IZU: เที่ยวคาบสมุทรอิซุ (ตอนที่ 1: ฝั่งตะวันออก)

Izu Peninsula คาบสมุทรอิซุ

Izu-Peninsula, Japan (Part 1: Eastern)

คาบสมุทรอิซุ, ญี่ปุ่น (ตอนที่ 1: ฝั่งตะวันออก)

หลังจากซุ่มรวบรวมข้อมูลอยู่นานพอสมควร วันนี้วาฬกลับมาพร้อมกับรีวิวเซ็ตใหญ่ ที่จะพาทุกคนไปเจาะลึกกับ “คาบสมุทรอิซุ (Izu-Peninsula)” อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวอันซีนในญี่ปุ่น ที่หลายคนยังไม่รู้จัก และมองข้ามไป ทั้งที่ จริง ๆ แล้ว คาบสมุทรแห่งนี้ ตั้งอยู่ใกล้กับโตเกียวมาก ๆ แถมยังเดินทางสะดวกแบบสุด ๆ ด้วยรถไฟ โดยใช้เวลาเพียง 1 – 2 ชั่วโมงเท่านั้น (ขึ้นอยู่กับว่าจะไปเที่ยวเมืองอะไร) ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวโตเกียวอยู่ และเริ่มมองหาเส้นทางใหม่ ๆ หรือ อยากลองออกนอกเมืองดูบ้าง สามารถนำข้อมูลจากรีวิวนี้ไปปรับเพิ่มเติมได้เลยครับ วาฬรับรองว่าดี ไม่มีผิดหวังแน่นอนฮะ

คาบสมุทรอิซุ คือผืนแผ่นดินขนาดใหญ่ ที่ยื่นออกไปในมหาสมุทรแปซิฟิก อยู่ทางฝั่งตะวันตกของกรุงโตเกียว และเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดชิซูโอกะ (Shizuoka) จังหวัดที่ตั้งของภูเขาไฟฟูจิ ที่ทุกคนต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี ดังนั้น ที่นี่จึงเป็นอีกจุด ที่เราสามารถชมทิวทัศน์ของภูเขาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจน สวยงาม และแตกต่างไปจากมุมมองเดิม ๆ ที่คุ้นเคย นอกจากนี้ ยังมีชื่อเสียงในเรื่อง บ่อน้ำร้อนออนเซ็น (Onsen) เพื่อสุขภาพของผิวพรรณ และบรรดาแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติมากมาย ตลอดจน อาหารทะเลสด ๆ จากวัตถุดิบท้องถิ่นชั้นเลิศ อีกด้วย

เนื่องจาก คาบสมุทรอิซุ มีขนาดค่อนข้างใหญ่ และที่เที่ยวก็มีเยอะมาก วาฬจึงขอแบ่งรีวิว ออกเป็น 3 ตอนนะครับ โดยเราจะค่อย ๆ ไล่ไปทีละโซน เพื่อให้เข้าใจง่ายที่สุด และสำหรับ ตอนที่ 1 นี้ เริ่มต้นกันที่ ฝั่งตะวันออก ซึ่งอยู่ใกล้กับโตเกียวมากที่สุดก่อนเลย โดยโซนนี้ จะประกอบไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ในเขต ตำบลคันนามิ (Kannami), เมืองอาตามิ (Atami), เมืองอิโต (Ito) และตำบลฮิงาชิอิซุ (Higashiizu) ครับผม ส่วนรายละเอียดและรีวิวของสถานที่ต่าง ๆ ทั้งหมด สามารถตามอ่านจากใต้รูปได้เช่นเคยฮะ

ฝากกดแชร์เก็บไว้ได้เลยนะครับ เผื่อว่าหลังจากอ่านรีวิวนี้แล้ว คาบสมุทรอิซุ จะน่าสนใจมากขึ้น และกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ในแผนการท่องเที่ยวของทุกคนได้ และไม่เป็นเพียงแค่ ทางผ่านระหว่าง โตเกียว กับ นาโกย่า หรือ โอซาก้า อีกต่อไป


Jukkoku Pass

Jukkoku Pass, Kannami

จุดชมวิวจุคโคคุ, คันนามิ

ยอดเขา จุคโคคุ ตั้งอยู่ระหว่าง เมืองอาตามิ (Atami) และ ตำบลคันนามิ (Kannami) เป็นจุดชมวิวแบบ 360 องศา ที่สามารถมองเห็น ภูเขาไฟฟูจิ ได้อย่างสวยงาม และแตกต่างไปจากทุกที่ที่วาฬเคยไปมา ด้วยความสูงถึง 770 เมตร ทำให้ทิวทัศน์ที่ได้เห็นนั้น จะมีความเคลียร์มากเป็นพิเศษ โดยระหว่างภูเขาไฟฟูจิกับบริเวณที่เรายืน จะไม่มีอะไรมาบดบังให้เสียบรรยากาศได้เลยนั่นเองครับ

สำหรับการเดินทางไปยังจุดชมวิวด้านบน ก็จะต้องใช้บริการ เคเบิลคาร์ ที่มีดีไซน์แบบดั้งเดิม เพื่อยังคงกลิ่นอายของความคลาสสิกเอาไว้ ซึ่งเข้ากันได้ดีกับ บรรยากาศโดยรวมของสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ในจุดชมวิวแห่งนี้ ที่ไม่ได้เน้นความทันสมัยมากจนเกินไป ใครที่ชอบความวินเทจหน่อย ๆ จะต้องตกหลุมรักที่นี่อย่างแน่นอนครับผม

พิกัด: https://goo.gl/maps/uwEoymKS4az
การเดินทาง: จากสถานี JR Atami ให้ขึ้นรถบัส Izu-Hakone ที่ป้ายหมายเลข 2 ป้ายทาง Moto-Hakone แล้วลงที่ป้าย Jukkoku-Toge ประมาณ 40 นาที ค่ารถ 640 เยน
เวลา: 8.50 – 16.50 
ค่าเข้า: 600 เยน (ค่าขึ้นรถรางไปกลับ)
เว็บไซต์: http://www.izuhakone.co.jp/jukkokutoge-cablecar/info/en.html

Jukkoku Pass


Akao Herb and Rose Garden

Akao Herb and Rose Garden, Atami

สวนดอกไม้และสมุนไพรอะคะโอะ, อาตามิ

สวนอะคะโอะ ตั้งอยู่บนเนินเขาริมทะเล ที่สามารถมองเห็นวิวของอ่าวซางามิ (Sagami Bay) ได้อย่างสวยงาม ภายในจัดแสดงดอกไม้หลากหลายชนิด หมุนเวียนกันไปตามแต่ละฤดูกาล เช่น ซากุระ ในช่วงปลายกุมภาพันธ์ – ต้นมีนาคม, ทิวลิป (Tulip) ในเดือนเมษายน และ กุหลาบ ในเดือนพฤษภาคม เป็นต้น การเที่ยวชมนั้น จะเริ่มจากด้านบนสุด ซึ่งมีคาเฟ่บรรยากาศดี เปิดอยู่ท่ามกลางสวนญี่ปุ่น คอยให้บริการด้วยนั่นเอง แล้วจึงจะค่อย ๆ เดินชมสวนดอกไม้สายพันธุ์ต่าง ๆ ไล่ลงมาเรื่อย ๆ ตามเส้นทาง

หากใครที่มาเที่ยว ตรงกับช่วงเทศกาลต่าง ๆ ก็จะได้พบกับการแสดงดนตรีสดในสวนอีกด้วยครับ ได้บรรยากาศที่ชิลล์ไปอีกแบบ นอกจากนี้ ตรงบริเวณทางออก ยังมีร้านขายของที่ระลึก ซึ่งจะเน้นไปที่ ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากดอกไม้ หรือ ของใช้ลวดลายดอกไม้ ให้ได้เลือกซื้อกันก่อนกลับอีกด้วยครับผม

พิกัด: https://goo.gl/maps/9M2Sy7kpgDu
การเดินทาง: จากสถานี JR Atami ขึ้นรถบัส Tokai Bus ปลายทาง Ajiro -asahicho แล้วลงที่ป้าย Akao Herb & Rose Garden ประมาณ 14 นาที
เว็บไซต์รอบรถบัส: http://www.tokaibus.jp.e.aeo.hp.transer.com/page.jsp?id=6173
เวลา: 9:00-16:00
ค่าเข้า: 1,000 เยน
เว็บไซต์: http://www.garden-akao.com/access/index.html
หรือ
http://www.i-akao.com/garden/

Akao Herb and Rose Garden

Akao Herb and Rose Garden


Onsen Manju

Onsen Manju, Atami

ออนเซ็นมันจู, อาตามิ

มันจู คือ ขนมญี่ปุ่น ก้อนกลม ๆ คล้ายกับซาลาเปา ด้านนอกเป็นแป้งนุ่ม ๆ ส่วนด้านในจะเป็นไส้หวาน รสชาติต่าง ๆ แต่สำหรับเมืองอาตามินั้น มันจูของเขามีความพิเศษมากไปกว่านั้นครับ นั่นก็ด้วย กรรมวิธีในการนึ่ง ที่ใช้ความร้อนของไอน้ำจากออนเซ็นอันเลื่องชื่อมาทำให้แป้งสุก ซึ่งเป็นวิธีการที่สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่ในอดีต และเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครจริง ๆ ทุกวันนี้ “ออนเซ็นมันจู” คือของฝากยอดนิยมของเมืองอาตามิไปแล้ว ใครที่มาเยือนแถบคาบสมุทรอิซุ (Izu) ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งเลยครับผม

Onsen Manju


Atami Ropeway

Atami Ropeway, Atami

กระเช้าจุดชมวิวอาตามิ, อาตามิ

เป็นอีกหนึ่งสถานที่ห้ามพลาด สำหรับทุกคนที่มาเที่ยวเมืองอาตามิ (Atami) เลยก็ว่าได้ครับ เพราะ จุดชมวิวแห่งนี้ คือ มุมที่ดีที่สุด ที่จะเห็นทัศนียภาพของ เมืองอาตามิ และ อ่าวซางามิ (Sagami Bay) ในระยะที่สวยงามและโรแมนติกมากที่สุดนั่นเอง โดยวาฬแนะนำให้มาช่วงคาบเกี่ยวระหว่าง ก่อน และ หลัง พระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งเราจะได้สีของภาพที่เพอร์เฟกต์ และมีความหลากหลายไปในตัว คุ้มค่าแก่การมาเที่ยวชมมาก ๆ เลยครับ

พิกัด: https://goo.gl/maps/ttrteBcoV8q
การเดินทาง: จากสถานี Atami ขึ้นรถบัส Tokai ปลายทาง Atami Port แล้วเดินต่ออีกประมาณ 5 นาที
เวลา: 9.30 – 17.30
ค่าเข้า: 600 เยน
เว้บไซต์: http://www.fuji-travel-guide.com/news-item/atami-ropeway/

Atami Ropeway

Atami Ropeway


Sweet House Wakaba, Ito

สวีทเฮาส์ วะคะบะ, อิโต

ร้านขนมหวานชื่อดัง และเก่าแก่ประจำเมืองอิโต (Ito) ที่ไม่มีใครใน จังหวัดชิซูโอกะ (Shizuoka) ไม่รู้จัก ตัวร้านตกแต่งสไตล์วินเทจ แบบฝั่งตะวันตก เมื่อเข้าไปภายใน จึงได้พบกับบรรยากาศที่มีความย้อนยุคเบา ๆ เมนูของทางร้าน เน้นไปที่ เซ็ตของซอฟต์ครีมรสชาติต่าง ๆ กินคู่กับ เครื่องเคียงหลากหลายชนิด เช่น ผลไม้ เครป แพนเค้ก หรือ พุดดิ้ง เป็นต้น ซึ่งวาฬบอกได้คำเดียวว่าอร่อยมาก มีกี่คะแนนก็ให้เต็มหมด เป็นอีกร้านที่ยังไงก็ต้องไปลองกันให้ได้ครับผม

พิกัด: https://goo.gl/maps/eUTqYxu2JgG2
การเดินทาง: จากสถานี JR Atami นั่งสาย Ito มาลงสถานี Ito แล้วเดินต่อประมาณ 10 นาที 
เวลา: 9.00 – 22.00 ปิดวันจันทร์
เว็บไซต์: http://izufull.com/wakaba/

Sweet House Wakaba, Ito

Sweet House Wakaba, Ito


Komuroyama Lift, Ito

Komuroyama Lift, Ito

โคะมุโระยามะ ลิฟต์, อิโต

เป็นกระเช้าลอยฟ้าระยะสั้น (เพียง 3 นาที) พาขึ้นไปชมวิวด้านบนของ ยอดเขาโคะมุโระยามะ (สูง 321 เมตรจากระดับน้ำทะเล) จากจุดนี้ เราสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้แบบ 360 องศา ซึ่งมีไฮไลท์ที่สวยงามมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ฝั่งอ่าวซางามิ (Sagami Bay) หรือ ฝั่งทิวเขาอะมะหงิ (Amagi) ที่ทอดตัวอยู่ในบริเวณตอนกลางของคาบสมุทรอิซุ (Izu) นอกจากนี้ ตรงบริเวณสถานีกระเข้าขาขึ้น ยังมีร้านอาหารพื้นเมือง เปิดให้บริการอีกด้วยนะครับ วาฬขอแนะนำ เมนู “ข้าวหน้ากุ้งซากุระ” รสชาติจะออกเค็มนิด ๆ กินคู่กับซอสของทางร้านจะช่วยเพิ่มความกลมกล่อมได้ดีเลยครับผม

พิกัด: https://goo.gl/maps/Z5C5zTncDKA2
การเดินทาง: จากสถานี JR Atami นั่งสาย Ito มาลงสถานี Ito แล้วนั่งรถบัส Tokai ลงป้าย Komuroyama Lift
เวลา: 9.30 – 16.30
ค่าเข้า: 400 เยน
เว็บไซต์: http://www.fuji-travel-guide.com/news-item/komuro-yama-kankou-lift/
หรือ
https://www.tokaibus.jp/page.jsp?id=1734

Komuroyama Lift, Ito

เมนู “ข้าวหน้ากุ้งซากุระ” อาหารพื้นเมืองของอิโต มีให้ชิมที่ โคะมุโระยามะ ลิฟต์ ครับผม

Jogasaki Coast, Ito

Jogasaki Coast, Ito

ชายฝั่งโจงะซะกิ, อิโต 

แนวชายฝั่งโจงะซะกิ เป็นภูมิประเทศที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟโอะมุโระ (Omuro) ในอดีต (กว่า 4,000 ปีแล้ว) ปัจจุบัน เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่สวยงามมาก ๆ และ มีความยาวสูงสุด ถึง 9 กิโลเมตร เหมาะสำหรับ คนที่ชอบแอดเวนเจอร์ และเดินป่าแบบจริงจัง ส่วนไฮไลท์สำคัญที่ทำให้บริเวณนี้ มีชื่อเสียงมากที่สุดก็คือ สะพานแขวน “คาโดวากิซากิ” (Kadowakizaki) ที่มีความสูงถึง 48 เมตร ใช้เชื่อมระหว่าง แนวชายฝั่งที่ยื่นออกไปในทะเล ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอิน และถ่ายรูปยอดนิยมที่ห้ามพลาดอย่างเด็ดขาดเลยครับ

พิกัด: https://goo.gl/maps/TgJsLs5LbNp
การเดินทาง: นั่งรถไฟมาลงสถานี Izu Kogen แล้วต่อรถบัสไป Kaiyo Koen โดยลงที่ป้าย Izu Kaiyo Koen (10 นาที รถบัสออกชั่วโมงละ 1 รอบ)
เว็บไซต์: https://www.japan-guide.com/e/e6308.html หรือ http://itospa.com/nature_park/np_zyogasaki/

Jogasaki Coast, Ito

Jogasaki Coast, Ito


IZU Teddy Bear Museum, Ito

IZU Teddy Bear Museum, Ito

พิพิธภัณฑ์เท็ดดี้แบร์ อิซุ, อิโต

เท็ดดี้แบร์ คือ ตุ๊กตา หรือ ของเล่นรูปหมี เป็นของขวัญยอดนิยมของผู้คนทั่วโลก สำหรับการแสดงออกซึ่งความรัก หรือ ความยินดี ที่ยังแฝงนัยยะเรื่อง ความอดทน และความเข้มแข็ง ส่งต่อไปยังผู้รับของขวัญอีกด้วย วาฬเชื่อว่า ทุกคนต้องเคยมีโมเมนต์ที่อินกับเจ้าเท็ดดี้แบร์กันอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย ดังนั้นที่พิพิธภัณฑ์เท็ดดี้แบร์ อิซุ แห่งนี้ จึงน่าจะตอบโจทย์ และช่วยเติมเต็มความทรงจำดี ๆ ให้กับใครหลากคนได้อย่างแน่นอนครับ

นอกจากเรื่องราวของเท็ดดี้แบร์แล้ว ในบริเวณชั้น 2 ของพิพิธภัณฑ์ ยังมีนิทรรศการพิเศษ ที่แวะเวียน ผลัดกันมาจัดแสดง ในแต่ละช่วงเวลาอีกด้วยครับ โดย ณ ตอนนี้ เป็นคิวของ อะนิเมะยอดนิยมอย่าง “My Neighbor Totoro” Stuffed Doll Exhibit โดยมีการนำเอาฉากต่าง ๆ ในภาพยนตร์ ตลอดจน ตัวละครชื่อดัง มาจัดแสดงให้เราได้ชม และถ่ายรูปกันแบบจุใจ ซึ่งทำออกมาได้น่ารักมาก ๆ ด้วย ใครที่เป็นแฟนของโทโทโระ และสตูดิโอจิบลิ (Ghibli) อยู่แล้ว ต้องห้ามพลาดจริง ๆ ครับ

พิกัด: https://goo.gl/maps/25dr9J5CK842
การเดินทาง: จากสถานี JR Atami นั่งสาย Ito มาลงสถานี Ito แล้วเปลี่ยนสายเป็น Izu Kyuko มาลงสถานี Izu Koen และเดินต่อมาประมาณ 10 นาที
เวลา: 9.30 – 16.30
ค่าเข้า: 1,080 เยน
เว็บไซต์: http://www.teddynet.co.jp/izu/info/ (ภาษาญี่ปุ่น)
IZU Teddy Bear Museum, Ito

คาเฟ่ และร้านอาหาร แถว ๆ พิพิธภัณฑ์เท็ดดี้แบร์ คือ น่ารักทั้งนั้น ลองแวะไปลองกันได้นะครับ
Rose Terrace, Ito – ร้าน “Rose Terrace” เป็นทั้งคาเฟ่และร้านขายของที่ระลึก, อิโต

GRAND ILLUMINATION at Izu Granpal Park, Ito

งานประดับไฟยามค่ำคืนที่สวนอิซุ แกรนพาล, อิโต

อีกหนึ่งงานประดับไฟสุดยิ่งใหญ่ ที่เคยคว้ารางวัล งานประดับไฟยามค่ำคืนที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นมาแล้ว (ปี 2016-2017) จุดเด่นของที่นี่ คือ ขนาดพื้นที่อันกว้างขวาง และโซนต่าง ๆ ที่แบ่งการนำเสนอออกเป็นหลากหลายธีม ไม่ว่าจะเป็น อุโมงค์ไฟ, สวนดอกไม้, สวนเค้ก และส่วนการจัดแสดงแสง สี เสียง นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมแอดเวนเจอร์สำหรับคนที่ชอบความหวาดเสียว อย่างการโหนสลิง (Zip line) ข้ามผ่านงานจัดแสดงไฟด้านล่าง อีกด้วยครับ มุมมองจากบนสลิง เราจะเห็นเหมือนเป็นผืนทะเลประดับไฟ ที่ทำให้ ดูยิ่งใหญ่ อลังการ มากขึ้นไปอีกเลยทีเดียวครับ

พิกัด: https://goo.gl/maps/UrERQ1MmLKq
การเดินทาง: จากสถานี JR Atami นั่งสาย Ito มาลงสถานี Ito แล้วเปลี่ยนสายเป็น Izu Kyuko มาลงสถานี Izu Koen แล้วต่อรถบัส Tokai มาลงป้าย Izu Granpal Amusement Park ประมาณ 20 นาที 
เว็บไซต์ตารางรอบรถ: https://granillumi.com/wp-content/uploads/2018/10/bus_1810.jpg (ดาวอันที่ 2)
เวลา: 16.30 – 21.30
ค่าเข้า: 1,500 เยน
เว็บไซต์: https://granillumi.com/en/
ระยะเวลาจัดงาน: วันนี้ – 31 สิงหาคม 2019


Oyukake Benzaiten Statue, Higashiizu

เทวรูปเจ้าแม่เบ็นไซเต็ง, ฮิงาชิอิซุ 

เจ้าแม่เบ็นไซเต็ง ปรากฏอยู่ในความเชื่อทางพระพุทธศาสนาแบบญี่ปุ่น ถือเป็นหนึ่งในเทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้ง 7 (Shichi Fukujin) ซึ่งนับถือกันเป็นอย่างมาก และยังเป็นเทพีแห่ง ความงาม ศิลปะ และ ดนตรี อีกด้วย (จะเห็นได้ว่าเทวรูปของพระองค์นั้น กำลังเล่นเครื่องสายของญี่ปุ่นอยู่เสมอ) เชื่อกันว่า พระองค์จะดลบันดาลให้เกิดแสงสว่างแห่งปัญญา และโชคลาภ แก่ผู้คนที่บูชา และศรัทธาในพระองค์ นั่นเองครับ

สำหรับเทวรูปเจ้าแม่เบ็นไซเต็งของที่นี่นั้น มีความสำคัญในฐานะเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้านในละแวกนี้ และเชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก โดยวิธีการสักการะก็คือ ให้นำเหรียญ 5 เยน ไปผ่านน้ำร้อน จากบ่อน้ำร้อนข้าง ๆ เทวรูป ก่อนที่จะโยนเข้ากล่อง และข้อพรได้ตามปกติครับผม

พิกัด: https://goo.gl/maps/KFNJL3skrQ52\
การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย Izukyoko ปลายทาง Shimoda ลงที่สถานี Izu-Atagawa แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาที
เว็บไซต์: https://www.guidoor.jp/th/place/higashiizu/oyukake-benten/

การล้างเหรียญ 5 เยน ก่อนที่จะโยน เพื่อขอพรกับเจ้าแม่เบ็นไซเต็งครับ

Tokuzomaru restaurant

Tokuzomaru restaurant, Higashiizu

ภัตตาคาร โทะคุโซมารุ, ฮิงาชิอิซุ

ปิดท้าย อิซุ (Izu) โซนฝั่งตะวันออกกันที่ ภัตตาคาร โทะคุโซมารุ ร้านอาหารชื่อดัง ประจำตำบลฮิงาชิอิซุ (Higashiizu) ที่วาฬต้องยอมรับเลยว่า อร่อยเด็ดจริง ๆ ครับ โดยไฮไลท์ของที่นี่ก็คือ เมนูที่ทำจากวัตถุดิบหายาก จากทะเลในแถบนี้ อย่าง ปลาคินเมะได (Kinmedai) หรือ กระพงแดงตาโต นั่นเอง ใครที่ชื่นชอบอาหารทะเลสด ๆ ต้องไปลองให้ได้เลยครับ 

พิกัด: https://goo.gl/maps/4LdvMDFyZs72
การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย Izukyoko ปลายทาง Izukyo-Shimoda ลงที่สถานี Izu-Inatori เดินต่อประมาณ 700 เมตร
เวลา: 10.00 – 17.45 (ปิดวันพฤหัสบดี)
เว็บไซต์: http://1930.co.jp/ (ภาษาญี่ปุ่น)

Tokuzomaru restaurant

Tokuzomaru restaurant


Yokikan Ryokan, Ito

โยคิคัง เรียวกัง, อิโต

สำหรับที่พักในอิซุ (Izu) โซนตะวันออก ที่แรก วาฬขอแนะนำ โยคิคัง เรียวกัง โรงแรมสไตล์ญี่ปุ่นที่เปิดให้บริการมายาวนาน กว่า 100 ปีแล้ว ล่าสุดยังได้รับการจัดอันดับว่าเป็น เรียวกัง ที่ดีที่สุดจากเว็บไซต์ บุ๊คกิ้งดอทคอม (Booking.com) และ อโกด้า (Agoda) อีกด้วย ไฮไลท์ของที่นี่ คือ ออนเซ็นกลางแจ้ง ที่สามารถแช่น้ำร้อนไปพลาง ๆ พร้อมกับ ชมวิวเมืองอิโต (Ito) ไปด้วย ได้อย่างชัดเจน และสวยงามมาก ๆ อีกทั้ง น้ำร้อนของที่นี่ยังเต็มไปด้วยแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อการบำรุงผิวพรรณ ถูกใจคนรัก ความสวยความงาม และสุขภาพแน่นอนครับ

หากใครไม่ถนัดลงแช่บ่อรวม ก็ไม่เป็นไรนะครับ เพราะภายในห้องพัก จะมีออนเซ็น บ่อเล็ก ๆ ไว้ให้บริการด้วยนั่นเอง สำหรับ พนักงานของที่นี่ ก็ดีงามมาก ๆ เลย มีคนที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ และคอยให้ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวกับแขกที่มาพักด้วยความเอาใจใส่ โดยเราสามารถใช้บริการของโรงแรม ให้ช่วยติดต่อสถานที่ท่องเที่ยว หรือ ขอใช้รถเพื่อกลับไปส่งที่สถานีรถไฟอิโต ก็ได้เช่นกันครับผม

พิกัด: https://goo.gl/maps/zonWD7oSKP52

การเดินทาง: จากสถานี JR Atami นั่งสาย Ito มาลงสถานี Ito นั่งรถแท็กซี่ต่อไปยังโรงแรม โดยเราสามารถเอาใบเสร็จไปแจ้งที่โรงแรมได้เพราะถือเป็นหนึ่งการบริการของโรงแรม 

เว็บไซต์: http://www.yokikan.co.jp/en/


Le Nessa Akazawa, Ito

เลอเนสซ่า อะคะซะวะ, อิโต

เลอเนสซ่า อะคะซะวะ คือ อีกหนึ่งที่โรงแรมที่วาฬอยากแนะนำครับ คราวนี้เป็นสไตล์กึ่งบ้านพัก เหมาะสำหรับการมาเที่ยวกันทั้งครอบครัว หรือ กลุ่มเพื่อนหลาย ๆ คน ไฮไลท์คือ ทางโรงแรมเขามีบริเวณให้เราทำ BBQ กินกันเองได้ด้วย (ซื้อของสดเข้ามาได้เลยครับ) ส่วนใครที่ชอบแช่ออนเซ็น ที่นี่ก็มีให้บริการเช่นกันครับผม

พิกัด: https://goo.gl/maps/WK1HmENbuCs

การเดินทาง: จากสถานี JR Atami นั่งสาย Ito มาลงสถานี Ito แล้วเปลี่ยนสายเป็น Izu Kyuko มาลงสถานี Izu Koen แล้วใช้ Shuttle Bus ของโรงแรม โดยสามารถแจ้งให้ทางโรงแรมทราบถึงเวลาที่เรามาถึง

เว็บไซต์: https://www.le-nessa.com/akazawa/

 

ตอนที่ 2 >> https://flyingwhale.me/guide-book/japan/thingtodoinizu2/

ตอนที่ 3 >> https://flyingwhale.me/guide-book/japan/thingstodoinizu3/