Kansai: 10 จุดชมซากุระที่ห้ามพลาดในคันไซ

10 Places to See Sakura in Kansai, Japan
10 จุดชมซากุระที่ห้ามพลาดในคันไซ, ญี่ปุ่น

?ภูมิภาคคันไซ (Kansai) ดินแดนแห่งอารยธรรม และความเจริญทางเศรษฐกิจ ที่ยิ่งใหญ่ ไม่น้อยหน้าภูมิภาคใด ๆ ตั้งอยู่ตอนกลาง ค่อนไปทางตะวันตกของเกาะฮฮนชู (Honshu) มีจังหวัดหลักอย่างโอซาก้า เป็นศูนย์กลางในทุก ๆ ด้านของภูมิภาค ในปัจจุบันสามารถเดินทางมาเที่ยวได้สะดวก ทั้งโดยวิธี การนั่งรถไฟชินคังเซนจากโตเกียว หรือ การบินตรงไปลงที่สนามบินนานาชาติคันไซ หรือ KIX จากไทยเลยก็ได้ครับผม

ซึ่งต้นเดือนเมษายนนี้ คือ นาทีทองแห่งการฟูลบลูม ของซากุระในแถบคันไซ ที่ใคร ๆ ก็ห้ามพลาดเด็ดขาด หากวางแผนเที่ยวอยู่แล้ว เตรียมแชร์โพสต์นี้ เก็บไว้ได้เลยครับ วาฬรวบรวมทีเด็ด ทั้ง 10 แห่ง ที่กระจายตัว อยู่ทั่วทั้งคันไซเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นใน จังหวัดเฮียวโงะ (Hyogo), จังหวัดโอซาก้า (Osaka), จังหวัดนารา (Nara), จังหวัดวะคะยะมะ (Wakayama) และ จังหวัดชิงะ (Shiga) เช่นเคยครับ ทุกสถานที่ สามารถเข้าถึงได้ด้วยระบบขนส่งสาธารณะ เที่ยวตามได้อย่างสบาย ๆ เลยครับผม สำหรับ ทั้ง 10 แห่งนั้น มีรายชื่อ ดังต่อไปนี้…

1. ปราสาทฮิเมะจิ, เมืองฮิเมะจิ จังหวัดเฮียวโงะ
https://flyingwhale.me/guide-book/himejicastle/
2.สวนชูคุงะวะ, เมืองนิชิโนะมิยะ จังหวัดเฮียวโงะ
3. สวนสาธารณะอนุสรณ์งาน เอ็กซ์โป’70, เมืองซุอิตะ จังหวัดโอซาก้า
https://flyingwhale.me/guide-book/tower-of-the-sun-2/
4.ปราสาทโอซาก้า, เมืองโอซาก้า จังหวัดโอซาก้า
5.สวนเคะมะ ซากุระโนะมิยะ, เมืองโอซาก้า จังหวัดโอซาก้า
6. ภูเขาโยชิโนะ, เขตโยชิโนะ จังหวัดนารา
https://flyingwhale.me/guide-book/yoshino/
7. สวนสาธารณะนารา, เมืองนารา จังหวัดนารา
8. วะคะยะมะ แอดเวนเจอร์ เวิลด์, เมืองชิระฮะมะ จังหวัดวะคะยะมะ
https://flyingwhale.me/guide-book/wakayamaadventureworld/
9. ปราสาทฮิโคเนะ, เมืองฮิโคเนะ จังหวัดชิงะ
https://flyingwhale.me/guide-book/shigasakura/
10. คลองโอมิฮะจิมัง, เมืองโอมิฮะจิมัง จังหวัดชิงะ
https://flyingwhale.me/guide-book/shigasakura/


1. Himeji Castle
1. ปราสาทฮิเมะจิ

ภายในอาณาบริเวณ อันกว้างขวางของ “ปราสาทฮิเมะจิ” จะมีสวนเก่าแก่ ที่ปลูกซากุระไว้มากมายจนเต็มพื้นที่ คอยรอต้อนรับนักท่องเที่ยว ก่อนไปถึงตัวปราสาท และได้กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมในฝันของใครหลาย ๆ คน ซึ่งจะพีคที่สุด ก็แค่เพียง ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น เมื่อซากุระพร้อมใจกันบานสะพรั่ง บนฉากหลังของปราสาทฮิเมะจิอันแสนจะคลาสสิควาฬรับรองว่าทั้งหมดนี้ เป็นองค์ประกอบที่ดีงามเกินคำบรรยายจริง ๆ ครับ

ปราสาทฮิเมะจิ เป็นหนึ่งในปราสาทดั้งเดิม ที่ไม่ได้ถูกทำลายลงไปพร้อมกับไฟสงคราม และยังมีความสวยงามจัดอยู่ในอันดับต้น ๆ ของปราสาททั้งหมด ที่มีอยู่ทั่วทั้งญี่ปุ่นอีกด้วย ตัวปราสาทนั้น มีขนาดที่ใหญ่โตอลังการ หอหลักมีความสูงมากถึง 40 เมตร ผนังภายนอกมีสีขาวเด่นสะดุดตา จนได้รับฉายาว่า “ปราสาทกระยางขาว” (White Heron Castle) โดยเราสามารถมองเห็นปราสาทได้จากระยะไกล ตั้งแต่ลงรถไฟที่สถานี ฮิเมะจิ (Himeji Station) เลยทีเดียวครับ

พิกัด: https://goo.gl/maps/G4xqrc69SmD2
การเดินทาง: จากสถานี Shin Osaka นั่งรถไฟชินคันเซนลงสถานี Himeji ประมาณ 30 นาที หรือใช้รถไฟ JR สายปกติ ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที 
เวลา: 9.00 – 17.00
เว็บไซต์: https://www.himeji-kanko.jp/th/sightseeing/himeji_castle.html


2.Shukugawa Park
2.สวนชูคุงะวะ

ก่อนเข้าสู่เขตโอซาก้า ยังมีจุดชมซากุระที่สวยงาม และไม่แวะไม่ได้ อีกแห่งหนึ่งครับ นั่นก็คือ สวนชูคุงะวะ แห่งเมืองนิชิโนะมิยะ (Nishinomiya) จุดนี้จะมี ซากุระเบ่งบานอยู่ทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำ กิ่งของซากุระ แทบจะประสานเข้าหากันตรงกลาง เป็นภาพที่สวยงามมาก ๆ บางช่วงเราสามารถลงไปยังบริเวณทางเดินชั้นล่างได้ด้วย ซึ่งเหมาะแก่การถ่ายรูปคู่กับซากุระที่ให้บรรยากาศแบบไม่เหมือนใคร บอกเลยว่า สายอินสตราแกรมไม่ควรพลาดครับ

พิกัด: https://goo.gl/maps/Fv4ukPktapyc5opb6
การเดินทาง: จากสถานี Osaka-Umeda นั่งสาย Hankyu Kyoto ไปลงสถานี Shukugawa 20 นาที


3. Expo Commemoration Park
3. สวนสาธารณะอนุสรณ์งาน เอ็กซ์โป’70

มาที่ โอซาก้า ศูนย์กลางของภูมิภาคคันไซกันบ้างครับ จุดนี้วาฬแนะนำมาก ๆ เลย “สวนสาธารณะอนุสรณ์งาน เอ็กซ์โป’70” (หรือ Osaka Bampaku Park) ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การชมแนวต้นซากุระรอบหอคอยพระอาทิตย์ หรือ “Tower of the Sun” สัญลักษณ์แห่งงานเวิลด์เอ็กซ์โป โอซาก้า เมื่อปี ค.ศ.1970 ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ สวนแห่งนี้ จะจัดเทศกาลชมซากุระขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ มีการออกบูทร้านอาหาร และการจัดแสดงไฟยามค่ำคืน ใครที่ชื่นชอบความครึกครื้น ในบรรยากาศที่คนเยอะ ๆ หน่อยล่ะก็ ห้ามพลาดเลยครับ

สำหรับ ข้อมูล และความหมายของ หอคอยพระอาทิตย์ วาฬได้เคยทำรีวิวไว้แล้วโดยละเอียด สามารถกลับไปตามอ่านได้ตามลิ้งค์นี้เลยครับผม >> https://flyingwhale.me/guide-book/tower-of-the-sun-2/

พิกัด: https://goo.gl/maps/8ka3EKuMrhB2
การเดินทาง: ใช้รถไฟสาย Midosuji (สายสีแดง) ลงที่สถานี Senri-chuo แล้วเปลี่ยนไปใช้รถไฟโมโนเรล ลงที่สถานี Bampaku-kinen-koen Station �เวลา: 9.30-17.00
ค่าเข้า: 250 เยน เด็ก 70 เยน
เว็บไซต์: https://www.expo70-park.jp/languages/english/


4.Osaka Castle
4.ปราสาทโอซาก้า

ตามหาซากุระถึงโอซาก้าทั้งที ถ้าไม่ได้แวะชม ณ จุดที่เป็นยิ่งกว่าสัญลักษณ์ประจำเมือง อย่างปราสาทโอซาก้า ก็ถือว่ายังมาไม่ถึง รอบ ๆ ตัวปราสาทมีซากุระปลูกไว้หลายพันต้น โดยจุดชมซากุระที่นิยมมากที่สุด คือบริเวณ “สวนนิชิโนะมารุ” (Nishinomaru Park) ในโซนตะวันตก เพราะจากจุดนี้เราสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของซากุระที่มีปราสาทโอซาก้าเป็นฉากหลังได้อย่างสวยงามที่สุดนั่นเองครับ อ้อ! แล้วก็เฉพาะช่วงซากุระนี้ จะมีการขยายเวลาเข้าชมให้นานขึ้น และยังมีงานประดับไฟยามค่ำคืนอีกด้วยฮะ

ปราสาทโอซาก้านั้น ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พำนักของ “โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ” (Toyotomi Hideyoshi) หนึ่งใน ผู้รวมประเทศทั้ง 3 ของญี่ปุ่น (อีก 2 คนคือ โอดะ โนบุนางะ และโทคุงาวะ อิเอยะสุ) ในปี ค.ศ. 1583 แม้ว่าปราสาทหลังปัจจุบันนี้ จะเป็นการสร้างขึ้นใหม่ (ค.ศ. 1931) เนื่องจาก หลังเก่าได้พังทลายลง จากทั้งภัยธรรมชาติ และภัยสงคราม ก่อนที่จะมีการบูรณะใหญ่อีกครั้ง ในปี ค.ศ. 1997 ให้ภายในมีความทันสมัย เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ สำหรับการท่องเที่ยวที่ครบครัน แต่โครงสร้างภายนอกนั้น ก็ยังคงรักษาต้นแบบของอาคารดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างยิ่งใหญ่ สมกับเป็นหนึ่งในปราสาทที่มีความสำคัญอันดับต้น ๆ ในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นจริง ๆ ครับ

พิกัด: https://goo.gl/maps/EvaDrTsCSF62yJHn8
การเดินทาง: ลงได้หลายสถานีทั้ง Osakajokoen / Morinomiya / Temmabashi


5.Kema Sakuranomiya Park
5.สวนเคะมะ ซากุระโนะมิยะ

ไม่ไกลจากปราสาทโอซาก้า ยังมีสวนสาธารณะริมแม่น้ำโอคะวะ (Okawa) ที่มีซากุระเรียงรายริมฝั่งแม่น้ำ ปลูกไว้อีกกว่า 5,000 ต้น ให้ได้ชมกันแบบจุใจอย่างต่อเนื่อง โดยที่เราสามารถเดินเท้าต่อมาที่นี่จากปราสาทโอซาก้าได้เลย ตลอดระยะทางจะมีซากุระแน่น ๆ คอยอยู่เป็นเพื่อนไปกับเรา จนถึงสวนเคะมะ ซากุระโนะมิยะ เลยครับ (ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 20 นาที)

พิกัด: https://goo.gl/maps/a49sRKZh14FEcwa39
การเดินทาง: ลงที่สถานี Sakuranomiya


6. Mt.Yoshino
6. ภูเขาโยชิโนะ

ใครที่อยากเห็นซากุระแบบเต็ม ๆ เน้นที่จำนวน ต้องมาชมที่ภูเขาโยชิโนะเลยครับ เนื่องจากเป็นแนวภูเขาสูง ที่ยังคงสภาพธรรมชาติมาก ๆ จึงมีซากุระป่ากระจายตัวอยู่เต็มพื้นที่กว่า 30,000 ต้นเลยทีเดียว เมื่อขึ้นมาถึงจุดชมวิว ทุกคนจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับภาพความงดงามของภูเขา ที่ถูกปกคลุมด้วยผืนพรมสีชมพู บนเขาโยชิโนะนั้น มีลักษณะเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่พร้อมไปด้วย โรงแรม ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึก อย่างครบครันเลยครับ ใครที่มีเวลาเยอะ สามารถอยู่เที่ยวชมได้ทั้งวันไม่มีเบื่อแน่นอนฮะ

แม้ว่าบนเขาโยชิโนะ จะค่อนข้างกว้างใหญ่ สามารถแบ่งพื้นที่ ได้ถึง 4 ส่วน ตามลำดับความสูง แต่วาฬแนะนำว่าหากเน้นเที่ยวชมซากุระเป็นหลัก แค่เพียงส่วนที่ 1 ซึ่งเป็นจุดขึ้นกระเช้า และส่วนที่ 2 ที่เป็นตัวหมู่บ้านหลัก ก็พอต่อการเก็บจุดหลัก ๆ เกือบครบแล้วครับ หากสูงกว่านั้น (3-4) คนจะเริ่มน้อย ไปพร้อม ๆ กับจำนวนซากุระที่เริ่มบางตาลงแล้ว ซึ่งจะเหมาะสำหรับนักเดินป่ามากกว่าครับผม

พิกัด: https://goo.gl/maps/E9rk8xxQ8DJ2
การเดินทาง: เริ่มต้นจากสถานี Osaka Abenobashi ขึ้นรถไฟสาย Kintetsu Railway Yoshino ลงที่สถานี Yoshino ใช้เวลา ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที จากนั้นเปลี่ยนไปใช้ Ropeway เพื่อขึ้นไปยังภูเขาและเดินชมวิวจากด้านบนภูเขา
เว็บไซต์: http://www.yoshinoyama-sakura.jp/english/flowers.htm


7.Nara Park
7.สวนสาธารณะนารา

ที่นี่เป็นจุดชมซากุระ ที่วาฬว่า น่าจะไม่ธรรมดาที่สุดแห่งหนึ่งเลยแหละ ยิ่งสายถ่ายภาพจะยิ่งฟิน! เพราะเราจะได้รูปที่มีบรรยากาศของซากุระ ในเวอร์ชั่นที่มีน้องกวางเข้ามาเติมเต็มด้วย ทำให้องค์ประกอบของ ภาพซากุระจากสวนสาธารณะนารานั้น งดงามราวกับภาพวาดโบราณเลยทีเดียว โดยน้องกวางที่นารา จะอยู่กันแบบอิสระครับ สามารถพบเจอได้ทั่วไปตามท้องถนน แต่จุดที่น้อง ๆ จะมารวมตัวกันมากเป็นพิเศษหน่อย ก็คือ ณ บริเวณหน้าทางเข้าวัดโทไดจิ (Todaiji) นั่นเอง

สวนสาธารณะประจำเมืองนาราแห่งนี้ มีพื้นที่กว้างขวางอย่างมาก ภายในยัง เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของนารา ไม่ว่าจะเป็น วัดโทไดจิ (Todaiji), วัดโคฟุคุจิ (Kofukuji), ศาลเจ้าคาสุงะ ไทฉะ (Kasuga Taisha) และอื่น ๆ อีกมาก ดังนั้น หากต้องการเที่ยวชมให้ครบ นอกจากจะใช้วิธี โดยสารรถประจำทางแล้ว วาฬแนะนำให้เช่าจักรยานปั่น ก็เป็นอะไรที่สะดวกไม่น้อยเลยครับ

พิกัด: https://goo.gl/maps/2vAwDboHEPQ2
การเดินทาง: จากสถานี Namba ให้นั่งรถไฟสาย Kintetsu Nara มาลงที่สถานี Kintetsu Nara แล้วเดินต่อไปยังสวนประมาณ 20 นาที หรือจะใช้รถบัส Nara City Loop (รถบัสสีเหลือง) จะวิ่งผ่านวัด Todaiji และ Nara Park 
เว็บไซต์: https://www.japan-guide.com/e/e4103.html


8. Wakayama Adventure World
8. วะคะยะมะ แอดเวนเจอร์ เวิลด์​

เอาใจคนรักซากุระ ที่มีเด็ก ๆ มาด้วย หรือ วางแผนเที่ยวทั้งครอบครัวไว้แล้ว กับ จุดชมซากุระใน “วะคะยะมะ แอดเวนเจอร์ เวิลด์” สวนสัตว์ และสวนสนุกขนาดใหญ่ แห่งเมืองชิระฮะมะ จังหวัดวะคะยะมะ ที่นี่นอกจากจะเต็มเปี่ยมไปด้วยองค์ความรู้ และความสุข ตามแบบฉบับของธีมปาร์กทั่ว ๆ ไปแล้ว ยังมีไฮไลท์สำคัญอย่างโซน Breeding Center & Panda Love บ้านอันแสนอบอุ่นของครอบครัวแพนด้ายักษ์ ที่มีแพนด้ามากที่สุดในญี่ปุ่น ให้ได้ชมกันอย่างใกล้ชิดอีกด้วยครับ ใครที่สนใจข้อมูลและรีวิวตัวเต็มของที่นี่ วาฬได้เคยทำไว้แล้ว ตามไปอ่านได้จากลิ้งค์นี้เลยครับ >> https://flyingwhale.me/guide-book/wakayamaadventureworld/

ภายใน “วะคะยะมะ แอดเวนเจอร์ เวิลด์” มีต้นซากุระปลูกไว้อยู่หลายโซนเลยครับ โดยเฉพาะในจุดที่ใกล้ ๆ กับ ส่วนจัดแสดงแพนด้ากลางแจ้ง สำหรับวาฬแล้ว ภาพของแพนด้า กับ ฉากหลังที่เป็นซากุระ ถือเป็นที่สุดของการชมซากุระในมุมมองที่แตกต่างแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ครับ

พิกัด: https://goo.gl/maps/CHcE2vsUxdH2
การเดินทาง: นั่งรถไฟจากสถานี Wakayama ไปลงสถานี Shirahama สาย LTD. EXP KUROSHIO แล้วต่อรถบัส Meiko จากสถานี Shirahama ไปลงป้าย Adventure World
เปิด: 9.30 – 17.00
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 4,100 เยน เด็ก 2,500 เยน
เว็บไซต์: http://www.aws-s.com/en/


9. Hikone Castle
9. ปราสาทฮิโคเนะ

ไปต่อกันที่จังหวัดชิงะ (Shiga) ครับ โดยจุดชมซากุระยอดฮิตนั้น อยู่ภายในสวนของ “ปราสาทฮิโคเนะ” นั่นเอง เนื่องจาก ทั้งตัวปราสาท และสวน ตั้งอยู่บนเนินเขา ทำให้ จากด้านบน เราสามารถมองเห็นวิว เมืองฮิโคเนะได้อย่างสวยงามอีกด้วยฮะ ในพื้นที่ซึ่งมีค่อนข้างจำกัด แต่ซากุระรอบปราสาทหลังเล็ก ๆ แห่งนี้ กลับหนาแน่นเต็มอัตรา ให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันอย่างจุใจ ไม่มีผิดหวังแน่นอนครับ

ปราสาทฮิโคเนะ เป็นหนึ่งในปราสาท 12 แห่งของญี่ปุ่น ที่ยังคงอนุรักษ์สภาพเดิมไว้ได้ เพราะไม่ได้ถูกทำลายลงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 (เช่นเดียวกับ ปราสาทฮิเมะจิ) ตัวปราสาทฮิโคเนะมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับแห่งอื่น ๆ แต่ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง ไม่มีสิ่งปลูกสร้างอื่นมาบังทัศนียภาพ ทำให้ปราสาท ดูโดดเด่น และสวยงามเป็นอย่างมากเลยครับ

อ้อ!… ในบริเวณปราสาท และตัวเมืองฮิโคเนะ เรายังจะได้พบกับ “ฮิโคเนียน” (Hikonyan) มาสคอต ประจำถิ่นชื่อดัง ที่จะปรากฏตัวออกมา ในรูปแบบสินค้า และของที่ระลึกนานาชนิด ยังไงก็ อย่าลืมแวะเลือกซื้อเก็บไว้ด้วยนะครับ น่ารักมาก ๆ เลย

ช่วงเวลาที่แนะนำ (2019): เริ่มบาน 31/3 ฟูลบลูม 7/4

พิกัด: https://goo.gl/maps/ycYZ6tiLisQ2
การเดินทาง: จากสถานี Osaka นั่งรถไฟสาย Tokaido-Sanyo ปลายทาง Maibara ลงที่สถานี Hikone ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที 
เวลา: 8.30 – 17.00
เว็บไซต์: https://www.japanhoppers.com/th/kansai/hikone/kanko/985/


10. Omihachiman
10. คลองโอมิฮะจิมัง

จุดต่อไป เรายังอยู่ที่จังหวัดชิงะ (Shiga) เหมือนเดิมครับ คราวนี้เป็นซากุระริมคลองโอมิฮะจิมัง คลองเล็ก ๆ ที่ไหลผ่านชุมชนพ่อค้าเก่าแก่ (ตั้งแต่สมัยเอโดะ) มีความยาวโดยรวมเกือบ 5 กิโลเมตร จุดเด่นคือ การชมซากุระ ในบรรยากาศย้อนยุค ซึ่งเข้ากันได้ดีกับ ทั้งบ้านเรือน เรือพาย และโกดังสินค้า ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี รับรองว่าสวยงาม ไม่จำเจ มีความแตกต่างไปจากมุมยอดฮิตอื่น ๆ แน่นอนครับผม

พิกัด: https://goo.gl/maps/ihpLCmydX5q
การเดินทาง: จากสถานี Osaka นั่งรถไฟสาย Tokaido-Sanyo ปลายทาง Maibara ลงที่สถานี Omihachiman ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที แล้วออกมานั่งรถบัสที่ปลายทางเป็น Chomeiji ให้ลงป้าย Osugicho
เว็บไซต์: https://www.jnto.or.th/newsletter/omihachiman/


ปล. วาฬใช้ Application “Sakura Navi” ในการเช็คว่าแต่ละที่ จะฟูลบลูมตอนไหน ก่อนทำแพลน ใครสนใจสามารถตามอ่านรายละเอียด App ได้ที่นี่ครับ >> https://flyingwhale.me/news/sakura-navi/


ที่ดูซากุระในโตเกียวและรอบ ๆ

ที่ดูซากุระแถบ Tohoku