Nagoya: 20 กิจกรรมที่ควรทำ ในนาโกย่า และสถานที่ใกล้เคียง

20 กิจกรรมที่ควรทำ ในนาโกย่า และสถานที่ใกล้เคียง

ชื่อของเมืองนาโกย่า น่าจะพอเป็นที่คุ้นหูของคนไทยกันอยู่บ้าง แต่ในด้านการท่องเที่ยวนั้น อาจจะยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก ส่วนใหญ่คนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นบ่อย ๆ จะได้ยินชื่อของนาโกย่า แค่เพียงในฐานะเมืองทางผ่าน เวลานั่งรถไฟความเร็วสูง เชื่อมต่อระหว่างโตเกียว กับโอซาก้าเท่านั้น รีวิวนี้วาฬเลยตั้งใจจะพาทุกคนมาเปิดมุมมองใหม่ และเที่ยวอันซีนแบบไม่ซ้ำใครกันที่ เมืองนาโกย่า และสถานที่ใกล้เคียง แบบละเอียดยิบ ยังไงก็เตรียมกดแชร์ ไว้เป็นข้อมูลไปตามรอยกันได้เลยคร้าบบบ

ตามหัวข้อเลยครับ ทริปนี้ไม่ใช่แค่ที่เที่ยวเมืองนาโกย่า แต่จะพาไปรอบ ๆ ด้วย โดยวาฬขอตั้งโจทย์ไว้ว่า “ถ้าบินตรงมาลงเมืองนาโกย่า จะไปเที่ยวที่ไหน หรือทำอะไรได้บ้าง?” ซึ่งเมื่อดูจากระยะทาง และระยะเวลาที่เหมาะสมแล้ว วาฬขอคัดมาเป็น “20 กิจกรรมที่ควรทำ ในนาโกย่า และสถานที่ใกล้เคียง” จากโปรแกรมที่ โดยส่วนตัวแล้ววาฬประทับใจ และอยากจะบอกต่อกับทุกคนมากที่สุดนั่นเองครับ

เราเริ่มกันจากจุดที่เดินทางสะดวกที่สุดก่อน นั่นก็คือในตัวเมืองนาโกย่าเลย จริง ๆ แล้วเมืองนาโกย่า เป็นมหานคร ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจต่อประเทศญี่ปุ่นอย่างมาก ทั้งยังเป็นเมืองหลวงของจังหวัดไอจิ (Aichi) ซึ่งตั้งอยู่เกือบจะตรงกึ่งกลางของประเทศพอดี ทำให้กลายเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรม และการส่งออกมูลค่ามหาศาลอีกด้วย การเที่ยวในตัวเมืองจึงให้ความรู้สึกไม่ต่างไปจากในโตเกียว หรือโอซาก้าเลยครับ เอาง่าย ๆ เลย คือ นาโกย่า เจริญมาก ๆ และสะดวกสบายแบบสุด ๆ ใครชอบกลิ่นอายความทันสมัยแบบเมืองใหญ่ จะต้องชอบนาโกย่าเป็นแน่ครับผม (ข้อที่ 1-9)

จากนั้น เราจะไปต่อกันที่ สถานที่ใกล้เคียง ทั้งที่ยังอยู่ในเขตจังหวัดไอจิบ้าง และจังหวัดอื่น ๆ บ้าง ไม่ว่าจะเป็น หมู่บ้านมรดกโลกชิระคะวะ, ย่านเมืองเก่าทาคายะมะ, เมืองธรรมชาติงุโจ, ดินแดนศักดิ์สิทธิ์อิเสะ และ เมืองชายทะเลโทบะ ซึ่งล้วนแล้วแต่ มีมนต์เสน่ห์ อันเป็นเอกลักษณ์ และเต็มไปด้วยกิจกรรมการท่องเที่ยวที่กำลังรอให้ทุกคนไปสัมผัสกันแบบจัดเต็ม แถมแต่ละเมืองนั้น ยังสามารถเดินทางจากเมืองนาโกย่า ด้วยรถไฟหรือรถบัสได้อย่างสะดวกมาก ๆ อีกด้วยครับ (ข้อที่ 10-20)

20 กิจกรรมที่ควรทำ ในนาโกย่า และสถานที่ใกล้เคียง มีดังต่อไปนี้ครับ ส่วนรายละเอียด พิกัด และวิธีการเดินทางทั้งหมด อยู่ใต้รูปเช่นเคยครับผม

เมืองนาโกย่า (Nagoya) จังหวัดไอจิ (Aichi)

ปราสาทนาโกย่า

1. เที่ยวชมปราสาทนาโกย่า ที่ใหญ่ติด 1 ใน 5 ของญี่ปุ่น 

#ปราสาทนาโกย่า #NagoyaCastle 

นอกจากขนาดที่ใหญ่โตอลังการแล้ว สำหรับวาฬ ปราสาทนาโกย่า ยังเป็นหนึ่งในปราสาทที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นอีกด้วยครับ ที่นี่มีจุดที่สามารถถ่ายรูปดี ๆ ได้เพียบเลยฮะ จากองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง ยังไงก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับผม สำหรับข้อมูลคร่าว ๆ ที่น่าสนใจนั้น ปราสาทนาโกย่า ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นฐานบัญชาการอีกแห่งหนึ่ง โดย โทกุงาวะ อิเอยาซุ (Tokugawa Ieyasu) โชกุนชื่อดัง ผู้สถาปนาเอโดะ (โตเกียวในปัจจุบัน) เป็นศูนย์กลางในการปกครองญี่ปุ่น ต่อมาตัวปราสาทได้ถูกทำลายลงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนที่จะมีการบูรณะขึ้นมาใหม่จนแล้วเสร็จเป็นปราสาทนาโกย่าที่ทันสมัยในปัจจุบัน

จุดเด่นของปราสาทนาโกย่า ที่ทุกคนต้องสังเกตเห็นได้แต่ไกลเลย ก็คือ รูปสลักปลาหัวเสือทองคำขนาดใหญ่หนึ่งคู่ หรือที่คนญี่ปุ่น เรียกกันว่า “คินชาจิ” (Kinshaji) ประดับอยู่บนหลังคาของบริเวณยอดปราสาท ถือเป็นสิ่งมงคลในด้านการป้องกันอัคคีภัย (เพราะ ปลา = น้ำ) และด้านความมั่งคั่ง (เพราะ ทอง = ความร่ำรวย) ของตระกูลโทกุงาวะ ตามความเชื่อดั้งเดิมนั่นเองครับ

ภายในมีทั้งหมด 7 ชั้น โดยฐานของปราสาทสร้างมาจากก้อนหินขนาดใหญ่เพื่อยกพื้นให้สูง ประกอบกับมีคูน้ำล้อมรอบ เพื่อประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ในการป้องกันข้าศึก น่าเสียดายเล็กน้อยที่ตอนนี้ ตัวอาคารหลักปิดปรับปรุงเพื่อเปลี่ยนโครงสร้างจากคอนกรีตเสริมเหล็กในปัจจุบัน ให้กลับไปเป็นโครงสร้างไม้เพียงอย่างเดียวดังเช่นปราสาทเก่าในอดีต ก่อนการบูรณะหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องใช้เวลามาก ทำให้กำหนดปิดนั้น ยาวไปถึง พ.ศ. 2565 เลยครับผม

ถึงจะปิดปรับปรุง แต่ก็เพียงเฉพาะด้านในของตัวอาคารหลักเท่านั้นนะครับ ดังนั้น ไม่ต้องกังวลเลยฮะ เราก็ยังสามารถเที่ยวชมในบริเวณอื่น ๆ โดยเฉพาะภายนอกของปราสาทนาโกย่า ซึ่งถือเป็นจุดไฮไลท์ที่สวยงามมาก ๆ ได้ตามปกติอยู่ดีครับผม

พิกัด: https://goo.gl/maps/HEvADXaADBR2

การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Meijo (สายสีม่วง) ลงสถานี Shiyakusho (City Hall) ออก Exit 7 และเดินต่อไปยังปราสาทประมาณ 5 นาที

เวลา: 9.00 – 16.30

ค่าเข้า: 500 เยน

เว็บไซต์: https://www.nagoyajo.city.nagoya.jp/13_english/index.html


PortofNagoyaPublicAquarium 

2. ดูโชว์การฝึกวาฬเพชรฆาต ที่พิพิธภัณท์สัตว์น้ำ พอร์ท ออฟ นาโกย่า

#พอร์ทออฟนาโกย่า #PortofNagoyaPublicAquarium 

พอร์ท ออฟ นาโกย่า ถือเป็นอีกหนึ่งสุดยอดพิพิธภัณท์สัตว์น้ำของญี่ปุ่น ที่รวบรวมสิ่งมีชีวิตหายากในท้องทะเลไว้เป็นจำนวนมาก และไม่สามารถหาชมได้ง่าย ๆ จากที่อื่นอีกด้วยครับ นอกจาก ส่วนจัดแสดงพันธุ์ปลาในตู้กระจกขนาดใหญ่เหมือนกับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทั่วไปแล้ว พอร์ท ออฟ นาโกย่า ยังมีไฮไลท์อยู่ที่ ดาวเด่นอย่างครอบครัววาฬเพชฌฆาต หรือ วาฬออร์กา (Killer Whale, Orca) ในสระหลัก (Main Pool) ของส่วนจัดแสดงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเล ให้ได้ชมกันอีกด้วยครับ 

สำหรับจุดอื่น ๆ ที่ดีงามไม่แพ้กัน และต้องแวะชมให้ได้ วาฬขอแนะนำเป็น โซน “Under the Northern Lights” เพื่อมาดูท่วงท่าและการเคลื่อนไหวที่สง่างามจากมุมมองใต้น้ำ ของ วาฬเบลูกา หรือ วาฬขาว (Beluga Whale) และ โซน “Large Kuroshio Tank” เพื่อตื่นตาตื่นใจไปกับฝูงปลาซาร์ดีน (Sardine) ขนาดใหญ่ กว่า 30,000 ตัว ที่ว่ายวนกันเป็นเกลียวคลื่นตามกระแสน้ำ เป็นภาพสวยงามมาก ๆ เลยครับ 

พิกัด: https://goo.gl/maps/KjWMeurk1HF2

การเดินทาง: จากสถานี Nagoya นั่งรถไฟ JR ลงที่สถานี Kanayama แล้วเปลี่ยนไปรถไฟฟ้าใต้ดินสาย Meiko เพื่อไปลงที่สถานี Nagoyako แล้วเดินต่อไปยัง Port of Nagoya Public Aquarium

เวลา: 9.30 – 17.30

ค่าเข้า: 2,000 เยน

เว็บไซต์: http://www.nagoyaaqua.com/english/2014090600232265.html


NabananoSatoWinterIllumination 

3. ถ่ายรูปกับอุโมงค์ประดับไฟที่ นะบะนะ โนะ ซาโตะ 

#งานประดับไฟฤดูหนาวนะบะนะโนะซาโตะ #NabananoSatoWinterIllumination 

งานประดับไฟฤดูหนาว นะบะนะ โนะ ซาโตะ นั้น ถูกจัดให้เป็น งานประดับไฟประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น (Japan’s Largest Illumination) มาหลายสมัย โดยในตอนกลางวัน ที่นี่จะเป็นสวนพฤกษศาสตร์ให้เดินชมกันชิลล์ ๆ ก่อนที่เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน จะกลายมาเป็นงานประดับไฟสุดอลังการที่ทุกคนใฝ่ฝันจะมาเยือนให้ได้สักครั้งนั่นเองครับ สำหรับจุดขายหลักของงานนั้น อยู่ที่ อุโมงค์ประดับไฟขนาดยาวแบบสุด ๆ (กว่า 200 เมตร) ที่ใครมาถึงแล้ว เป็นต้องถ่ายรูปคู่กับอุโมงค์ไปลงโซเชี่ยลกันทุกรายเลยครับ

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงแสง สี เสียง กลางแจ้ง ผ่านหลอดไฟ LED นับล้านดวง ที่ตระการตามาก ๆ อีกด้วยนะครับ ซึ่งแต่ละปีจก็ะมีเนื้อหา และรูปแบบการนำเสนอที่แตกต่างกันไป โดยใน ค.ศ. 2018 – 19 นี้ (งานมีระหว่างวันที่ 20 ตุลาคม 2018 – 6 พฤษภาคม 2019) ได้จัดขึ้น ภายใต้ธีมความเป็นญี่ปุ่น หรือ JAPAN! นั่นเอง

สำหรับใครที่มีแผนจะเดินทางในช่วงเดือน ธันวาคม – กุมภาพันธ์ วาฬแนะนำให้เตรียมชุดที่อุ่นที่สุดไปเดินงานนี้นะครับ เพราะอากาศจะหนาวแบบสุด ๆ ในขณะที่คนก็จะเยอะมาก ๆ เช่นกัน ทำให้จุดที่เป็นอินดอร์ และมีฮีตเตอร์บริการจะค่อนข้างมีจำกัดครับผม (แนะนำที่เรือนกระจกบีโกเนีย (Begonia Garden) ข้างในอุ่นดีครับ แถมยังมีคาเฟ่เล็ก ๆ เปิดบริการอีกด้วย สามารถเข้าไปแวะพัก และถ่ายรูปเล่นได้ครับผม) 

พิกัด: https://goo.gl/maps/ZVjviiqkF8t

การเดินทาง: จากสถานี JR ลงสถานี Nagoya เดินออกมาเพื่อขึ้นรถบัสที่ Meitetsu Bus Center โดยซื้อตั๋วแบบไปกลับ ราคา 1,780 เยน แล้วนั่งต่อมาอีก 30 นาทีลงป้าย Nabana no Sato

เวลา: 9.00 – 22.00

ค่าเข้า: 2,300 เยน

เว็บไซต์: http://www.nagashimaresort.jp/nabana/illumination/press/index.html (ภาษาญี่ปุ่น)


ศาลเจ้า atsuta

4. ขอพรให้ประสบกับชัยชนะและความสำเร็จที่ ศาลเจ้าอะสึตะ

#ศาลเจ้าอะสึตะ #AtsutaJingu

ศาลเจ้าเก่าแก่ประจำเมืองนาโกย่า ที่เชื่อกันว่า มีความศักดิ์สิทธิ์มาก ๆ โดยผู้ที่ศรัทธามักนิยมมาขอพรให้ตนเองนั้น ประสบกับชัยชนะในการแข่งขันครั้งสำคัญ นอกจากนี้ ศาลเจ้าอะสึตะ ยังเป็นสถานที่เก็บรักษา “ดาบคุซานางิ” (Kusanagi no Trurugi) 1 ใน 3 สิ่งศักดิ์สิทธิ์สำหรับจักรพรรดิญี่ปุ่น ที่ใช้ในพระราชพิธีราชาภิเษก อีกด้วยครับ 

ภายในมีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ในอาณาเขตที่กว้างขวาง และมีบรรยากาศที่ร่มรื่น เพราะแวดล้อมไปต้นไม้ใหญ่มากมาย ดังนั้นหากไม่รวมเรื่องความเชื่อแล้ว ศาลเจ้าอะสึตะ จึงยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ ซึ่งเหมาะมาก ๆ สำหรับ ใครก็ตามที่ชื่นชอบแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่เน้น ความสงบ และความเรียบง่าย อย่างแท้จริง

พิกัด: https://goo.gl/maps/FEkHEEaB48K2

การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย Meitetsu จากสถานี Nagoya ลงที่สถานี Jingu-Nishi

เวลา: 8.30 – 16.30

เว็บไซต์: http://www.atsutajingu.or.jp/en/intro/


sake

5. ช้อปปิ้งที่ย่านซาคาเอะ ศูนย์กลางของเมืองนาโกย่า

#ย่านช้อปปิ้งซาคาเอะ #SakaeShoppingArea 

ย่านซาคาเอะ ถือเป็นย่านการค้า และร้านอาหาร ที่รวบรวมห้างสรรพสินค้า และร้านแบรนด์เนมระดับโลก ไว้มากที่สุดในนาโกย่า ทำให้ซาคาเอะเป็นบริเวณที่คึกคัก เต็มไปด้วยผู้คน ทันสมัย และมีสีสันอยู่ตลอดเวลา ไม่ต่างจากการอยู่ในโตเกียว หรือ โอซาก้าเลยครับ ยิ่งโดยเฉพาะ ในตอนกลางคืนที่ซาคาเอะ กลายเป็นแหล่งกินดื่มยอดนิยมของนักท่องเที่ยวด้วยแล้ว นอกจากนี้ ย่านซาคาเอะ ยังเป็นที่ตั้งของแลนมาร์กที่สำคัญอย่าง นาโกย่า ทีวี ทาวเวอร์ (Nagoya TV Tower), สวนสาธารณะฮิซายะโอโดริ (Hisaya Odori Park) และ โอเอซิส 21 (Oasis 21) อีกด้วย อย่าลืมแวะไปเก็บให้ครบกันด้วยนะครับ

พิกัด: https://goo.gl/maps/bYX217sQdcn

การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Higashiyama ลงสถานี Sakae

เวลา: ร้านค้าส่วนใหญ่เปิด 10.00 – 20.00


ข้าวหน้าปลาไหล

6. กินข้าวหน้าปลาไหล ร้านดังประจำนาโกย่า

#ฮิทสึมาบูชิอุยะ #HitsumabushiUya

ข้าวหน้าปลาไหล หรือ ฮิทสึมาบูชิ (Hitsumabushi) เป็นหนึ่งในอาหารขึ้นชื่อ ที่อร่อยมาก ๆ ของเมืองนาโกย่า ดังนั้นผู้มาเยือนทุกคนต้องห้ามพลาดอย่างเด็ดขาดเลยครับ โดยเฉพาะที่ ร้าน “ฮิทสึมาบูชิ อุยะ” (Hitsumabushi Uya) ที่เสิร์ฟข้าวหน้าปลาไหลในแบบ Omotenashi (หรือ จานอาหารที่มีขั้นตอนการกินอันพิถีพิถัน) ด้วยแล้ว ยิ่งเป็นอะไรที่ดีงามเข้าไปอีก

ความพิเศษก็คือ เพื่อให้ได้รสชาติที่แตกต่างกันถึง 3 แบบ ในจานเดียว ทางร้านแนะนำให้เรากินไปตามขั้นตอน โดยเริ่มจากตักข้าวหน้าปลาไหลออกมาใส่ถ้วยแยกเพื่อทดลองชิมไปทีละแบบ ตามลำดับ ดังนี้ครับ 1.ชิมแบบธรรมดา ไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่ม เพื่อให้ได้รสชาติของข้าวหน้าปลาไหลแบบดั้งเดิมแท้ ๆ 2.เติมวาซาบิ และหอมใหญ่ซอย เข้าไปคลุกเคล้ากับข้าวหน้าปลาไหล โดยส่ว

นตัวแล้ววาฬชอบรสชาติของขั้นตอนที่ 2 นี้มากที่สุดเลยครับ 3.โรยสาหร่าย และเติมน้ำซุปใสร้อน ๆ ลงไปในข้าวหน้าปลาไหล ออกมาก็จะคล้าย ๆ กับข้าวต้มครับผม

ร้าน: Hitsumabushi Uya

พิกัด: https://goo.gl/maps/2nz6Lm5iYND2

การเดินทาง: จาก JR สถานี Nagoya นั่งไปลงสถานี Kanayama แล้วเปลี่ยนรถไฟไปสาย Meijo นั่งไปลงสถานี Sogo Rihabiri Center และต่ออีกประมาณ 3 นาที

เวลา: 11.00 – 14.30 / 17.00 – 21.00

เว็บไซต์: http://www.hitsumabushiuya.com/contact.php


yamachan nagoya

7. ชิมปีกไก่ทอดสูตรเข้มข้นแบบออริจินอล ที่ร้านยามะจัง สาขานาโกย่า

#ร้านยามะจัง #Yamachan

ร้านยามะจัง เป็นร้านปีกไก่ทอดชื่อดังของญี่ปุ่น ที่คนไทยพอจะคุ้นเคยกันบ้างแล้ว เนื่องจากมีมาเปิดสาขาที่ไทยนั่นเอง (ซอยธนิยะ และซอยสุขุมวิท 39) แต่ที่ทำให้วาฬต้องหยิบมานำเสนอในนี้ก็เพราะ ต้นกำเนิดของร้านยามะจังนั้น เริ่มต้นที่ เมืองนาโกย่า ก่อนที่จะขยายสาขาไปทั่วญี่ปุ่นนั่นเองครับ ดังนั้น ใครที่อยากลองชิม แบบออริจินอลดู ก็ต้องห้ามพลาดเลย โดยในนาโกย่า จะมีอยู่หลายสาขาครับ สะดวกที่ไหนก็ตามชอบเลย วาฬแปะพิกัดไว้ให้ด้านล่างแล้วครับ ส่วนเรื่องรสชาติ ส่วนตัวแล้ว วาฬชอบเลยนะ รสชาติเข้มข้นมาก สำหรับบางคนอาจจะรู้สึกว่าเค็มไปนิด แนะนำให้ กินคู่กับข้าวผัด หรือ ข้าวญี่ปุ่นจะกำลังดีเลยครับ

พิกัด: https://goo.gl/maps/9VrW5YyZP3N2

การเดินทาง: จากสถานี Nagoya เดินไปประมาณ 600 เมตร

เวลา: 17.00 – 23.15


pokemon center

8. เลือกซื้อสินค้าสุดน่ารัก ที่โปเกมอน เซ็นเตอร์ นาโกย่า

#โปเกมอนเซ็นเตอร์นาโกย่า #PokémonCenterNagoya

โปเกมอน เซ็นเตอร์ คือ แหล่งรวมทุกสิ่งเกี่ยวกับโปเกมอน เป็นช็อปในฝันของสาวกโปเกมอนทุกคน ที่อยากจะมาให้ได้สักครั้ง ซึ่งในประเทศญี่ปุ่นนั้น ก็มีอยู่หลายสาขา กระจายกันไปตามเมืองใหญ่ของแต่ละภูมิภาค และที่เมืองนาโกย่าแห่งนี้ก็มี โปเกมอน เซ็นเตอร์ เช่นกันครับผม จุดเด่น คือ แต่ละสาขาจะมีการตกแต่งร้าน ตลอดจน สินค้าพิเศษ บางอย่างที่แตกต่างกันนั่นเอง ภายใน โปเกมอน เซ็นเตอร์ จะเต็มไปด้วย สินค้าลิขสิทธิ์น่ารัก ๆ มากมาย ให้เลือกซื้อกันจนตาลายไปเลยครับ

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ขาดไม่ได้ก็คือ กาชาปอง (Gachapon) หรือ ตู้ขายของเล่นหยอดเหรียญแบบสุ่ม ในธีมโปเกมอน ที่เราต้องลุ้นว่า จะได้สินค้าตัวไหน และจะใช่ตัวที่ชอบมากที่สุดหรือป่าว ถือเป็นความสนุกเฉพาะตัวของกาชาปองนั่นเองครับ โดยสินค้าจะหมุนเวียนไปตามคอลเลคชั่นต่าง ๆ ทำให้มีของใหม่ ๆ ไม่ซ้ำกันในแต่ละช่วงของปี ออกมาให้เลือกซื้อกันตลอดเลยครับผม แฟน ๆ โปเกมอนทุกคน ห้ามพลาดนะคร้าบบบ

พิกัด: https://goo.gl/maps/Y8gnrXUzct12

การเดินทาง: จากสถานี Nagoya นั่งสาย Higashiyama ลงสถานี Sakae แล้วเดินต่อไปยังห้าง Matsuzakaya ชั้น 5

เวลา: 10.00 -19.30


MitsuiOutletParkJazzDreamNagashima

9. ช้อปสินค้าแบรนด์เนมลดราคาที่ มิตซุยพาร์คแจ๊สดรีมนะงะชิมะเอาท์เล็ท

#มิตซุยพาร์คแจ๊สดรีมนะงะชิมะเอาท์เล็ท #MitsuiOutletParkJazzDreamNagashima

เอาใจสายช้อปกันบ้างครับ กับเอาท์เล็ทขนาดใหญ่ ประจำเมืองนาโกย่า ที่รวบรวมร้านขายสินค้าแบรนด์เนมไว้ในที่เดียวมากกว่า 300 ร้านค้า ให้ช้อปกันอย่างจุใจ แถมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ยังสามารถแสดงพาสปอร์ต ณ จุดประชาสัมพันธ์ เพื่อขอคูปองส่วนลดสำหรับซื้อสินค้าได้อีกด้วย ส่วนใครที่ไม่อยากซื้ออะไรเป็นพิเศษ แต่จำเป็นต้องติดมากับเพื่อน ๆ ก็ไม่ต้องกลัวเบื่อนะครับ ในบริเวณเดียวกัน มีสวนสนุกสุดหวาดเสียวอย่าง นะงะชิมะ สปาแลนด์ (Nagashima Spaland) เปิดให้บริการเป็นตัวเลือกด้วยครับผม

พิกัด: https://goo.gl/maps/KXAsBZ2vVRz

การเดินทาง: จากสถานี Nagoya มีรสบัสวิ่งตรวงไปยังเอาต์เล็ตส์ Meitetsu Bus หรือ Mie Kotsu Bus ประมาณ 50 นาที ราคา 1,060 เยน

เว็บไซต์รอบรถบัส: https://mitsui-shopping-park.com/mop/nagashima/english/access/

เวลา: 10.00 – 20.00

เว็บไซต์: https://mitsui-shopping-park.com/mop/nagashima/english/info/


หมู่บ้านชิระคะวะ (Shirakawa) จังหวัดกิฟุ (Gifu)

ที่เที่ยวนาโกย่า

10. เที่ยวชมหมู่บ้านมรดกโลก ที่ ชิระคะวะโง

#ชิระคะวะโง #Shirakawago

ชิระคะวะโง (Shirakawago) เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ตั้งอยู่ในจังหวัดกิฟุ (Gifu) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และความสามารถในการปกป้องสภาพแวดล้อม ให้คงความดั้งเดิม และรักษาสมดุลของสิ่งเจือปนจากความทันสมัยไว้ได้เป็นอย่างดี และลงตัวมากที่สุด

ภายในหมู่บ้าน เราจะได้เห็นวิถีชีวิตของชาวนาญี่ปุ่น, บ้านเรือนโบราณแบบกัสโช ซุคุริ (Gassho-Zukuri) ที่ยังคงใช้งานอยู่จริง แม้ว่าบางส่วนอาจจะดัดแปลงไปเป็นพิพิธภัณฑ์ หรือโฮมสเตย์บ้างแล้วก็ตาม ตลอดจน ได้สดชื่นไปกับธรรมชาติท่ามกลางหุบเขาที่แสนจะงดงามในบรรยากาศที่ไม่มีใครเหมือนอย่างแน่นอน

ความพิเศษที่สุดของหมู่บ้านแห่งนี้ คือ เอกลักษณ์ความสวยงามของทิวทัศน์ ที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละฤดูกาล อย่างในทริปนี้ วาฬไปช่วงใบไม้เปลี่ยนสี มันก็จะโรแมนติก ๆ หน่อย แบบในรูปนี่แหละครับ หรือถ้าใครมาในช่วงหน้าหนาว ก็จะได้เห็นชิระคะวะโง กลายเป็น หมู่บ้านหิมะสุดน่ารัก ซึ่งวาฬได้เคยรีวิวไว้แล้ว สามารถไปอ่านย้อนหลังได้ตามลิงค์นี้เลยครับ https://flyingwhale.me/guide-book/japan/chubu/shirakawago/


เมืองทาคายะมะ (Takayama) จังหวัดกิฟุ (Gifu)

TakayamaJinya

11. เรียนรู้ประวัติศาสตร์สมัยเอโดะ ที่ทาคายามะ จินยะ

#ทาคายามะจินยะ #TakayamaJinya

ทาคายามะ จินยะ แห่งนี้ เคยเป็น ทั้งที่ว่าการเมือง และที่พักของผู้ว่าราชการเมืองทาคายามะ ตั้งแต่สมัยเอโดะ ที่ยังคงเหลืออยู่มิได้ถูกทำลายลงไป เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นในญี่ปุ่น ในปัจจุบันได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ ที่จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ และเครื่องแต่งกายในอดีต ส่วนตัวอาคารนั้น ก็ได้รับการอนุรักษ์ให้คงสภาพเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด ใครที่สนใจแนวโบราณคดี และประวัติศาสตร์ ต้องชอบมาก ๆ แน่นอนครับ

นอกจากตัวพิพิธภัณฑ์แล้ว ย่านเมืองเก่าของทาคายามะเอง ก็ได้รับการรักษาสภาพไว้เป็นอย่างดีเช่นกัน จนได้รับการขนานนามว่า “ลิตเติ้ลเกียวโต” ใครที่ชอบบรรยากาศ และบ้านเรือนสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ แบบที่เมืองเกียวโตแล้วล่ะก็ แนะนำให้ลองเดินเล่นในทาคายามะดูครับ วาฬว่าได้ฟีลลิ่งใกล้เคียงกันเลย

พิกัด: https://goo.gl/maps/p6TSybBKqHo

การเดินทาง: จากสถานี Nagoya นั่งรถไฟ JR Limited Express Wide View Hida ลงสถานี Takayama จากนั้นเดินอีก 10 นาทีไปยังเขตเมืองเก่า

เว็บไซต์: https://www.jnto.or.th/newsletter/hida-takayama/


Sanmachi

12. ชิมเมนูประจำท้องถิ่นที่ทำจากเนื้อฮิดะ ที่ถนนซันมะจิ

#เมนูเนื้อฮิดะ #HidaGyu

การมาเที่ยว ถนนซันมะจิ (Sanmachi) ที่นอกจากจะได้อิ่มเอมกับ บรรยากาศของอาคารบ้านเรือนแบบย้อนยุค แถมยังมีเอกลักษณ์ตรงที่เป็นสีดำ และสีน้ำตาลเข้มทั้งนั้นแล้ว ยังได้เดินชิมอาหารข้างทางรสชาติดี และมีกลิ่นหอมเตะจมูกแบบสุด ๆ กันจนเพลิดเพลิน กับวัตถุดิบประจำท้องถิ่นอย่าง “เนื้อฮิดะ” (Hida-Gyu) ที่ถูกนำมาทำเป็นเมนูต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เนื้อฮิดะเสียบไม้ย่าง หรือ ซูชิเนื้อฮิดะ บอกได้คำเดียวว่า “อร่อย” คุ้มค่าแก่การต่อคิวรออย่างแน่นอนครับผม

พิกัด: https://goo.gl/maps/p6TSybBKqHo

การเดินทาง: จากสถานี Nagoya นั่งรถไฟ JR Limited Express Wide View Hida ลงสถานี Takayama จากนั้นเดินอีก 10 นาทีไปยังเขตเมืองเก่า

เว็บไซต์: https://www.jnto.or.th/newsletter/hida-takayama/


Sarubobo

13. เลือกซื้อซารุโบะโบะ ตุ๊กตานำโชคแห่งเมืองทาคายะมะ

#ซารุโบะโบะ #Sarubobo

ซารุโบะโบะ เป็นตุ๊กตานำโชค ตามความเชื่อพื้นถิ่นของเมือง ทาคายะมะ (Takayama) ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในแถบจังหวัดกิฟุ (Gifu) โดยคนญี่ปุ่นมักจะพกติดตัวไว้ ในฐานะเครื่องรางแห่งความสุข และ ช่วยปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไปจากชีวิต มีลักษณะเด่นคือ เป็นตุ๊กตาลูกลิงที่ไร้หน้า เนื่องจากคนโบราณทำขึ้นเพื่อเป็นของเล่นให้กับเด็ก ๆ ซึ่งใบหน้าที่ว่างเปล่านั้น จะช่วยให้เด็กสามารถเติมจินตนาการถึงตัวตนใด ๆ ลงไปก็ได้ ที่อยากจะให้ซารุโบะโบะเป็น 

ในปัจจุบัน มีการทำออกมาเป็นหลากหลายสีสัน เพื่อสื่อแทนความหมายอันเป็นมงคลในด้านต่าง ๆ เช่น สีแดง (สีดั้งเดิม) หมายถึง ความรัก ครอบครัว และการคลอดบุตร, สีเงิน สีทอง หมายถึง ความร่ำรวย, สีน้ำเงิน หมายถึง ความรู้ และ สีดำ หมายถึง การขับไล่สิ่งไม่ดีให้ออกไป นั่นเองครับ

ซารุโบะโบะ เป็นหนึ่งในของที่ระลึกยอดนิยม ประจำเมืองทาคายะมะ และเมืองฮิดะ เลยนะครับ ใครที่ไปเที่ยวในแถบนี้ ก็อย่าลืมเลือกซื้อกันกลับมาฝากคนที่เรารัก แทนความคิดถึง และความห่วงใย ก็เป็นอะไรที่ดูน่ารักไม่น้อยเลยครับผม


เมืองงุโจ (Gujo) จังหวัดกิฟุ (Gifu)

BalloonRideinGujo

14. ขึ้นบอลลูนชมวิวธรรมชาติรอบ ๆ งุโจ

#กิจกรรมขึ้นบอลลูนชมเมืองงุโจ #BalloonRideinGujo

อีกหนึ่งกิจกรรมน่าลอง สำหรับใครที่ยังไม่เคยขึ้นบอลลูนมาก่อน และอาจจะแอบกลัวความสูงนิดหน่อย วาฬแนะนำเลยครับ เพราะบอลลูนของที่นี่ขึ้นไปไม่สูงมากนัก แค่เพียง 25 เมตรจากพื้น และไม่ได้ลอยไปไหนไกล ใช้เวลาต่อครั้งแค่เพียงประมาณ 8 นาทีเท่านั้น แต่เราจะได้เห็นวิวทิวทัศน์ด้านบน ที่ถือได้ว่า สวยงาม และคุ้มค่ามาก ๆ หรือ จะคอยอยู่ให้กำลังใจเพื่อนจากด้านล่าง และถ่ายรูปบอลลูนที่กำลังลอยขึ้นไป คู่กับบรรยากาศรอบ ๆ ก็ดีงามไม่แพ้กันครับผม

ติดต่อจองได้ที่: heatballoon.monogatari@gmail.com

เช็คตารางได้ที่: https://heatballoonmonogatari.jimdo.com/

ราคาต่อคน: 3,000 เยน


gujo castle

15. ชมวิวเมืองงุโจ ที่ปราสาทงุโจ

#ปราสาทงุโจ #GujoCastle

ปราสาทงุโจ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นปราสาทบนภูเขาที่มีความสวยงามมากที่สุดในญี่ปุ่น ยิ่งในวันที่มีหมอกลงมาปกคลุมบริเวณยอดเขา หากมองจากมุมไกลจะเหมือนกับว่า ปราสาทลอยอยู่บนเมฆ หรือ อยู่บนสวรรค์ กันเลยทีเดียวครับ ด้วยทำเลที่ตั้ง ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นป้อมสังเกตการณ์ คอยระวังภัยข้าศึกจากมุมสูง ทำให้เราสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองงุโจ (Gujo) ได้อย่างชัดเจน เต็มทั้งเมือง และสวยงามมาก ๆ เมื่อขึ้นไปเที่ยวชมจากบริเวณตัวปราสาทนั่นเอง

สำหรับเมืองงุโจนั้น เป็นเมืองเล็ก ๆ ครับ ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดกิฟุ (Gifu) ตัวเมืองงุโจ โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ ภูเขา และแม่น้ำ ให้อารมณ์เหมือนเมืองในนิทานเลย บ้านเรือนก็น่ารักมาก ๆ และวิวของตัวเมืองจากบริเวณของปราสาทงุโจ ก็จัดได้ว่า ดีงามสุด ๆ ไปเลยครับผม

พิกัด: https://goo.gl/maps/iKUfDgWeAjq

การเดินทาง: จาก Nagoya ให้นั่งรถบัส Meitetsu จาก Meitetsu Nagoya Station ไปลงที่ Gujo Hachiman Interchange แล้วเดินต่อเพื่อไปที่ปราสาทประมาณ20 นาที

เช็คตารางรอบรถได้ที่: http://www.meitetsu-bus.co.jp/english/area/takayama.html?fbclid=IwAR2gZie4y8m_VTofaM9-gBFU-33zqJ_9Y8HYaLXFoYSMn-R4RP3QvYs-fGI

ค่าเข้า: 310 เยน

เว็บไซต์: https://www.jnto.or.th/newsletter/gujo-hachiman/


Sample Village Iwasaki

16. ทดลองทำอาหารจำลอง ที่ Sample Village Iwasaki

#แซมเปิลวิลเลจอิวะซะกิ #SampleVillageIwasaki

เมืองงุโจ (Gujo) ได้รับการยอมรับว่า เป็นเมืองต้นตำหรับแห่งการประดิษฐ์อาหารจำลอง อันเลื่องชื่อของญี่ปุ่น โดยมีจำนวนบริษัทผู้ผลิตอาหารจำลองมากที่สุดเลยทีเดียวครับ อย่างที่ทุกคนทราบกันดี ว่าอาหารจำลองนั้นเหมือนของจริงขนาดไหน ดังนั้นเพื่อไขความลับ และเทคนิคการประดิษฐ์ที่สุดแสนจะปราณีต วาฬจึงพาทุกคนมาทดลองทำอาหารจำลองด้วยตัวเองกันเลย ที่แซมเปิล วิลเลจ อิวะซะกิ โดยคราวนี้วาฬได้ทดลองทำ เทมปุระกุ้ง และ ผักกาดแก้ว ผลงานเป็นที่น่าพอใจระดับหนึ่งเลยครับ (55+) ใครที่สนใจจะเข้าคลาสแบบวาฬ อย่าลืมเข้าไปจองรอบในเว็บไซต์ก่อนที่จะมาเที่ยวกันด้วยนะครับผม

พิกัด: https://goo.gl/maps/f9dx7tqsncp

การเดินทาง: การเดินทาง: จาก Nagoya ให้นั่งรถบัส Meitetsu จาก Meitetsu Nagoya Station ไปลงที่ Gujo Hachiman Interchange แล้วเดินต่อเพื่อไปที่ปราสาทประมาณ20 นาที

เวลา: 10.00 – 16.00

จองคอร์สทำ: https://iwasakimokei.com/call.html

ค่าเข้าเริ่มต้นที่: 900 เยน

เว็บไซต์: https://iwasakimokei.com/en/


เมืองอิเสะ (Ise) จังหวัดมิเอะ (Mie)

ศาลเจ้าอิเสะ

17. ขอพรจากศาลเจ้าอิเสะ หนึ่งในศาลเจ้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

#ศาลเจ้าอิเสะ #IseJingu

ในด้านความเชื่อแล้ว ศาลเจ้าอิเสะ แห่งจังหวัดมิเอะ (Mie) นั้น ถือได้ว่ายืนหนึ่งในญี่ปุ่น เรื่องความศักดิ์สิทธิ์ เลยทีเดียวครับ เพราะถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่บูชาเทพี “อะมะเตะระสุ” (Amaterasu) หรือ สุริยเทพ ตามตำนานของศาสนาชินโต ซึ่งว่ากันว่า จักรพรรดิของญี่ปุ่น สืบเชื้อสายมาจากพระองค์ ชาวญี่ปุ่นจึงเรียกตัวเอง ว่าเป็นลูกหลานของพระอาทิตย์นั่นเอง ในปัจจุบัน ศาลเจ้าอิเสะ ยังมีความสำคัญมาก ๆ เนื่องจาก เป็นที่เก็บรักษา “กระจกศักดิ์สิทธิ์” (Yata no Kagami) 1 ใน 3 สิ่งศักดิ์สิทธิ์สำหรับ จักรพรรดิญี่ปุ่น ที่ใช้ในพระราชพิธีราชาภิเษกอีกด้วยครับ

โดยทั่วไปแล้ว คำว่า ศาลเจ้าอิเสะนั้น อาจถูกใช้เป็นชื่อเรียกรวมของกลุ่มศาลเจ้าจำนวนมากที่อยู่รอบ ๆ เมืองอิเสะ ก็ได้นะครับ แต่ตัวศาลเจ้าหลักจริง ๆ นั้นจะหมายถึงเพียง 2 แห่งเท่านั้น ได้แก่ ศาลเจ้าส่วนใน (Naiku) ซึ่งก็คือ จุดที่เป็นสถานที่บูชาองค์สุริยเทพ ตามที่วาฬได้เล่าไปแล้ว (หากมีเวลาจำกัด วาฬแนะนำว่า เที่ยวชมและขอพร เฉพาะศาลเจ้าส่วนในก็เพียงพอครับ) และ ศาลเจ้าส่วนนอก (Geku) ที่อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ อิเสะชิ (Iseshi) แต่การเดินทางระหว่างทั้ง 2 ศาลเจ้านั้น ค่อนข้างไกลพอสมควร ต้องใช้รถเมล์ครับผม

พิกัด: https://goo.gl/maps/dcv73WNDpN72

การเดินทาง: จากสถานี Nagoya นั่งรถไฟ JR Rapid Mie ไปลงสถานี Iseshi แล้วนั่งรถบัสไปลงป้าย Naiku Mae

ตารางรสบัสจากสถานี Iseshi: http://www.sanco.co.jp/foreign/english/shuttle/ise/geku.html

เวลา: 5.00 – 17.00 

เว็บไซต์: http://www.isejingu.or.jp/en/about/index.html


Oharaimachi

18. ชิมเนื้อมัตซึซากะ ของดีแห่งจังหวัดมิเอะในราคาย่อมเยาว์

#เนื้อมัตซึซากะ #MatsusakaGyu

ในถนนคนเดิน “โอะฮาราอิมาจิ” (Oharaimachi) ที่อยู่ติดกับ ศาลเจ้าอิเสะส่วนใน (Naiku) นั้น สองข้างทางจะเต็มไปด้วยร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึกมากมาย ในจำนวนนั้น วาฬขอแนะนำ เมนูเนื้อมัตซึซากะเสียบไม้ย่าง (Matsusaka) ที่นำเอาเนื้อวัวเกรดเอ อันเลื่องชื่อของจังหวัดมิเอะ ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีราคาสูงมาก มาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ทาซอสด้วยสไตล์ญี่ปุ่น รสชาติกลมกล่อม แล้วเสียบไม้ย่าง ขายกันในราคาที่เข้าถึงได้อย่างสบายกระเป๋า ใครที่ชอบกินเนื้อนี่ไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาดเลยครับ

พิกัด: https://goo.gl/maps/uzipqxMiw2v

การเดินทาง: ถนนด้านหน้าก่อนข้ามสะพานเข้าไปในศาลเจ้า Ise ชั้นใน

เวลา: ร้านค้าส่วนใหญ่เปิด 9.00 – 18.00


หินแต่งงาน MeotoIwa

19. ขอพรเรื่องความรัก กับหินแต่งงาน เมะโอะโตะอิวะ

#เมะโอะโตะอิวะ #MeotoIwa

หินแต่งงาน เมะโอะโตะอิวะ (Meoto Iwa) คือ โขดหิน 2 ก้อน ที่ตั้งอยู่ในทะเลแห่งอ่าวอิเสะ โดยหินก้อนใหญ่มีชื่อเรียกว่า “อิซะนะงิ” (เทพเจ้าแห่งท้องฟ้าและสรวงสวรรค์) เปรียบเสมือนสามี ด้านบนจะมีเสาโทริอิขนาดเล็กตั้งอยู่ ส่วนหินก้อนเล็กนั้น มีชื่อเรียกว่า “อิซะนะมิ” (เทพีแห่งโลกและผืนแผ่นดิน) เปรียบเป็นภรรยา ที่ครองคู่แต่งงานกัน โดยมีเชือกฟางที่ใช้ในพิธีกรรมของศาสนาชินโต คล้องบนยอดระหว่างหินทั้งสอง สถานที่แห่งนี้จึงเป็นที่นิยมของคู่รักในการมาขอพรให้รักกันยืนยาว และสำหรับคนโสดในการมาขอพรให้ได้เจอเนื้อคู่นั่นเองครับ

จุดที่เรายืนมองหินแต่งงาน คือ บริเวณของ “ศาลเจ้าฟุตะมิ โอะคิตะมะ” (Futami Okitama Shrine) ที่สร้างขึ้นเพื่อบูชา เทพเจ้าแห่งพืชพรรณธัญญาหาร หากใครที่ได้ไปเที่ยวจะสังเกตเห็นว่ามีรูปปั้นกบอยู่เต็มไปหมด นั่นก็เพราะ กบเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของพระองค์ นอกจากนี้ คำว่ากบในภาษาญี่ปุ่น ยังไปพ้องเสียงกับคำว่า “การกลับมา” อีกด้วย ทำให้เชื่อกันว่า การถวายรูปปั้นกบนั้น จะทำให้สิ่งดี ๆ กลับคืนมาสู่ตัวเราอีกด้วยครับ

พิกัด: https://goo.gl/maps/DVehVATWEPv

การเดินทาง: เริ่มจากสถานี Nagoya ด้วยสาย JR Rapid Mie for Tobaไป ลงสถานี Futaminoura แล้วเดินต่อไปตามป้ายประมาณ 15 นาที


เมืองโทบะ (Toba) จังหวัดมิเอะ (Mie)

TobaAquarium

20. ชมความน่ารักของพะยูน สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเลที่หายากและควรค่าแก่การอนุรักษ์

#พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทบะ #TobaAquarium

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทบะ เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง เพราะมีส่วนจัดแสดง พะยูน (Dugong) ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเล ที่หายากมาก ๆ และมีสถานะที่ถูกคุกคามตามธรรมชาติ จำเป็นต้องได้รับการอนุรักษ์ พร้อมกับ ส่วนนิทรรศการเผยแพร่ข้อมูลของพะยูน ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้ที่สนใจนั่นเองครับ โดยถ้าวาฬจำไม่ผิด พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทบะ น่าจะเป็นแห่งเดียวในญี่ปุ่น ที่มีพะยูนให้ได้เห็นกัน (ไม่ใช่ “แมนนาที” ที่พบได้บ่อย ๆ ในหลาย ๆ อควาเรียม ซึ่งจะที่มีรูปร่าง คล้าย ๆ กันนะครับ) จึงถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่น่าสนใจมาก ๆ ที่วาฬอยากแนะนำให้ทุกคนได้แวะไปเที่ยวชมกันครับผม

พิกัด: https://goo.gl/maps/RUiW29EM1UK2

การเดินทาง: จาก JR สถานี Nagoya นั่งสาย Rapid Mie ไปลงสถานี Toba และเดินต่อไปยังพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำประมาณ 750 เมตร

เวลา: 9.00 -17.00

ค่าเข้า: 2,500 เยน

เว็บไซต์: https://www.aquarium.co.jp/foreign_language/thai/thai-pdf.pdf


ที่เที่ยวในนาโกย่า  nagoya

ใครสนใจขับรถเที่ยวสามารถจองรถได้ที่นี่เลยครับ เป็นเว็บจองรถที่มีภาษาไทยด้วย จองง่าย ๆ เลย

https://www2.tocoo.jp/th?asp_id=908

และมีคูปองส่วนลด 1,000 เยน สำหรับใครที่จองด้วยครับ Coupon: H0Q4VB