Shimane: พาเที่ยวจังหวัดชิมะเนะ ตอนที่ 2

ดินแดนแห่งความรักและสุขภาพ
Shimane, Chugoku Japan (Part2)

กลับมาแล้ว กับตอนที่ 2 ของการรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวใน จังหวัดชิมะเนะ (Shimane) อย่างที่เคยอธิบายไว้ในตอนที่ 1 ว่า วาฬใช้เวลาเที่ยว 3 วัน 2 คืน โดยสำหรับตอนที่ 2 เราจะไปต่อกันใน วันที่ 2 – 3 จนครบทั้งหมดเลยครับ โดยไฮไลท์ของการเดินทางใน 2 วันหลังนี้ จะอยู่ที่ ศูนย์มรดกโลกเหมืองแร่เงินอิวามิ (Iwami Ginzan World Heritage Center) และ ปราสาทมะสึเอะ (Matsue Castle) ซึ่งทั้ง 2 แห่ง เป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญที่สุดของจังหวัดชิมะเนะนั่นเองครับ

ครั้งนี้วาฬจัดแผนการเที่ยวค่อนข้างยืดหยุ่น สถานที่ไม่แน่นมากนัก ทุกคนสามารถปรับเปลี่ยนที่เที่ยวได้ตามสะดวก และยังคงเหลือเวลาในวันสุดท้ายมากพอ ที่จะไปช้อปปิ้งหาซื้อของฝากจากชิมะเนะ ก่อนจะเดินทางออกจากจังหวัด ได้สบาย ๆ เลยครับ เนื่องจากวันที่ 3 จะเหลือที่เที่ยวให้เก็บ แค่เพียงสถานที่เดียวเท่านั้นฮะ

สรุปการเดินทางในแต่ละวัน (แบ่งตามเมือง):
วันที่ 1: เมืองอิซุโมะ (Izumo), เมืองโอดะ (Oda) – ตอนที่ 1
วันที่ 2: เมืองเมืองโอดะ (Oda), เมืองมะสึเอะ (Matsue) – ตอนที่ 2
วันที่ 3: เมืองมะสึเอะ (Matsue), เมืองยะสุงิ (Yasugi) – ตอนที่ 2

ขอบคุณทุกคนมาก ๆ ครับ ที่ติดตาม วาฬมาถึงตอนที่ 2 ซึ่งเป็นตอนสุดท้ายของทริปชิมะเนะแล้ว สำหรับ ใครที่ยังไม่ได้อ่านตอนที่ 1 สามารถตามกลับไปอ่านได้ตามลิ้งค์นี้เลยครับ https://flyingwhale.me/guide-book/shimane/


iwami ginzan world heritage center

Iwami Ginzan World Heritage Center, Oda
ศูนย์มรดกโลกเหมืองแร่เงินอิวามิ, โอดะ

เรายังคงอยู่กันที่เมืองโอดะ (Oda) ครับ โดยวันที่ 2 นี้ วาฬขอเริ่มต้น ด้วยไฮไลท์สำคัญในด้านประวัติศาสตร์ของชิมะเนะ อย่างเรื่องราวของ “เหมืองแร่เงินอิวามิ” (Iwami Ginzan) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จากองค์การยูเนสโก (UNESCO) โดยสถานที่ซึ่งเหมาะสมที่สุดในการบอกเล่าถึงความยิ่งใหญ่ของเหมืองแห่งนี้ นั่นก็คือ “ศูนย์มรดกโลกเหมืองแร่เงินอิวามิ” ภายในเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงข้อมูลเกี่ยวกับเหมืองแร่เงินอิวามิ อย่างละเอียดครบถ้วน และยังทำออกมาได้น่าสนใจมากๆ อีกด้วยครับ

เหมืองแร่เงินอิวามิ เป็นเหมืองแร่เงินแห่งสำคัญที่สุดของญี่ปุ่น ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 – 20 หรือ กล่าวได้ว่าถูกใช้งานยาวนานถึง 400 ปี สร้างผลผลิตแร่เงินคุณภาพ ที่เรียกว่า เงินโซมะ (Soma) จนเป็นที่รู้จัก และส่งออกไปทั่วโลก (ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 แร่ที่ผลิต มีปริมาณมากถึง 1 ใน 3 ของแร่เงินทั้งโลก) นอกจากนี้ ในด้านเทคโนโลยีการทำเหมืองที่เน้นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยไม่พึ่งพาวิทยาการจากตะวันตก และระบบการจัดสวัสดิการให้แก่แรงงานในเหมือง ที่มีความก้าวหน้าล้ำยุคสมัย เพื่อสร้างแรงจูงใจต่อการทำงานนั้น ก็ล้วนแล้วแต่เป็นนวัตกรรมที่มีอิทธิพลต่อองค์ความรู้ในระดับโลกทั้งนั้นเลยครับ

ปัจจุบัน ตัวเหมืองแร่เงินส่วนใหญ่ เหลือเป็นเพียงซากปรักหักพัง ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ โดยจะมีแค่เพียงอุโมงค์ “ริวเง็นจิ มาบุ” (Ryugenji Mabu) เท่านั้น ที่ยังคงสมบูรณ์พอ จะให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมด้านในได้ หากใครสนใจ ต้องเดินทางต่อด้วยรถบัส จากศูนย์ ฯ ไปนะครับ

ภายในศูนย์ ฯ ยังมีกิจกรรม Workshop เล็ก ๆ ให้เราได้ทดลอง ร่อนแร่เงิน แบบในอดีต อีกด้วย แต่ต้องอีเมลไปบอกทางศูนย์ ฯ ก่อนล่วงหน้านะครับ หรือ ใครที่สนใจของที่ระลึกอย่าง เหรียญเงินสมัยเอโดะ ในรูปแบบที่ห้อยพวงกุญแจ ก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เขาทำให้ได้ด้วยครับ

ส่วนตัวแล้ว วาฬชอบพิพิธภัณฑ์นี้มาก ๆ ครับ เพราะเขาสามารถย่อยเนื้อหาที่ทั้งยาก และเยอะ ให้เราเข้าใจได้โดยง่าย ผ่านการจัดแสดงข้อมูล ที่เน้นวิธีจำลองโมเดล มาให้เห็นภาพจริง ในขณะที่ ลำดับการอธิบายทั้งหมดนั้น ก็สอดคล้องต่อเนื่องกันดี ไม่ต้องกลัวสับสนเลย ใครที่ชอบแนวประวัติศาสตร์ บอกเลยว่าห้ามพลาดครับ

พิกัด: https://goo.gl/maps/PT6UA5GgryR2
การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR สาย San In ลงสถานี Odashi ออกมานั่งรถบัส Iwami Kotsu ไปลงป้าย Sekai-isan Center ประมาณ 25 นาที
เวลา: 8.30 – 17.30
ค่าเข้า: 300 เยน
เว็บไซต์: https://ginzan.city.ohda.lg.jp/1750.html


Omori, Oda
หมู่บ้านโอโมริ, โอดะ

หลังจากเที่ยวพิพิธภัณฑ์เสร็จแล้ว วาฬแนะนำให้ไปเดินเล่นต่อ กันที่ “หมู่บ้านโอโมริ” ย่านชุมชนโบราณเล็ก ๆ ที่หลบซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขา ในเขตมรดกโลกเหมืองแร่เงินอิวามิ ภายในนั้น ครบครันไปด้วย สถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายสไตล์ให้ได้เที่ยวชมกัน ไม่ว่าจะเป็น วัด ศาลเจ้า บ้านเรือนทรงดั้งเดิม ร้านค้า ตลอดจน คาเฟ่ชื่อดัง ใครที่ชื่นชอบบรรยากาศแบบย้อนยุค และความเงียบสงบแล้วล่ะก็ หมู่บ้านโอโมริ คือคำตอบเลยครับ

ในหมู่บ้านโอโมริ มีร้านหนึ่งที่ วาฬอยากแนะนำมากเป็นพิเศษ นั่นก็คือ “Gungendo Cafe” สาขาที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นครับ ตัวร้านนั้น เป็นคาเฟ่ ที่มีทั้ง อาหารคาว และหวาน รวมไปถึง สินค้าหลากหลายชนิดให้เลือกซื้อกัน แถมยังมีในสไตล์การตกแต่งร้านที่สวยงาม เป็นเอกลักษณ์อย่างมาก เหมาะสำหรับคนชอบถ่ายภาพเลยครับ ดังนั้น มื้อกลางวันนี้ วาฬเลยขอฝากท้องไว้ที่นี่ก็แล้วกันฮะ เดี๋ยวอธิบายเมนูใต้รูป 


ตามภาพเมนูของวาฬ มี 3 อย่างครับ ได้แก่ ข้าวปั้น 3 ไส้, ข้าวแกงกะหรี่ผักและถั่ว และ
ข้าวราดแกงเนื้อสไตล์ญี่ปุ่น (Hayashi Rice) อิ่มอร่อยมาก ๆ ฮะ

พิกัด: https://goo.gl/maps/YZ7s4gRmsMG2
การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR สาย San In ลงสถานี Odashi ออกมานั่งรถบัส Iwami Kotsu ไปลงป้าย Omori Daikanshoato ประมาณ 20 นาที


Matsue Castle, Matsue
ปราสาทมะสึเอะ, มะสึเอะ

คราวนี้ เรานั่งรถไฟกลับมาลงที่ สถานี เจอาร์ มะสึเอะ (JR Matsue) แล้วต่อบัส เพื่อไปยัง “ปราสาทมะสึเอะ” กันครับ ปราสาทแห่งนี้ เป็นหนึ่งในปราสาทดั้งเดิม ที่มิได้ถูกทำลายลงในช่วงสงคราม ที่ควรค่าแก่การมาเที่ยวชมอย่างมาก ตัวปราสาทแบ่งออกเป็น 5 ชั้น ภายในเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของเมืองมะสึเอะ ชั้นบนสุดเป็นจุดชมวิวเมืองแบบ 360 องศา ที่สวยงาม ส่วนด้านนอกนั้น ทาผนังเป็นสีดำ ที่ดูเคร่งขรึม และน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก ปราสาทมะสึเอะ ถือเป็นแลนมาร์คที่สำคัญของจังหวัดชิมะเนะ ใครมาถึงชิมะเนะแล้ว ต้องมาชมกันให้ได้ครับ

การล่องเรือชมปราสาทมะสึเอะ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรม ที่วาฬแนะนำทุกคนมาก ๆ เลยครับ เหตุผลหลักคือ คลองที่ใช้ล่องเรือของที่นี่ ไม่ใช่แค่สั้น ๆ หรือ วนเพียงรอบปราสาทเท่านั้น แต่ใช้เวลาถึง 40 นาทีกว่าจะครบรอบ ให้เราได้จุใจ กับการชมทิวทัศน์ของบ้านเรือนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ตลอดจน สะพานสำคัญหลายแห่ง ส่วนท่าขึ้นเรือที่สะดวกที่สุด จะอยู่ติดกับทางเข้าตัวปราสาทเลยฮะ (เรือเปิดให้บริการทุกฤดูกาลครับผม)

พิกัด: https://goo.gl/maps/CTT14UDQxtM2
การเดินทาง: จากสถานี JR Matsue ใช้เวลาเดิน 30 นาที หรือนั่งรถบัส Lake Line จากหน้าสถานีมาประมาณ 10 นาที
เวลา: 8.30 – 17.00
เว็บไซต์: https://www.kankou-shimane.com/th/destinations/matsue-castle-and-the-castle-town/


Kani Goya, Matsue
ร้านคานิ โงยะ, มะสึเอะ

มื้อเย็นของวันนี้ วาฬพาทุกคนมากินอาหารทะเลปิ้งย่าง ที่จะเปิดบริการเฉพาะในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น ร้านนี้แปลกตรงที่ มีลักษณะเป็นโกดัง ข้างในจัดเป็นคล้าย ๆ ตลาดอาหารทะเลสด ให้เราเลือกหยิบ ปู หอย ปลา หรือ กุ้ง ตามชอบ ไปคิดราคาตามน้ำหนัก จากนั้นก็นำมาปิ้งกินที่โต๊ะได้เลย เป็นบรรยากาศที่แตกต่างดีครับ

พิกัด: https://goo.gl/maps/3byFRQfdLsm
การเดินทาง: จากสถานี Matsue เดินไปประมาณ 10 นาที
เวลา: 11.00 – 22.00
เว็บไซต์: https://www.kankou-matsue.jp/event_calendar/events/201801-12/201801/kanigoya2018.html


Matsue Excel Hotel Tokyu, Matsue
โรงแรม มะสึเอะ เอกซ์เซล โฮเทล โทคิว, มะสึเอะ

สำหรับคืนที่ 2 วาฬเลือกพัก โรงแรม “มะสึเอะ เอกซ์เซล โฮเทล โทคิว” ที่สะดวกสบาย ทันสมัย และที่สำคัญ คือ ใกล้กับสถานี เจอาร์ มะสึเอะ (JR Matsue) มาก ๆ เลยครับ ข้อดีหลักคือ วันรุ่งขึ้นสามารถฝากกระเป๋าไว้กับโรงแรมได้ ก่อนจะไปเที่ยวที่สุดท้าย แล้วค่อยกลับมาเอากระเป๋าเพื่อเดินทางกลับไปยังเมืองหลักอื่น ๆ ได้โดยสะดวกสุด ๆ นั่นเองฮะ

พิกัด: https://goo.gl/maps/Wmr9VkL653p
การเดินทาง: จากสถานี Matsue เดินไป 3 นาที
เว็บไซต์: https://www.tokyuhotels.co.jp/matsue-e/qa/index.html


Japanese Garden @Adachi Museum of Art, Yasugi
สวนญี่ปุ่น @พิพิธภัณฑ์ศิลปะอาดะจิ, ยะสุงิ

เราไปปิดท้ายทริปในวันที่ 3 กันด้วย การชมความสวยงามของสวนญี่ปุ่น ที่ได้รับรางวัลสวนญี่ปุ่นที่ดีที่สุด กันที่ “พิพิธภัณฑ์ศิลปะอาดะจิ” สถานที่แห่งนี้ นอกจากจะมีชื่อเสียงในฐานะหอศิลป์ ที่จัดแสดงผลงานของศิลปินมากมายแล้ว ยังมีสวนญี่ปุ่นระดับรางวัลหลากหลายรูปแบบ (มีสวนภายในทั้หมด 6 แห่ง) รวบรวมไว้ให้ได้ชมกันในที่เดียวอีกด้วย โดยเพื่อคงสภาพของสวนไว้ให้ได้ตามมาตรฐานอยู่เสมอ การชมสวนจึงต้องชมผ่านห้องกระจกของพิพิธภัณฑ์เท่านั้นครับ จุดเด่นคือ ความงดงามดั่งภาพวาด ที่มีโทนสีแตกต่างกันออกไปในแต่ละฤดูกาล นับเป็นแหล่งชมสวนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ซึ่งควรค่าแก่การมาชมสักครั้งมาก ๆ ครับผม

หน้าสถานี Yasugi และรถ Shuttle Bus
รอบรถจากป้ายหน้าสถานี

พิกัด: https://goo.gl/maps/1A8awadsG7J2
การเดินทาง: นั่งรถไฟจากเมือง Matsue มาลงสถานี Yasugi แล้วนั่งรถ Shuttle Bus ของทางพิพิธภัณฑ์ที่ด้านหน้าสถานีรถไฟ ไปต่อประมาณ 20 นาที
เวลา: 9.00 – 17.00
เว็บไซต์: https://www.adachi-museum.or.jp/en/


Shimaneko สัญลักษณ์ของจังหวัดชิมะเนะ

ตามอ่านรีวิวตอนที่ 1 ของจังหวัด Shimane

ที่เที่ยวอื่นๆในจังหวัด Shimane
>> ศาลเจ้า Izumo Taisha
>> หาด Inasanohama
>> พิพิธภัณฑ์ทรายนิมะ ( Nima Sand Museum )
>> ยูโนะสึ ออนเซ็น (Yunotsu Onsen)
>> Iwami Ginzan World Heritage Center และ หมู่บ้าน Omori
>> ปราสาท Matsue

หรือ ติดตามข่าวสารของจังหวัด Shimane เพิ่มเติมที่ Facebook ของทางจังหวัด Shimane >> https://www.facebook.com/shimane.th/