ทั่วทั้งสิงคโปร์ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1824 เพื่ออุทิศแด่สุลต่านพระองค์แรก และได้มีการบูรณะอยู่หลายครั้งมาจนถึงปัจจุบัน ไฮไลท์สำคัญ คือ โดมทองขนาดใหญ่ ที่โดดเด่นจนเห็นได้แต่ไกลนั่นเองฮะ โดยทั่วไปนักท่องเที่ยวจึงนิยมถ่ายรูปคู่กับมัสยิดจากบริเวณด้านนอกเพื่อเก็บภาพโดมทองมากกว่า ไม่ค่อยได้เข้าไปด้านในกันนักครับผม 

NOTE: สำหรับใครที่ตั้งใจเข้าชมบริเวณด้านในนั้น ตามกฎของมัสยิดสุลต่าน จะต้องแต่งกายอย่างสุภาพ และมิดชิดด้วยนะครับ (โถงสวดมนต์ภายใน ก็สวยงามมาก ๆ เช่นกันครับ)

เวลา: 2 เวลา 10.00 -12.00 และ 14.00 – 16.00
การเดินทาง: ลงสถานี MRT Bugis Station ออกทางออก B เดินทางถนน Arab Street
พิกัด: https://goo.gl/maps/XVYeHmg41bF2

18. Vintage Camera’s Museum / พิพิธภัณฑ์กล้อง

18. Vintage Camera’s Museum / พิพิธภัณฑ์กล้อง

นอกจากส่วนจัดแสดงภายใน ที่ได้รวบรวมเอากล้องจำนวนมาก จากหลากหลายชนิด ซึ่งหาชมได้ยาก มาให้ได้เห็นของจริงกันแล้ว พิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กแห่งนี้ ยังมีไฮไลท์สำคัญอยู่ที่บริเวณด้านนอก นั่นก็คือ ดีไซน์เท่ ๆ ของตัวอาคารที่ออกแบบให้เป็นกล้องถ่ายรูป ซึ่งมีประตูทางเข้าอยู่ตรงศูนย์กลางของเลนส์ พร้อมด้วยประติมากรรมสีขาวอันโดดเด่น และมีเอกลักษณ์ชัดเจน จนใครที่เดินผ่านมาแถวนี้แบบงง ๆ ก็ต้องพอจะเดาได้เลยว่า ที่นี่ต้องเกี่ยวข้องอะไรสักอย่างกับเรื่องกล้องอย่างแน่นอนนั่นเองครับ

เวลา: 10.30 -21.30
การเดินทาง: ลงสถานี MRT Bugis Station ออกทางออก B 
พิกัด: https://goo.gl/maps/wExFW5LzL632
เว็บไซต์: http://www.vintagecamerasmuseumsg.com
ราคา: 15 SGD

19. Haji Lane / ตรอกฮาจิ

19. Haji Lane / ตรอกฮาจิ

ตรอกฮาจิ เป็นถนนช้อปปิ้งสินค้า ที่เน้นขายงานดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ และเป็นแหล่งรวมร้านกินดื่มสุดชิลล์ที่ฮอตฮิตมาก ๆ ในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ นอกจากนี้ กราฟฟิตี้ลวดลวยต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ทั่วไปบนผนังกำแพง และ สีสันสุดสดใสของตึกแถวสไตล์จีนผสมสถาปัตยกรรมแบบอาณานิคมภายในตรอกฮาจินั้น ก็ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของย่านกัมปง แกลม (Kampong Glam) ที่คนรักการถ่ายภาพจะต้องชอบมาก ๆ และไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงเลยครับผม

เวลา: ร้านค้าจะเปิดช่วง 12.00 – 22.00
การเดินทาง: ลงสถานี MRT Bugis Station ออกทางออก B
พิกัด: https://goo.gl/maps/mndBWAUsPRv

20. Bugis Village & Spiral Staircases / บูกิส วิลเลจ และ บันไดวน

20. Bugis Village & Spiral Staircases / บูกิส วิลเลจ และ บันไดวน

บูกิส วิลเลจ คือ อาคารชุดที่ยาวติดกัน ตั้งอยู่ในย่านบูกิส (Bugis) บริเวณหัวมุมของถนนวิคตอเรีย (Victoria Street) และติดกับ ถนนช้อปปิ้งบูกิส สตรีท (Bugis Street Market) เป็นที่ตั้งของร้านขายของ และร้านอาหารต่าง ๆ ครับ แต่ไฮไลท์จริง ๆ นั้น อยู่ที่ความสวยงาม แปลกตา ของบันไดวนสีพาสเทล บริเวณด้านหลังของตัวอาคาร สำหรับจุดถ่ายรูปที่ดีที่สุดนั้น วาฬแนะนำให้ขึ้นไปตรง ชั้น 2 ของ ห้าง ฝู ลู่ โช่ว คอมเพล็กซ์ (Fu Lu Shou Complex) ซึ่งมองจากข้างนอก อาจจะดูเงียบ ๆ หน่อย แต่เราสามารถเข้าไปได้แน่นอนครับผม

เวลา: 9.00 – 18.00 (เวลาเปิดของตึก FU Lu Shou ที่เราจะต้องขึ้นไปถ่ายรูปบันได)
การเดินทาง: ลงสถานี MRT Bugis Station ออกทางออก C
พิกัด: https://goo.gl/maps/ZDfxWGSTX1p

21. House of Tan Teng Niah / บ้านหลากสีของพ่อค้าชาวจีน

21. House of Tan Teng Niah / บ้านหลากสีของพ่อค้าชาวจีน

บ้านหลังนี้ เป็นบ้านของพ่อค้าชาวจีนในอดีต ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี จนปัจจุบันได้รับรางวัลทางด้านสถาปัตยกรรมของสิงคโปร์อีกด้วย โดยมีจุดเด่นอยู่ที่สีสันอันสดใส ซึ่งเข้ากันได้ดีกับสีสันของอาคารบ้านเรือน และชุดส่าหรี แห่งย่านลิตเติ้ลอินเดีย (Little India) ที่มีความจัดจ้านไม่แพ้กัน เป็นอีกจุดที่วาฬแนะนำเลยครับ ถ่ายรูปสวยมาก ๆ ฮะ

NOTE:  ที่ย่านลิตเติ้ลอินเดีย (Little India) เราจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวอินเดียในสิงคโปร์ ซึ่งยังคงรักษาประเพณีและวัฒนธรรมดั้งเดิมเอาไว้ ได้อย่างเหนียวแน่น (ในรูปแบบที่มีความเป็นสมัยใหม่มากกว่าที่ประเทศอินเดียนะครับ) ทั้งในด้าน ความเชื่อทางศาสนา, การแต่งกาย, การตกแต่งบ้าน ตลอดจน อาหารการกิน ใครที่หลงใหลกลิ่นอายความเป็นตะวันออกแท้ ๆ ก็อย่าลืมแวะไปเที่ยวกันให้ได้น้า

เวลา: ตลอดเวลา
การเดินทาง: ลงสถานี MRT Little India Station ออกทางออก E
พิกัด: https://goo.gl/maps/Heqch6JyQg12

22. Redhill MRT Station / สถานี เอ็ม อาร์ ที เรดฮิลล์

22. Redhill MRT Station / สถานี เอ็ม อาร์ ที เรดฮิลล์

สถานีรถไฟฟ้า เอ็ม อาร์ ที เรดฮิลล์  กลายเป็นพิกัดถ่ายรูปสุดฮิตแห่งใหม่ ด้วยความที่ตัวสถานี ถูกย้อมด้วยสีชมพูพาสเทล ในทุกอณู ทำให้บรรยากาศรวม ๆ ดูแปลกตา แตกต่างไปจากสถานีรถไฟฟ้าทั่ว ๆ ไปเป็นอย่างมาก สายอาร์ตที่ชอบความแปลกใหม่ทั้งหลาย ไม่ควรพลาดเลยครับ  

NOTE: เนื่องจากเป็นระบบขนส่งสาธารณะ ที่มีผู้มาใช้บริการจำนวนมาก นักท่องเที่ยวต้องคำนึงถึงสิทธิ์ความเป็นส่วนตัวของผู้อื่นด้วยนะครับ การถ่ายภาพส่วนตัวสามารถทำได้ แต่ต้องไม่กระทบต่อผู้อื่น และหากเป็นการถ่ายงานแบบจริงจัง จำเป็นต้องขออนุญาตใช้สถานที่ก่อนนะครับผม

การเดินทาง: ลงสถานี MRT Red Hill Station
พิกัด: https://goo.gl/maps/NcmmDP6eXnp

23. Chinese Garden / สวนสไตล์จีน

23. Chinese Garden / สวนสไตล์จีน

สวนแห่งนี้ออกแบบโดยสถาปนิกชาวไต้หวัน โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมของพระราชวังจีนโบราณ ภายในมีพื้นที่กว้างขวาง และบรรยากาศที่ร่มรื่นมาก ๆ เหมาะแก่การพักผ่อนแบบชิลล์ ๆ ไปอีกครับ สำหรับไฮไลท์สำคัญนั้น อยู่ที่ เจดีย์คู่กลางน้ำ และ เจดีย์ 7 ชั้น ซึ่งเป็นจุดเช็คอินยอดฮิตแห่งใหม่ของชาวอินสตราแกรม ที่นิยมแวะมาเก็บภาพสวย ๆ กันนั่นเอง

เวลา: 5.30 – 23.00
การเดินทาง: ลงสถานี MRT Chinese Garden Station 
พิกัด: https://goo.gl/maps/sXLXJx4iP2m

สวนสัตว์สิงคโปร์

24. Wildlife Reserves Singapore / หน่วยงานคุ้มครองสัตว์ป่าสิงคโปร์

หน่วยงานนี้มีหน้าที่คุ้มครอง อนุรักษ์ และวิจัย สัตว์ป่าของสิงคโปร์ โดยบริหารงานครอบคลุมทั้ง 4 พาร์คหลัก (พาร์คที่ 1 – 3 อยู่ในละแวกเดียวกัน เดินถึงกันได้ ส่วนพาร์คที่ 4 จะแยกออกไปครับ) ได้แก่ 

1. สวนสัตว์สิงคโปร์ (Singapore Zoo) แหล่งรวบรวมสัตว์ป่าหายาก และสัตว์ป่าพื้นถิ่นที่หาชมไม่ได้จากที่อื่นไว้มากมาย เช่น ลิงจมูกยาว (Proboscis Monkey) เป็นต้น

2. ไนท์ ซาฟารี (Night Safari) สวนสัตว์กลางคืน ที่ให้เราได้สัมผัสกับชีวิตยามค่ำคืนของสัตว์ป่า ผ่านการโดยสารบนรถรางที่จะขับผ่านโซนต่าง ๆ อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

3. ริพเวอร์ ซาฟารี (River Safari) สวนสัตว์ทางน้ำแห่งแรกของเอเชีย ที่จำลองเส้นทางการล่องเรือชมสัตว์ป่า ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่มาก ๆ โดยมีดาวเด่นคือ คู่แพนด้ายักษ์ 2 ตัวจากประเทศจีนนั่นเองครับ

4. สวนนกจูล่ง (Jurong Bird Park) สวนนกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย บ้านของ สปิกซ์มาคอว์ (Spix’s Macaw) หรือ มาคอว์สีน้ำเงิน ที่ใกล้สูญพันธุ์จากธรรมชาติ ต้นแบบของ “บลู” (Blu) ตัวการ์ตูนดังจาก ภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง “ริโอ” (Rio) นั่นเองครับ

พาร์คทั้ง 4 แห่งนี้ ล้วนแล้วแต่เป็น สวนสัตว์ขนาดใหญ่ ที่มีมาตรฐานระดับโลก และมีบทบาทสำคัญด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่าทั้งสิ้น วาฬแนะนำมาก ๆ โดยเฉพาะใครที่มาเที่ยวทั้งครอบครัว และมีเด็ก ๆ มาด้วย รับรองว่าพวกเขาจะสนุก และอยู่ได้ทั้งวันแบบไม่มีเบื่อแน่นอน แถมยังได้ความรู้ไปเต็ม ๆ อีกด้วยครับ

NOTE: สำหรับใครที่ตั้งใจจะเที่ยวชมให้ครบทั้ง 4 พาร์ค วาฬแนะนำให้ซื้อตั๋วแพ็จเกจรวมทุกที่ ได้จากที่หน้าเคาท์เตอร์เลยครับ เราจะได้รับส่วนลดรวม ๆ แล้วสูงกว่า 30 % เลยทีเดียว โดยตั๋วนี้ มีอายุ 7 วันนับจากวันเริ่มใช้ และสามารถเข้าออกได้ พาร์คละหนึ่งครั้งเท่านั้น ตลอดอายุบัตรครับผม

เวลา Singapore Zoo: 8.30 – 18.00
เวลา Night Safari: 19.15 -24.00
เวลา River Safari: 8.30 -18.00
เวลา Jurong Bird Park: 8.30 – 18.00
การเดินทาง: สวนที่ 1 – 3 ลงสถานี MRT Khatib Station ออกทางออก A เพื่อนั่งรถบัสเวียน Mandai Khatib Shuttle คนละ 1 SGD มีบริการตั้งแต่ 8.00 ทุก 20 นาที (ดูเพิ่มเติมที่ https://www.wrs.com.sg/en/singapore-zoo/plan-your-visit/getting-to-singapore-zoo.html) / 
สวนที่ 4 ลงสถานี MRT Boon Lay Station แล้วออกมาต่อ Bus สาย 194 ลงป้าย Jurong Bird Park (ดูเพิ่มเติมที่ getting-to-jurong-bird-park.html)

พิกัด:

สวนที่ 1 – 3 https://goo.gl/maps/B5CbDQBGXc22 /
สวนที่ 4 https://goo.gl/maps/QLEkmfoaeRE2
เว็บไซต์: https://www.wrs.com.sg/en/singapore-zoo.html

ราคา: 

ราคา Singapore Zoo: 35 SGD, เด็ก (3 – 12ปี) 23 SGD
ราคา Night Safari: 47 SGD, เด็ก (3 – 12ปี) 31 SGD
ราคา River Safari: 32 SGD, เด็ก (3 – 12ปี) 21 SGD
ราคา Jurong Bird Park: 30 SGD, เด็ก (3 – 12ปี) 20 SGD

25. Tian Tian Hainanese Chicken Rice / เทียนเทียนข้าวมันไก่

25. Tian Tian Hainanese Chicken Rice / เทียนเทียนข้าวมันไก่

มาเที่ยวสิงคโปร์ทั้งที ถ้าไม่ได้กินข้าวมันไก่ ก็เหมือนมาไม่ถึงจริง ๆ และก็ต้องเป็นข้าวมันไก่ของร้านเทียนเทียน ด้วยนะครับ ตัวร้านตั้งอยู่ในศูนย์อาหาร Maxwell ประจำย่านไชน่าทาวน์ (เห็นคนต่อคิวยาว ๆ อยู่ร้านเดียวคือใช่เลยครับ) ดูภายนอกก็เหมือนร้านธรรมดาทั่วไป แต่ถ้าได้ชิมแล้วจะรู้ว่า รสชาติไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนครับ จุดเด่นคือ เนื้อไก่ของที่นี่ จะนุ่มมากเป็นพิเศษ แถมยังราดด้วยซอสสไตล์จีน เพิ่มรสชาติและความชุ่มฉ่ำให้กับเนื้อไก่เข้าไปอีก ถ้ามากันหลายคน วาฬแนะนำให้สั่งเป็น ไก่สับทั้งตัว หรือ ครึ่งตัว ใส่จาน แล้วสั่งข้าวมันแยกต่างหากมากินด้วยกัน รับรองว่าฟินสุด ๆ แน่นอนครับผม

NOTE: ศูนย์อาหาร หรือ ฟู้ดคอร์ท ที่สิงคโปร์ โดยทั่วไป จะเป็นระบบ Self-Service คล้ายกับบ้านเราเลยนะครับ ต่างกันที่ไม่ต้องแลกคูปอง และเมื่อกินเสร็จ จะต้องยกชามอาหารไปวางที่จุดคืนภาชนะด้วย ก็เท่านั้นเองครับ 

เวลา: 11.00 – 20.00
การเดินทาง: ลงสถานี MRT Chinatown Station ออกทางออก A แล้วเดินไปตามพิกัด
พิกัด: https://goo.gl/maps/VM6cE1uFUD12
ราคา: ไก่สับทั้งตัว 24 SGDหรือ ไก่สับครึ่งตัว 12 SGD

26. APIARY / เอพิเออรี

เอพิเออรี คือ ร้านไอศกรีมโฮมเมด และขนมหวาน ร้านโปรดของวาฬเลยครับ จุดเด่นของที่นี่ คือ การมีรสชาติไอศกรีมที่หลากหลาย (มากกว่า 18 รสชาติ) ให้เลือกกันอย่างจุใจ ตามความชอบเลย แถมแต่ละรสชาติ ยังมีเอกลักษณ์ที่หากินไม่ได้ง่าย ๆ จากที่อื่นอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น Sicilian Pistachio (พิสตาชิโอ), Hojicha (ชาเขียวที่ผ่านการคั่ว) หรือ Bergamot Sorbet (ผลไม้ตระกูลส้ม) จะสั่งแยกมาเป็นสกู๊ป (ใส่ถ้วย หรือโคน ก็ได้) หรือ สั่งเป็นเซต คู่กับวาฟเฟิลกลิ่นหอม ก็เป็นอะไรที่เข้ากันได้ดีมาก ๆ ถือเป็นอีกหนึ่งร้านดี ๆ ที่วาฬเชียร์เต็มที่ ใครไปเที่ยวสิงคโปร์ อย่าลืมแวะไปชิมกันนะครับ

เวลา: 12.00 – 22.00
การเดินทาง: ลงสถานี MRT Chinatown Station ออกทางออก A แล้วเดินไปตามพิกัด
พิกัด: https://goo.gl/maps/sa1MJBKuRwB2

27. Huopao / หัว เผ่า

เป็นร้านหม้อไฟซุปหมาล่า เมนูอะลาคาร์ท (A la carte) ที่ขายดีมาก ๆ โดยลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนสิงคโปร์มากกว่านักท่องเที่ยวครับ วิธีสั่งอาหาร เริ่มต้นที่ การเลือกน้ำซุปกับพนักงาน จากนั้นเราก็สามารถเดินไปเลือกหยิบอาหารสดที่เสียบเป็นไม้ไว้ จากตู้เย็นของทางร้านได้ตามใจชอบเลย อาหารบางชนิดจะมีเป็นแบบใส่จานด้วย (จานแต่ละสี มีราคาที่แตกต่างกันครับ) ส่วนน้ำจิ้มนั้น ทางร้านจะมีทั้งแบบสำเร็จรูป และแบบให้เราผสมเองจากเครื่องปรุงหลากชนิดที่ทางร้านเตรียมไว้ให้นั่นเอง ใครที่ชอบซุปหมาล่าต้องไปลองให้ได้ครับผม

NOTE: สำหรับคนที่เป็นสายกินตัวจริง ชอบแบบเยอะ ๆ ในสิงคโปร์ยังมีร้านหม้อไฟซุปหมาล่าสไตล์นี้อีกหลายร้าน แต่เป็นเมนูแบบบุฟเฟต์ไว้ให้บริการด้วยนะครับ ใครสนใจข้อมูลเพิ่มเติมของร้านอื่น ๆ หลังไมค์ หรือ คอมเมนต์ มาถามวาฬได้เลยครับผม

การเดินทาง: ลงสถานี MRT Chinatown Station ออกทางออก A แล้วเดินไปตามพิกัด หรือสังเกตเอาว่าร้านอยู่ตรงข้ามทางเข้าวัดพระเขี้ยวแก้วฝั่งติดถนนใหญ่
พิกัด: https://goo.gl/maps/iQ3mAMw8wT22

28. Chong Wen Ge Cafe / คาเฟ่ ฉง เหวิน เกอ

คาเฟ่ ในอาคารลายกระเบื้องเถาดอกไม้ที่เก่าแก่ ซึ่งยังคงสไตล์การตกแต่งร้าน รวมถึงเมนูอาหารแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างมีเอกลักษณ์ เมนูที่วาฬแนะนำเลย คือ เซตขนมหวานสิงคโปร์ คู่กับ กาแฟโกปี๊ (Kopi) หรือ น้ำชาร้อน การสั่งขนมนั้น เราสามารถเดินไปเลือกจากเคาน์เตอร์ได้เลยครับ ขนมส่วนใหญ่ ก็จะคล้าย ๆ กับขนมไทยฮะ ทำมาจากกะทิ และน้ำตาลเป็นหลัก ส่วนใครที่กำลังมองหาเมนูจานหลัก ต้องนี่เลยครับ “Nyonya” Laksa (ละก์ซา) ซิกเนเจอร์ดิช (Signature Dish) รสชาติเข้มข้น จัดจ้าน (คล้ายข้าวซอย ใส่กุ้ง ลูกชิ้น ไข่ต้ม และเครื่องเทศต่าง ๆ) ที่วาฬชอบมาก ๆ รับรองว่าถูกปากคนไทยแน่นอนครับผม

เวลา: 11.00 -17.30
การเดินทาง: ลงสถานี MRT Telok Ayer Station แล้วเดินตามพิกัด
พิกัด: https://goo.gl/maps/Te55JqeKoxv

29. Traditional Ice cream Cart / รถเข็นไอศกรีมตัดแบบดั้งเดิม

รถเข็นไอศกรีมตัดแบบดั้งเดิมนั้น จริง ๆ แล้ว สามารถพบได้ทั่วไปตามแหล่งท่องเที่ยว ที่มีคนเยอะ ๆ แต่ถ้าอยากหาง่าย ๆ วาฬแนะนำแถวย่านไชน่าทาวน์เลยฮะ โดยรถเข็นไอศกรีมตัด จะมีหลายยี่ห้อให้เลือกนะครับ แต่หลัก ๆ ก็มีกรรมวิธีที่ไม่ต่างกัน นั่นคือ การตัดแบ่งไอศกรีมออกจากก้อนโต ๆ มาเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมบาง ๆ แล้วประกบด้วยขนมปัง หรือ เวเฟอร์ กินคู่กัน หวานอร่อย ช่วยคลายร้อนระหว่างเดินเที่ยวได้เป็นอย่างดีครับ


30. Song Fa Bak Kut Teh / ซงฟา บักกุ๊ดเต๋

30. Song Fa Bak Kut Teh / ซงฟา บักกุ๊ดเต๋ (สาขา 11 New Bridge Road, คลากคี)

สุดยอดร้านบักกุ๊ดเต๋ ที่มีรสชาติอร่อยเฉพาะตัว จนเป็นที่ยอมรับกันอย่างมากในหมู่นักชิม การันตีจากการกวาดรางวัลมาแล้วแทบทุกสำนัก รวมไปถึงมิชลินไกด์สิงคโปร์ (The Michelin Guide Singapore) ทีเด็ดอยู่ที่ น้ำซุปใสรสชาติกลมกล่อม (ไม่เหมือนบ้านเราที่มักจะมีสีเข้มจากซีอิ๊ว) และหอมกลิ่นเครื่องยาจีนแบบสุด ๆ (เฉพาะน้ำซุปสามารถเติมได้ไม่อั้นนะครับ) สำหรับเมนูไฮไลท์ที่วาฬแนะนำเลยก็คือ บักกุ๊ดเต๋ซี่โครงหมูตุ๋น ที่เนื้อหมูนุ่มกำลังดี มีรสชาติในตัวเอง แถมยังหลุดออกจากกระดูกได้ง่าย ๆ ไม่ต้องกลัวเลอะเทอะเลยครับ (ทางร้านมีเมนูเครื่องในหมูหลายชนิด สำหรับใครที่ชอบกิน สามารถสั่งมาแทนซี่โครงหมูได้นะครับ) ยิ่งกินคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ ด้วยแล้ว ยิ่งดีงาม และเป็นอะไรที่เข้ากันมาก ๆ ราคาอาหารก็ถือว่าไม่แพงในสิงคโปร์ เมื่อเทียบกับคุณภาพที่ได้รับ ยังไงก็เป็นอีกหนึ่งร้าน ที่ต้องห้ามพลาดอย่างเด็ดขาดเลยครับ

NOTE:  ถ้ามาตรงกับช่วงมื้ออาหารพอดี จะเห็นแถวต่อคิวยาวเหยียด ยังไงก็อย่าเพิ่งถอดใจนะครับ วาฬลองไปต่อมาแล้ว เอาจริง ๆ มันไม่ได้นานมากอย่างที่คิด ทางร้านเขามีระบบการจัดการคิวที่ค่อนข้างดีเลยครับ 

เวลา: 9.00 – 21.15 ปิดทุกวันจันทร์
การเดินทาง: ลงสถานี MRT Clark Quay Station ออกทางออกที่เป็นห้าง Central Clark Quay ร้านจะอยู่ฝั่งตรงข้าม
พิกัด: https://goo.gl/maps/Dxucv3P7SL92
เว็บไซต์: https://songfa.com.sg

Gudetama Cafe / คาเฟ่กุเดทามะ (ไข่ขี้เกียจ)

31. Gudetama Cafe / คาเฟ่กุเดทามะ (ไข่ขี้เกียจ)

ร้านอาหารและขนม ในธีมของ “กุเดทามะ” หรือ เจ้าไข่ขี้เกียจ ตัวการ์ตูนชื่อดังจาก ซานริโอ (Sanrio)  ตั้งอยู่ที่ชั้น 1 ห้างซันเทคซิตี้ (Suntec City Mall) ภายในร้าน ตกแต่งออกมาได้น่ารักมาก ๆ ยิ่งหน้าตาของอาหาร และขนม ยิ่งต้องยอมรับเลยว่า มีความครีเอทแบบสุด ๆ ความไข่ขี้เกียจที่ปรากฏอยู่ในทุกจานนั้น แสดงถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดของทางร้านจริง ๆ ครับ แม้ว่าราคาจะค่อนข้างสูง แต่วาฬว่าคุ้มค่ามาก ๆ รสชาติอาหารก็ดีด้วยนะครับ แฟน ๆ เจ้ากุเดทามะ ยังไงก็ไม่ควรพลาดครับผม ต้องไปโดน ๆ

NOTE: รอบนี้วาฬตั้งใจไปกินของหวานโดยเฉพาะ สำหรับเมนูที่วาฬสั่งมาชิม ได้แก่ Citrus Pan เยลลี่ส้ม ในทาร์ตที่ทำจากแป้งโอริโอ, Gude Pudding พุดดิ้งรูปหน้ากุเดทามะที่น่ารักเกิน จนแทบจะไม่กล้ากินเลย และเครื่องดื่มอย่าง Straw-very lazy โดยรวมถือว่ารสชาติดี อร่อยทุกจานเลยครับผม

เวลา: 10.00 – 22.00
การเดินทาง: ลงสถานี MRT Promenade Station ไปทางห้าง Suntec City Mall
พิกัด: https://goo.gl/maps/L1HfrN3oU922
เว็บไซต์: http://gudetamacafe.sg

32. DC Comics Super Heroes Cafe / คาเฟ่ ซุปเปอร์ฮีโร่ ดีซีคอมิกส์

คาเฟ่ สไตล์อเมริกัน ที่มาในธีม ซุปเปอร์ฮีโร่ และวายร้าย จาก ดีซีคอมิกส์ ทั้งการตกแต่งร้าน และลูกเล่นต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในอาหาร และขนมแต่ละจานนั้น ล้วนแล้วแต่จัดเต็ม สวยงาม และน่ากินมาก ๆ  ถูกใจแฟน ๆ ค่ายดีซีอย่างแน่นอนครับ นอกจากอาหารแล้ว ที่นี่ยังมีช็อปเล็ก ๆ ขายสินค้าลิขสิทธิ์จาก ดีซีคอมิกส์ ให้เลือกซื้อกันอีกด้วยนะครับ ตัวร้านหาไม่ยากครับ ตั้งอยู่ที่ชั้น L1 ห้างเดอะช็อปส์ แอท มารีน่า เบย์ แซนด์ส (The Shoppes at Marina Bay Sands) โดยรวมแล้วราคาค่อนข้างสูงเลยทีเดียวฮะ แต่เมื่อเทียบกับรสชาติอาหาร และการได้มาถ่ายรูปเล่นกับตัวละครที่ชอบ วาฬว่ายังไงก็คุ้มค่าแน่นอนครับผม

เวลา: 11.30 – 23.00
การเดินทาง: ลงสถานี MRT Bayfront Station ออกทางออก D 
พิกัด: https://goo.gl/maps/Z6zxqTm2Uds

33. Tiong Bahru Yong Tao Hu / จง ปา หลู่ เนี่ยง โต้ว ฝู่

ร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาสไตล์สิงคโปร์ เจ้าเก่าแก่ (ตั้งแต่ ค.ศ. 1989) ที่หน้าตาดูธรรมดามาก แต่ถ้าได้ชิมแล้ว ต้องบอกเลยว่า รสชาติไม่ธรรมดาจริง ๆ ครับ ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันลงตัวแบบสุด ๆ เส้นเหนียวนุ่ม น้ำซุปใสกลมกล่อม และมีกลิ่นหอม ส่วนลูกชิ้นปลา ก็ทำออกมาได้ดี ไม่มีกลิ่นคาวเลย ใครต้องการเพิ่มรสชาติทางร้านจะมีซอสสีแดงให้ สำหรับเติมลงไปในก๋วยเตี๋ยว รสชาติออกเปรี้ยว หวาน และเผ็ดนิด ๆ ครับ ข้อดีสำคัญเลยคือ ราคาย่อมเยาว์มาก ๆ เมื่อเทียบกับร้านอื่นในสิงคโปร์ ไปลองกันให้ได้นะครับ

เวลา: 7.00 – 15.00
การเดินทาง: ลงสถานี Tiong Bahru ออกทางออก B แล้วเดินตามพิกัด
พิกัด: https://goo.gl/maps/hDjz4MaqFds

34. Earlybird Cafe / คาฟ่ เออร์ลี เบิร์ด

คาเฟ่ ในธีมนกสีเหลืองสุดน่ารัก ที่ภายในร้าน ตกแต่งให้เป็นเหมือนบ้านของนก ที่อาศัยอยู่ในป่า แวดล้อมไปด้วยดอกไม้ และพืชพรรณต่าง ๆ แลดูมีความเป็นธรรมชาติมาก ๆ โคมไฟก็ประดับประดาด้วยวัสดุที่ทำออกมาให้คล้ายรังนก เป็นไอเดียที่สร้างสรรค์แบบสุด ๆ สำหรับอาหารก็มีทั้งคาวและหวานครับ แต่ครั้งนี้วาฬตั้งใจไปถ่ายรูปมากกว่า เลยได้สั่งแค่เมนูเบา ๆ อย่าง น้ำกล้วยปั่น ที่เสริฟมาในแก้วซึ่งมีโลโก้น่ารักมาก ๆ ของทางร้านรสชาติใช้ได้เลยฮะ ใครที่มาเดินเล่นย่านบูกิส (Bugis) อย่าลืมแวะมาชิม และถ่ายรูปกันนะครับ

เวลา: 8.30 – 21.00
การเดินทาง: ลงสถานี MRT Bugis Station ออกทางออก B แล้วเดินตามพิกัด
พิกัด: https://goo.gl/maps/jkr79jw6LFU2

สิงคโปร์

การเดินทางในสิงคโปร์

แม้ว่าในตัวเมือง ส่วนใหญ่จะมีสถานีรถไฟฟ้า เอ็ม อาร์ ที และ แอล อาร์ ที (MRT/LRT) ครอบคลุมแทบทุกแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอยู่แล้ว แต่หากในหนึ่งวัน เรามีแพลนต้องไปหลายที่ และใช้รถไฟฟ้าบ่อย ก็อาจจะทำให้ ค่าใช้จ่ายโดยรวมสำหรับการเดินทางค่อนข้างสูง อีกทั้งบางสถานี เมื่อขึ้นมาแล้ว ก็ยังต้องเดินต่อไปอีกค่อนข้างไกลกว่าจะถึงที่หมาย

ดังนั้น วาฬเลยจะมาแนะนำ อีกหนึ่งวิธีการเดินทางในตัวเมืองที่ทั้งประหยัด สะดวก และสนุกมาก ๆ นั่นก็คือ จักรยานสาธารณะ ที่มีให้บริการอยู่หลายเจ้าในสิงคโปร์ วิธีใช้งานนั้น ง่ายมาก ๆ ครับ เพียงใช้แอพพลิเคชั่น (ก่อนอื่นต้องดาวโหลดแอพฯ และทำการลงทะเบียนให้เรียบร้อย) สแกนปลดล็อค จากนั้นก็สามารถปั่นไปได้เลย เมื่อถึงที่หมายก็เพียงจอดในจุดจอดจักรยานดี ๆ แล้วตัวเราก็ไปเที่ยวต่อได้เลยครับ

NOTE: ค่าเช่าจักรยานจะแสดงในแอพพลิเคชั่น เมื่อเราล็อคล้อแล้ว หลังใช้งานเสร็จ โดยระบบจะตัดเอาจากบัตรเครดิตนั่นเองครับ


ติดตามที่เที่ยวอื่นๆของวาฬได้ที่นี่ คลิ๊กๆเลย