IZU: เที่ยวคาบสมุทรอิซุ (ตอนที่ 2: ตอนใต้ และกลาง)

izu peninsula

Izu-Peninsula, Japan (Part 2: Southern & Central)

คาบสมุทรอิซุ, ญี่ปุ่น (ตอนที่ 2: ตอนใต้ และกลาง)

วาฬกลับมาแล้วครับผม พร้อมกับการพาเที่ยวคาบสมุทรอิซุ ตอนที่ 2: ตอนใต้ และกลาง ต่อจาก ตอนที่ 1 ที่เราได้เริ่มต้นกัน จากฝั่งตะวันออก ซึ่งอยู่ใกล้กับโตเกียวมากที่สุด คราวนี้เราจะค่อย ๆ พาลัดเลาะลงใต้ไปเรื่อย ๆ โดยเริ่มตั้งแต่ ชมเทศกาลดอกไฮเดรนเยีย (Hydrangea) ที่เมืองชิโมะดะ (Shimoda) ไล่ไปจนถึง จุดใต้สุดของคาบสมุทร อย่างแหลมอิโรซากิ ที่ตำบลมินามิอิซุ ก่อนที่จะตวัดกลับขึ้นมาตอนกลาง เพื่อสัมผัสเส้นทางเดินป่า และชมน้ำตกชื่อดังของอิซุ ที่ตำบลคะวะซุ (Kawazu), เที่ยวหมู่บ้านออนเซ็นบนภูเขาสุดชิลล์ ที่เมืองอิซุ ( Izu), ชมวิวภูเขาไฟฟูจิ ที่เมืองอิซุโนะคุนิ (Izunokuni) และจบด้วย การเข้าพักที่ เรียวกังสุดหรู เป็นการปิดท้ายตอนที่ 2 นั่นเองครับ

เช่นเคยนะครับ รายละเอียดและรีวิวของสถานที่ต่าง ๆ ทั้งหมดนั้น ทุกคนสามารถตามอ่านจากใต้รูปได้เลย ใครที่มีข้อสงสัย หรืออยากแลกเปลี่ยนอะไร สามารถคอมเมนต์ทิ้งไว้ หรือจะหลังไมค์มาก็ได้นะคร้าบ ส่วนตอนที่ 3 จะตามมาในเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน ฝากติดตามด้วยครับผม

ใครยังไม่ได้อ่านตอนที่ 1 ตามไปที่นี่เลย >> https://flyingwhale.me/guide-book/thingtodoinizu/


Shimoda Park, Shimoda

สวนชิโมะดะ, ชิโมะดะ

ในเดือนมิถุนายนของทุกปี สวนแห่งนี้จะกลายเป็นสถานที่จัดเทศกาลไฮเดรนเยีย (หรือ อะจิไซ ในภาษาญี่ปุ่น) ซึ่งถือได้ว่า เป็นสวนไฮเดรนเยียที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นเลยทีเดียว ไฮไลท์คือ การได้พบกับความอลังการของไฮเดรนเยียจำนวนมาก ที่เบ่งบานแบบไล่ระดับกันไป จนเต็มพื้นที่ของเนินเขานั่นเองครับ นอกจากนี้ บริเวณด้านบน ยังเป็นจุดชมวิว ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์อันสวยงามของท่าเรือ และตัวเมืองชิโมะดะ ได้อย่างชัดเจนอีกด้วย 

จริง ๆ แล้วเมืองชิโมะดะ มีความสำคัญในทางประวัติศาสตร์มาก ๆ เพราะเป็นหนึ่งในเมืองท่า ที่ต้องเปิดทำการค้ากับสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก ตามสนธิสัญญาคะนะงะวะ ดังนั้น ในสวนชิโมะดะ จึงมีอนุสาวรีย์เพื่อระลึกถึงบุคคลสำคัญในช่วงเวลานั้น ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นด้วยนั่นเอง เผื่อใครที่ไปเจอแล้วสงสัย วาฬเลยนำข้อมูลมาฝากกันเล็กน้อยครับผม

พิกัด: https://goo.gl/maps/A2zPCks8siF2
เปิด: ตลอดเวลา
การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR สาย Odoriko ลงสถานี Izukyu-Shimoda หลังจากนั้นนั่งรถบัสหน้าสถานีที่ป้ายบอกว่าไปลง Shimoda Aquarium (ในช่วงงานเทศกาลดอกไฮเดรนเยียรถบัสจะจอดหน้าสวนเลย)
เว็บไซต์: https://www.japan-guide.com/e/e6302.html


Ryugu Sea Cave, Shimoda

ถํ้าริวงูคุตสุ,  ชิโมะดะ

ถํ้าริวงู (Ryugu Kutsu) เดิมเป็นเพียง ถํ้าริมชายฝั่งทะเล ธรรมดา ๆ  ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของคลื่น ที่พบเห็นได้โดยทั่วไป แต่ต่อมา เพดานถํ้าได้เกิดการพังถล่มลงเป็นวงกว้าง จนกลายมาเป็นโพรงขนาดใหญ่ และจุดนี้เอง คือความพิเศษของที่นี่ในปัจจุบันเลยครับ เพราะหากเรามองลงไปจากด้านบน จะเห็นคล้ายเป็นรูปหัวใจ ในบรรยากาศที่ดูโรแมนติกอยู่ไม่น้อย ถูกใจคู่รักอย่างแน่นอนฮะ

หลังจากชมถํ้าริวงูคุตสุ เรียบร้อยแล้ว ใกล้ ๆ กันยังมีเนินทรายธรรมชาติ ให้ทุกคนได้ทดลองเล่นเลื่อนทราย อีกด้วย (คล้าย ๆ กับ เลื่อนหิมะ ในลานสกีเลยครับ) ใครที่สนใจสามารถหาเช่ากระบะเลื่อน ได้จากโรงแรมที่เปิดให้บริการในบริเวณนั้นครับผม   

พิกัด: https://goo.gl/maps/4Fr5AnpgciJ2
การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย Izukyoko ลงที่สถานี Izukyu-Shimoda แล้วต่อรถบัสไปลงที่ป้าย Maenohama แล้วเินต่อประมาณ 200 เมตร
เว็บไซต์: https://www.guidoor.jp/th/place/shimoda/secret-cave-ryugukutsu-and-sand-ski-area/

Ryugu Sea Cave


Shimoda Ropeway

Shimoda Ropeway, Shimoda

กระเช้าจุดชมวิวกระเช้าจุดชมวิวอาตามิ, ชิโมะดะ

มาถึงเมืองสวย ๆ ทั้งที ก็ย่อมพลาดไม่ได้เลยครับ ที่จะต้องขึ้นโรปเวย์ ไปชมทัศนียภาพแบบเต็มตา ของเมืองกระเช้าจุดชมวิวอาตามิ บนยอดเขา เนะสุงาตะ (Nesugata) จุดชุมวิวที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของ จังหวัดชิซูโอกะ และคาบสมุทรอิซุแห่งนี้ (ได้รับการจัดอันดับว่าเป็น 1 ใน 3 จุดชมวิวที่ดีที่สุดในอิซุ) นอกจาก ตัวเมืองชิโมะดะแล้ว ที่นี่ยังสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของ อ่าวซางามิ (Sagami Bay) ในมุมมองที่แตกต่าง และสวยงามมาก ๆ ได้อีกด้วยครับ

เพิ่มความโรแมนติกให้กับวิวสวย ๆ เข้าไปอีก ด้วยศาลเจ้า ไอเซนโดะ (Aizendo) ซึ่งตั้งอยู่บนจุดชมวิวเลยครับ โดยเชื่อกันว่า ที่นี่มีความศักดิ์สิทธิ์มาก ๆ ในด้านการให้พร เกี่ยวกับ ความรัก และการใช้ชีวิตคู่ให้ยืนยาว คนญี่ปุ่นจะนิยมเขียนคำอธิษฐานลงในกระดาษไม้รูปหัวใจ แล้วนำแขวนไว้ที่ศาลเจ้าแห่งนี้ เพื่อหวังให้สิ่งที่ขอ กลายเป็นความจริง กิจกรรมน่ารัก ๆ แบบนี้ คู่รักนักท่องเที่ยวต้องห้ามพลาดเลยนะครับ

พิกัด: https://goo.gl/maps/jrDHTzXKL6A2
การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย Izukyoko ลงที่สถานี Izukyu-Shimoda แล้วเดินต่อประมาณ 3 นาที
เวลา: 9.00 -16.30
ค่าเข้า: 1,030 เยน
เว็บไซต์: http://www.ropeway.co.jp/english%20language/english.html


Irozaki Cape

Irozaki Cape, Minamiizu

แหลมอิโรซากิ, มินามิอิซุ

แหลมอิโรซากิ ตั้งอยู่บริเวณตอนใต้สุดของคาบสมุทรอิซุ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่สวยงาม ด้วยบรรยากาศของ ชายหาด และ หน้าผาโขดหิน ที่มีเอกลักษณ์ หาชมได้ยากจากที่อื่น อีกทั้งยังถือเป็นจุดชมวิวมหาสมุทรแปซิฟิก ที่ดีงามไม่แพ้ที่ใด อีกด้วย

อีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด คือ การล่องเรือชมแหลมอิโรซากิ ที่จะทำให้เรา ได้เห็นทิวทัศน์ของหน้าผาโขดหินในมุมมองที่แตกต่างไปจากการเดินชมบนฝั่งอย่างแน่นอน ซึ่งถ่ายรูปกลับเข้ามาจะสวยมาก ๆ เลยครับ สำหรับบริการนี้ ใช้เวลาแค่เพียง 25 นาที เท่านั้นเอง วาฬว่ากำลังดีเลย ใครที่มาถึงแล้วต้องลองครับผม

พิกัด: https://goo.gl/maps/e26hQJ5V4ZN2
การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย Izukyoko ลงที่สถานี Izukyu-Shimoda แล้วนั่งรถบัส Tokai มาลงที่ป้าย Irozaki-Guchi ประมาณท 40 นาที แล้วเดินต่ออีกประมาณ 7 นาที เพื่อมายังจุดขึ้นเรือ
เวลา: 9.00 -16.00
ค่าเข้า: 1,400 เยน
เว็บไซต์: http://www.izu-kamori.jp/izu-cruise/route/irouzaki.html


Kouyasou Hotel, Minamiizu

โรงแรมโคยะโซ, มินามิอิซุ

สำหรับที่พักในอิซุ (Izu) โซนใต้ วาฬขอแนะนำเป็น โรงแรมโคยะโซ ในตำบลมินามิอิซุ ซึ่งอยู่เกือบจะกึ่งกลางระหว่างสถานที่ท่องเที่ยวหลัก ๆ ในโซนใต้ ทำให้เดินทางไปต่อค่อนข้างสะดวกทีเดียวครับ สำหรับ สไตล์ของที่พักก็จะเป็นบ้านเก่าที่นำมาปรับปรุงให้เป็นโรงแรม ดังนั้น จะยังคงกลิ่นอายของความอบอุ่นเหมือนได้พักอยู่ในบ้านของเพื่อนชาวญี่ปุ่นเลย โดยที่อุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ตามมาตรฐานของโรงแรมที่ทันสมัย ก็ยังคงมีพร้อมอย่างครบครัน รวมไปถึง ห้องอาหารที่เสิร์ฟเซ็ตอาหารท้องถิ่นรสชาติดี และบ่อออนเซ็น อีกด้วยครับผม

พิกัด: https://goo.gl/maps/6uPahEwt9xL2
การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย Izukyoko ลงที่สถานี Izukyu-Shimoda แล้วนั่งรถบัส Tokai มาลงที่ป้าย Yumigahamaohashi แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาที
เว็บไซต์: https://kouyasou.com/ (ภาษาญี่ปุ่น)

Kouyasou Hotel

Kouyasou Hotel


Kawazu Nanadaru

Kawazu Nanadaru, Kawazu

น้ำตกทั้ง 7 แห่งคะวะซุ, คะวะซุ

น้ำตกทั้ง 7 แห่งคะวะซุ สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ ด้วยเส้นทางชมธรรมชาติที่เดินได้อย่างสะดวกสบาย รวมระยะทั้งสิ้น ประมาณ 2 กิโลเมตรครับ โดยระหว่างทางจะมีรูปปั้นของตัวละคร (นักแสดงนำ) ในเรื่อง “The Dancing Girl of Izu” ที่ดัดแปลงมาจากเรื่องสั้นของ นักเขียนรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมอย่าง คาวาบาตะ ยาซูนาริ (Kawabata Yasunari) อีกด้วย อย่าลืมแวะถ่ายรูปกันนะครับ

สำหรับใครที่มีเวลาไม่มากนัก วาฬแนะนำให้เลือกชมเฉพาะบางจุด โดยเฉพาะโซนที่ไม่ไกลเท่าไหร่ ยังไงก็สวยงามมากแล้วครับ ส่วนคนที่วางแผนมาแบบยืดหยุ่น ชิลล์ ๆ ภายในบริเวณน้ำตกจะมีร้านน้ำชา และ เรียวกัง เปิดให้บริการกระจายตัวอยู่หลายจุด อีกด้วยนะครับ ลองเลือกแวะพักได้ครับผม

พิกัด: https://goo.gl/maps/8NT1cxUHFTH2
การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย Izukyoko ลงที่สถานี Kawazu แล้วต่อรถบัส Tokai จากสถานี Kawazu มาลงที่ป้าย Mizutare แล้วเดินจากจุดน้ำตกแรกไปจนถึงจุดสุดท้ายใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
เว็บไซต์: https://www.nanadaru.com/

รถบัส Tokai สามารถซื้อ Pass ในการเดินทางมายังน้ำตกแห่งนี้ครับ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.tokaibus.jp/file.jsp?id=6239

Joren Falls, Izu

Joren Falls, Izu

น้ำตกโจเรน, อิซุ

จาก น้ำตกทั้ง 7 แห่งคะวะซุ วาฬพาขยับขึ้นมาทางตอนกลางของอิซุมากขึ้น เพื่อมาชม น้ำตกโจเรน น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในภูเขาอะมะหงิ (Amagi) ซึ่งมีความสูงถึง 25 เมตร และถูกจัดอันเป็นน้ำตกที่สวยที่สุด 1 ใน 100 ของญี่ปุ่นอีกด้วยครับ โดยเส้นทางน้ำ ของน้ำตกแห่งนี้ แต่เดิมเกิดจากการไหลของลาวาจากภูเขาไฟ ทำให้มีรูปลักษณ์ที่สวยงาม และแปลกตาไม่น้อยเลยครับ

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ขาดไม่ได้เลยคือ การเยี่ยมชม ระบบฟาร์มวาซาบิ ที่ปลูกโดยอาศัยน้ำจากน้ำตกโจเรนนั่นเอง ด้วยแร่ธาตุจากตะกอนภูเขาไฟในสายน้ำ ทำให้วาซาบิแห่งเมืองอิซุนั้น มีคุณภาพและรสชาติที่ดี จนมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นเลยทีเดียวครับ ใครที่ชื่นชอบวาซาบิ สามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ และของกินที่ทำจากวาซาบิ หลากหลายรูปแบบจากที่นี่ได้เลยครับผม (มีไอศกรีมวาซาบิ และน้ำวาซาบิผสมโซดาด้วย)

พิกัด: https://goo.gl/maps/z7u9UwJRtWv
การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย Izukyoko ลงที่สถานี Kawazu แล้วต่อรถบัส Tokai จากสถานี Kawazu มาลงที่ป้าย Jorennotaki
เวลา: 8.30 – 16.30
เว็บไซต์: http://eigo.j-taki.com/traffic.html

Joren Falls, Izu


Shuzenji Onsen

Shuzenji Onsen, Izu

ชูเซนจิ ออนเซ็น, อิซุ

หมู่บ้านออนเซ็นเล็ก ๆ บนภูเขา ที่ชื่อเสียงและความนิยมนั้น ไม่ได้เล็กตามขนาดเลยครับ เพราะถูกจัดอันดับเป็นแหล่งออนเซ็นที่ดีที่สุด 1 ใน 100 ของญี่ปุ่น ส่วนชื่อ ชูเซนจิ นั้นมาจาก ชื่อของวัด ชูเซนจิ (Shuzenji Temple) ซึ่งเป็นวัดพุทธ ฯ นิกายเซน ที่มีความเก่าแก่มาก โดยตัวอาคารต่าง ๆ ในปัจจุบันมีอายุกว่า 100 ปีแล้วทั้งสิ้น ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่วาฬแนะนำมาก ๆ ให้เข้าไปเยี่ยมชม หากมาเที่ยวที่ ชูเซนจิ ออนเซ็น ครับ

ในตัวหมูบ้านจะมี เรียวกังแบบออนเซ็น จำนวนมากเปิดให้บริการ แถมยังมี หลายระดับ ตั้งแต่ธรรมดาทั่ว ๆ ไปจนถึง หรูหราอย่างดี ให้เลือกเข้าพักกันตามสะดวกอีกด้วยครับ บรรยากาศโดยรวมให้อารมณ์ความเป็นชนบทที่ผสมกับความย้อนยุคนิด ๆ ได้อย่างลงตัว แถมมี ทางเดินป่าไผ่เล็ก ๆ คล้ายกับที่เกียวโตให้ด้วย สายออนเซ็นห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงคร้าบ

พิกัด: https://goo.gl/maps/EL8eRR1SZbR2
การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย Izukyoko ลงที่สถานี Kawazu แล้วต่อรถบัส Tokai จากสถานี Kawazu มาลงที่ป้าย Shuzenji Onsen
เว็บไซต์: http://www.shuzenji.info/english/

Shuzenji Onsen


Izunokuni Panorama Park

Izunokuni Panorama Park, Izunokuni

อิซุโนะคุนิ พาโนรามา พาร์ค, อิซุโนะคุนิ

มาถึงจุดชมวิวฟูจิ ประจำตอนที่ 2 กันบ้าง คราวนี้วาฬพามาที่ อิซุโนะคุนิ พาโนรามา พาร์ค ที่ต้องนั่งกระเช้าขึ้นมาบนเขาเช่นเคยครับ น่าเสียดายที่ ตอนวาฬมา มีหมอกลงหนาพอดีเลย ทำให้ไม่ได้เห็นอะไรมากเท่าที่ควร แต่ยังโชคดีที่ ทางสถานที่เขาก็ได้ให้รูปในวันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งกับวาฬมา สำหรับแชร์ให้ทุกคนได้ดูกันแทนนะครับ ซึ่งจะเห็นได้ว่า เป็นอีกจุดที่สามารถมองเห็น ภูเขาไฟฟูจิ และอ่าวซุรุงะ (Suruga) ได้อย่างสวยงามมาก ๆ เลย แถมยังมีบริการแช่เท้าในออนเซ็นไปพร้อม ๆ กับการชมวิวอีกด้วย ชิลล์ ไปอีกกก

นอกจากนี้ ด้านบนยังมี ศาลเจ้า และ จิโซ (Jizo) หรือ พระพุทธรูปหินขนาดเล็ก 100 องค์ ที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะขึ้นมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล และขอพรเรื่องโชคลาภ รวมถึงเนื้อคู่ กันอีกด้วยครับผม

พิกัด: https://goo.gl/maps/FnJk7w9kLop
การเดินทาง: จากสถานี Mishima นั่งสาย Izuhakone Tetsudo-Sunzu มาลงสถานี Izu-Nagaoka แล้วต่อรถบัสหน้าสถานีไปลงป้าย Izunokuni Shiyakusho
หรือ จากสถานี Shinjuku นั่งรถบัส Izu-Shinkuku Liner ประมาณ 2 ชั่วโมง 15 นาที
เวลา: 9.00 – 16.40
ค่าเข้า: 1,800 เยน (ค่าขึ้น Ropewayไปกลับ)
เว็บไซต์: http://www.panoramapark.co.jp/en/


Nirayama Reverberatory Furnace

Nirayama Reverberatory Furnace, Izunokuni

เตาหลอมนิรายามะ, อิซุโนะคุนิ

เตาหลอมนิรายามะ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยยูเนสโก (UNESCO) เนื่องจากเป็นเตาหลอมอาวุธสงครามในสมัยก่อน ที่ยังคงเหลืออยู่ และใช้ได้จริงในปัจจุบัน อีกทั้ง ยังเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของญี่ปุ่นในการแสดงถึง ความเป็นผู้นำด้านความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรม ในช่วงเวลานั้นอีกด้วย ใครที่สนใจข้อมูลเหล่านี้ สามารถเข้าไปศึกษาได้จากพิพิธภัณฑ์เตาหลอมนิรายามะ ที่อยู่ในบริเวณเดียวกันได้เลยครับผม

พิกัด: https://goo.gl/maps/5PAch2mUefo
การเดินทาง: ใช้รถไฟสาย Izuhakone ลงที่สถานี Izu Nagaoka แล้วเดินต่อประมาณ 30 นาที หรือขึ้นรถบัส Tokai รถบัสมาชั่วโมงละ 1 คัน
เวลา: 9.00 – 17.00
ค่าเข้า: 500 เยน
เว็บไซต์: https://www.guidoor.jp/th/spot/izunokuni/nirayama-reverberatory-furnace/

Nirayama Reverberatory Furnace


Sanyoso

Sanyoso, Izunokuni

ซันโยโซ, อิซุโนะคุนิ

ปิดท้ายตอนที่ 2 ด้วยที่พักในอิซุตอนกลาง กันบ้างครับ คราวนี้ วาฬขอพาทุกคนเปลี่ยนบรรยากาศจากโรงแรมทั่ว ๆ ไป มาเป็น เรียวกังสุดหรู อดีตบ้านพักของผู้ก่อตั้งบริษัทมิตซูบิชิ (Mitsubishi) ให้ได้ซึมซับกับ ความเป็นญี่ปุ่นแบบต้นตำหรับกันให้สุดไปเลย โดยเฉพาะ ใครที่อยากรู้ว่าเศรษฐีญี่ปุ่นเขากินอยู่กันอย่างไร ต้องมาลองพักที่นี่ครับ ด้วยการบริการที่ดีเยี่ยม บรรยากาศที่แสนสงบ บ่อออนเซ็นที่อยู่ระดับพรีเมียม รวมไปถึงการตกแต่งภายในที่เรียบง่าย ล้วนพาให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ในโลกแห่งความฝัน ที่ประทับจนแทบไม่อยากจะตื่นเลย

สำหรับราคาที่พัก ก็มีให้เลือกหลายเรทครับ ตั้งแต่ ระดับเริ่มต้นเพียง 7,000 บาท ขึ้นไป จนถึง หลายหมื่นบาท ก็แล้วแต่เรา โดยหากใครสนใจ วาฬแนะนำให้จองล่วงหน้านานหน่อยนะครับ ไม่เช่นนั้น นอกจากราคาที่สูงขึ้นแล้ว ก็อาจจะเต็มจนไม่มีห้องว่างเหลือเลยด้วยซ้ำไปครับผม

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ >> http://www.princehotels.com/sanyo-so/
พิกัด: https://goo.gl/maps/zUrmx1kPus72
การเดินทาง: จากสถานี Tokyo ขึ้นรถไฟชินคังเซ็นมาลงที่สถานี Mishima ใช้เวลา 45 นาที จากนั้นต่อรถไฟ Izuhakone Railway สาย Sunzu (ปลายทาง Shuzenji) ลงที่สถานี Izu-Nagaoka ใช้เวลา 20 นาที และต่อรถแท๊กซี่ 5 นาทีมายังเรียวกัง

Sanyoso


 

ตามอ่านตอนที่ 1 >> https://flyingwhale.me/guide-book/thingtodoinizu/

ตามอ่านตอนที่ 3 >> https://flyingwhale.me/guide-book/japan/thingstodoinizu3/