วาฬมีปีกพาเที่ยวเกาะศิลปะนะโอะชิมะ

Naoshima, Kagawa Japan

Naoshima, Kagawa Japan
นะโอะชิมะ, คะงะวะ ญี่ปุ่น

ถึงแม้ว่าวาฬจะไม่ได้มีความรู้ด้านศิลปะอย่างลึกซึ้ง แล้วก็ ไม่ได้อินกับการเสพงานศิลปะแบบจริงจังมากนัก แต่แปลกตรงที่ ภาพของฟักทองสีเหลืองลายจุด ประติมากรรมอันโดดเด่นแห่งเกาะนะโอะชิมะนั้น กลับมีแรงดึงดูดอันมากพอ ที่ทำให้วาฬต้องมาเที่ยวชม และสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้ง ซึ่งสิ่งแรกที่รู้สึกได้ในทันทีก็คือ ความลงตัวที่เกิดจากการผสมผสานระหว่าง ผลงานศิลปะที่ดูล้ำสมัย กับ ชนบทของญี่ปุ่นที่แสนจะเรียบง่าย บอกได้เลยครับว่า มันเป็นอะไรที่มีเสน่ห์เอามาก ๆ ถึงจะไม่ได้เป็นแฟนพันธุ์แท้ของผลงานศิลปะ คุณก็ยังสามารถ ตกหลุมรักเกาะแห่งนี้ ได้อย่างไม่ยากเลย

“เกาะนะโอะชิมะ” ตั้งอยู่ใน ทะเลเซโตะใน (Seto Naikai) จังหวัดคะงะวะ (Kagawa) ภูมิภาคชิโกกุ (Shikoku) เป็นเกาะที่มีการจัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัย จำนวนมาก และ หลากหลายรูปแบบ ปัจจุบันได้รับความสนใจในระดับโลกจากเหล่าคนรักศิลปะ เริ่มต้นด้วย โปรเจคพิพิธภัณฑ์ศิลปะบนพื้นที่เพียงบางส่วนของเกาะ ก่อนที่จะขยายตัว และกระจายไปยังชุมชนต่าง ๆ ทั่วทั้งเกาะ ในเวลาต่อมานั่นเอง

เนื่องจากบนเกาะนาโอะชิมะ มีเมืองขนาดเล็กตั้งอยู่ ทำให้ภายในนั้นพร้อมไปด้วย ร้านอาหาร ร้านค้า ห้องน้ำ ตู้ขายน้ำ และที่พักอย่างดี ไม่ต้องกังวลเรื่องความลำบากเลยครับ

วิธีการเดินทางไป นะโอะชิมะ ที่สะดวกที่สุด วาฬแนะนำให้เริ่มต้นจาก โอซาก้า แล้วใช้ชินคังเซน ไปลงที่สถานี Okayama (ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น) จากนั้นต่อด้วยรถไฟธรรมดา ไปจบที่ สถานี Uno แล้วจึงค่อยนั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากไปที่เกาะครับผม (การเดินทางโดยละเอียด อ่านเพิ่มเติมที่ท้ายโพสต์นี้เลยครับ) ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดเลย ยิ่งใครจะมาเที่ยวต่อแถบชิโกกุอยู่แล้ว ยิ่งสะดวกแลยครับ

งานศิลปะชิ้นนี้ไม่ได้อยู่บนเกาะนะครับ แต่ตั้งอยู่ที่ท่าเรือ ทะกะมะสึ (Takamatsu) ซึ่งจากท่าเรืออุโนะ (Uno) สามารถนั่งเรือข้ามฟากมาได้เช่นกันครับ
พิกัด: https://goo.gl/maps/scqeZZzCqkN6zqRJA
หากมาลงที่ท่าเรือโซนมิยะโนะอุระ (Miyanoura) เราจะได้พบกับฟักทองสีแดง เป็นสิ่งแรกเลยครับ

ส่วนวิธีการเดินทางภายในเกาะนั้น นอกจากรถบัสประจำทางแล้ว วาฬแนะนำให้ปั่นจักรยาน ที่มีให้เช่าอยู่แถวท่าเรือครับผม โดยเฉพาะจักรยานไฟฟ้า จะช่วยทุ่นแรง เวลาปั่นขึ้นเนินเขาได้ดีมาก ๆ เลย จะมีแค่บางช่วง ซึ่งเป็นพื้นที่ของเบเนสเซ (Benesse) เท่านั้น ที่จะไม่อนุญาตให้ขี่จักรยานผ่านได้ ต้องจอดเอาไว้ด้านหน้าและเดินเท้าเข้าไป รายละเอียดเหล่านี้ รวมถึงแผนที่ของเกาะ ทางร้านเช่าจักรยานจะมีให้เราทั้งหมดครับ

“Ougiya Rent-a-Cycle” ร้านเช่าจักรยานยอดนิยมครับ ตั้งอยู่ตรงข้ามกับท่าเรือมิยะโนะอุระ (Miyanoura)
มีจักรยานให้เลือกทั้งแบบธรรมดา และไฟฟ้าเลยฮะ 
โซน: มิยะโนะอุระ (Miyanoura)
พิกัด: https://goo.gl/maps/J9k3tSTzMuFyQPDU7
เวลา: 9.00 – 18.00
รถบัสโดยสารประจำทาง ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีการเดินทางภายในเกาะที่สะดวกมาก ๆ ครับ แถมยังเป็นรูปฟักทองสีเหลืองลายจุดอีกด้วย น่ารักมาก ๆ เลย

สำหรับ สถานที่ท่องเที่ยว และผลงานศิลปะกลางแจ้ง ที่ไม่ควรพลาดนั้น หากไปถึงเกาะตั้งแต่เช้า เราสามารถเก็บทั้งหมดได้ ภายในวันเดียวเลยครับ (แต่ละที่อาจไม่ได้อยู่ติดกันเสมอไป ส่วนมากจะกระจายกันไปทั่วเกาะ) โดยมีดังต่อไปนี้ครับผม

1. กลุ่มพิพิธภัณฑ์ศิลปะ: Chichu Art Museum, Benesse House Museum, Lee Ufan Museum และ Ando Museum ส่วนมากภายในพิพิธภัณฑ์จะห้ามถ่ายรูปนะครับ เลยไม่ได้มีมาให้ดูกัน แต่รับประกันว่าสวยงามมาก โดยเฉพาะ Chichu Art Museum อ้อ! ต้องบอกก่อนว่า บางที่ค่าเข้าชม ค่อนข้างแพงนะครับ ใครมีเวลาจำกัด อาจจะลองเลือกเข้าบางแห่งเท่านั้นก็ได้ครับ


“Benesse House Museum” หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ไม่ควรพลาด ภายในมีร้านอาหาร
และร้านขายของที่ระลึก ซึ่งบางชิ้นเป็นแบบ Limited Edition ด้วยนะครับ (ภายในพิพิธภัณฑ์ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปนะครับ)
โซน: เบเนสเซ เฮาส์ (Benesse House)
พิกัด: https://goo.gl/maps/iLxM2Gwb5sVc8cLM6
เวลา: 8.00 – 21.00
ค่าเข้า: 1,030 เยน


“Lee Ufan Museum” พิพิธภัณฑ์ศิลปะกลางแจ้งท่ีจัดแสดงผลงานของ “ลี อู ฟาน” ศิลปินชาวเกาหลี
ข้อดีคือไม่ต้องเสียค่าเข้าชม และสามารถถ่ายรูปได้ด้วยครับผม
โซน: เบเนสเซ เฮาส์ (Benesse House)
พิกัด: https://goo.gl/maps/nQzzsz9zbTJnuQEg7
เวลา: 10.00 – 17.30


“Chichu Art Museum” ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เป็นไฮไลท์ของเกาะนะโอชิมะเลยครับ โดยตัวอาคารนั้นออกแบบโดย “อันโด ทะดะโอะ” (Ando Tadao) สถาปนิกชื่อดังชาวญี่ปุ่น แม้ค่าเข้าจะค่อนข้างแพง แต่วาฬรับรองว่าควรค่าแก่การเข้าชมอย่างแน่นอนครับ (ภายในพิพิธภัณฑ์ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปนะครับ)
โซน: เบเนสเซ เฮาส์ (Benesse House)
พิกัด: https://goo.gl/maps/n8h3VhkfCyELR4GC7
เวลา: 10.00 – 18.00
ค่าเข้า: 2,060 เยน


“Ando Museum” พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเรื่องราว และผลงานของ “อันโด ทะดะโอะ” (Ando Tadao) สถาปนิกชื่อดังผู้เชี่ยวชาญการใช้คอนกรีตเจาะรู ให้แสงลอดผ่านแทนการใช้บานกระจก และเขายังเป็นผู้ออกแบบอาคารพิพิธภัณฑ์มากมายในเกาะเเห่งนี้อีกด้วยครับ 
โซน: ฮอนมูระ (Honmura) 
พิกัด: https://goo.gl/maps/mSEJusZxd3eEYMqw7
เวลา: 10.00 – 16.30
ค่าเข้า: 510 เยน

2. กลุ่มผลงานศิลปะกลางแจ้ง: ฟักทองสีแดง และ ฟักทองสีเหลือง โดย ศิลปินลายจุด “ยะโยะอิ คุซะมะ” ผู้โด่งดัง, Naoshima Pavilion, Naoshima Bath “I Love YU”, Naoshima Port Terminal พวกนี้คือแลนด์มาร์กสำคัญที่ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยนะครับ

“ฟักทองสีเหลืองลายจุด” (Yellow Pumpkin) สุดยอดแลนด์มาร์กประจำเกาะนะโอะชิมะ ผลงานประติมากรรมของคุณป้า “คุซะมะ ยะโยอิ” (Kusama Yayoi) ศิลปิน Polka Dot ผู้โด่งดังระดับโลก
โซน: เบเนสเซ เฮาส์ (Benesse House) 
พิกัด: https://goo.gl/maps/opAo9635f2LMab4u6

ใกล้กับฟักทองสีเหลืองลายจุด อย่าลืมแวะถ่ายรูปกับเสาโทเรอิเล็ก ๆ ต้นนี้ด้วยนะครับ 
โซน: เบเนสเซ เฮาส์ (Benesse House) 
พิกัด: https://goo.gl/maps/sr13htSgX8BC1cHa8

“ฟักทองสีแดง” (Red Pumpkin) ประติมากรรมชิ้นแรกที่เราจะได้เจอ หากขึ้นเรือที่ฝั่งท่าเรือมิยะโนะอุระ (Miyanoura) เป็นผลงานของคุณป้า “คุซะมะ ยะโยอิ” (Kusama Yayoi) เช่นกันครับ
โซน: มิยะโนะอุระ (Miyanoura) 
พิกัด: https://goo.gl/maps/WnCqD66jpY964X8H6

ฟักทองสีแดงจะมีขนาดใหญ่กว่าฟักทองสีเหลืองนะครับ เราสามารถลอดเข้าไปภายในฟักทองได้ด้วย ถ้าเห็นคนว่าง แนะนำให้รีบเข้าไปถ่ายรูปเลย เพราะปกติคิวจะยาวมาก

“Naoshima Bath “I Love YU”” โรงอาบน้ำสาธารณะซึ่งมีดีที่ดีไซน์ของตัวอาคารภายนอก อย่าลืมแวะมาถ่ายรูปกันด้วยนะครับ
โซน: มิยะโนะอุระ (Miyanoura) 
พิกัด: https://goo.gl/maps/Ue87S7wqRvHZhAq57

“Naoshima Port Terminal” ผลงานศิลปะที่ภายในยังเป็นที่จอดจักรยานสาธารณะอีกด้วยดีไซน์สุดแปลกตาที่เห็นอยู่นั้น จริง ๆ แล้วเป็นรูปก้อนเมฆนั้นเองครับ 
โซน: ฮอนมูระ (Honmura) 
พิกัด: https://goo.gl/maps/wuuhCsab85HGB3AM7

“Naoshima Port Terminal” งานชิ้นนี้อยู่ใกล้กับฟักทองสีแดงเลยครับ และเช่นเดียวกับทุก ๆ ผลงาน คือคิวรอถ่ายเดี่ยว จะค่อนข้างยาว หากมีจังหวะว่าง วาฬแนะนำให้เข้าไปถ่ายก่อนเลย ยิ่งถ้าเป็นช่วงเย็น ๆ คนจะยิ่งเยอะครับ 
โซน: มิยะโนะอุระ (Miyanoura)
พิกัด: https://goo.gl/maps/BYhLxoMnCEDZiFeG6

3. กลุ่ม Art House Project: จริง ๆ แล้วมีเยอะมากครับ โดยกระจายตัวอยู่ทั่วไปในเกาะ และเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนไปเลย ที่เด่น ๆ เช่น Art House Project “Haisha” และ Art House Project “Go’o Shrine” เป็นต้น

“Art House Project “Haisha”” หนึ่งใน Art house Project ที่มีมากมายทั่วเกาะนะโอะชิมะ ใครสนใจหลังไหน ก็สามารถเลือกเข้าชมภายในได้ครับ ค่าเข้าไม่แพงมาก เมื่อเทียบกับพิพิธภัณฑ์หลักอย่าง Benesse House Museum หรือ Chichu Art Museum ครับผม
โซน: ฮอนมูระ (Honmura) 
พิกัด: https://goo.gl/maps/DdCGecSCSbA18b3z8

“Miyanoura Gallery 6” สถานที่จัดแสดงศิลปะแบบเป็นอีเว้นท์ เสียดายที่ตอนวาฬไปอยู่ในช่วงเปลี่ยนธีมการจัดแสดงพอดี เลยพลาดไปครับ
โซน: มิยะโนะอุระ (Miyanoura)
พิกัด: https://goo.gl/maps/n9bg1qkN9jPPFqZw8

สถานที่ท่องเที่ยวทั้ง 3 กลุ่มที่วาฬแนะนำไปนั้น จะกระจายตัวกันไป ตามโซนหลักของเกาะ ทั้ง 3 โซน ที่เรียกว่า 1. มิยะโนะอุระ (Miyanoura) ที่ตั้งของท่าเรือหลัก ที่จะเจอฟักทองสีแดงก่อนเลย 2. ฮอนมูระ (Honmura) ที่ตั้งของท่าเรือฝั่งตะวันออกของเกาะ ใกล้กับ Ando Museum และ 3. เบเนสเซ เฮาส์ (Benesse House) จุดนี้ห้ามจักรยานเช่าภายนอกผ่าน ต้องจอดไว้และเดินเท้าเอาครับ เป็นที่ตั้งของ Benesse House Museum, Lee Ufan Museum และ Chichu Art Museum ครับผม

ชาวบ้านบนเกาะนะโอะชิมะบางส่วน มีการประยุกต์บ้านเรือนของตนมาเป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกด้วยครับ

นอกจากผลงานศิลปะแล้ว ชุมชนนะโอะชิมะก็ยังมีศาสนสถานต่าง ๆ ด้วย
ไม่ว่าจะเป็นศาลเจ้าแบบชินโต หรือ วัดพุทธ ฯ นั้นเองครับ
โซน: ฮอนมูระ (Honmura) 
พิกัด: https://goo.gl/maps/fxnFDpZ5VR7qzpq88
วัดพุทธก็มีนะครับ (Gokurakuji)
โซน: ฮอนมูระ (Honmura) 
พิกัด: https://goo.gl/maps/tRWq3kxMk5B9cPjR9
ท่าเรือฝั่งฮอนมูระ (Honmura)

ใครกำลังตามหาจุดแวะพักจิบกาแฟอยู่ล่ะก็ วาฬขอแนะนำ “Shimacoya” คาเฟ่สุดอาร์ต ที่เข้ากับบรรยากาศของนะโอะชิมะไปอีก เมนูห้ามพลาดคือพุดดิ้งสูตรพิเศษของทางร้าน ที่มีให้บริการจำนวนจำกัดต่อวันเท่านั้น
โซน: ฮอนมูระ (Honmura) 
พิกัด: https://goo.gl/maps/FHaccVCNCZbC6SSx9

ส่วนมื้อกลางวันต้องที่นี่เลย “Ishii Shouten” ร้านอุด้งแบบดั้งเดิม ที่วาฬการันตีว่าอร่อยมาก ๆ ครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วอุด้งยังเป็นอาหารขึ้นชื่อของจังหวัดคะงะวะอีกด้วยนะครับ 
โซน: ฮอนมูระ (Honmura) 
พิกัด: https://goo.gl/maps/M1huWpMAx556PJPG9
เวลา: 11.00 – 15.00

บางส่วนของโรมแรมในโซนเบเนสเซ เฮาส์ (Benesse House) จุดนี้จะหันหน้าเห็นวิวชายฝั่ง และฟักทองสีเหลือง ได้พอดีเลย ใครที่สนใจอยากพักจะจองล่วงหน้าหลายเดือนเลยครับ
>> http://benesse-artsite.jp/en/stay/

จากเกาะธรรมดา ที่เคยอาศัยอุตสาหกรรมประมงเล็ก ๆ หล่อเลี้ยง กลายมาเป็น เกาะศิลปะ ที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของนักเดินทางจากทั่วโลกไปแล้วนั้น สะท้อนให้เห็นว่า นะโอะชิมะ เป็นเกาะที่ใช้พลังของศิลปะ เชื่อมต่อระหว่าง ผู้คน, ชุมชน และธรรมชาติ เข้าด้วยกันได้อย่างดี ตลอดจน สามารถผลักดันให้เกิดการพัฒนาขึ้นได้อย่างน่าทึ่ง นั่นเองครับผม วาฬอยากให้ทุกคนได้ลองมาสัมผัสด้วยตัวเอง รับรองว่าเวลาที่ใช้ไปตลอดการเที่ยวชมศิลปะบนเกาะนะโอะชิมะ จะคุ้มค่า และน่าจดจำเป็นอย่างยิ่ง แน่นอนครับบบ

📍พิกัด: https://goo.gl/maps/Lp19WbPaPn1TQLEC7
🚃การเดินทาง: 
1. เริ่มต้นจาก Shin Osaka นั่งชินคังเซนมาลงสถานี Okayama 
2. จากสถานี Okayama นั่งรถไฟสาย Uno Line มาลงที่สถานี Uno แล้วเดินต่อไปยังท่าเรือ
3. นั่งเรือ Shikoku Kisen Ferry โดยเส้นทาง Uno – Naoshima สามารถลงได้ 2 ท่าเรือคือ Miyanoura หรือ Honmura (แล้วแต่ว่าเราจะเริ่มต้นเที่ยวจากฝั่งไหนก่อน)
**เช็ครายละเอียดเพิ่มเติมที่ >> https://www.shikokukisen.com/en/instant/

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ 46811596_2249231951754510_5597183547442987008_o-682x1024.jpg

✈️การเดินทางจากไทยควรบินไปลงที่ #สนามบินคันไซ โดยสารการบิน #thaiairasiax ตรงจากดอนเมือง มีให้บริการ วันละ 2 เที่ยวบิน เลือกบินกันตามสะดวกไม่ว่าจะเป็นช่วงสายหรือช่วงค่ำ เช็คโปรล่าสุดได้ที่ www.airasia.com/th