Saga: พาขับรถเที่ยวซากะ EP 4

Saga, 4 Days 3 Nights (EP 4: Saga, Kanzaki, Tosu)

ซากะ, 4 วัน 3 คืน (ตอนที่ 4: ซากะ, คันซากิ, โทสุ)

ตอนที่ 4: วันสุดท้ายสำหรับทริปเช่ารถขับ ซากะ 4 วัน 3 คืน วาฬขอพาทุกคนเที่ยวแบบชิลล์ๆ ในตัวเมืองซากะ (Saga) และเมืองคันซากิ (Kanzaki) กันบ้างครับ เมืองซากะ เป็นเมืองเอกของจังหวัดซากะ (ชื่อเดียวกับจังหวัดเลย) จึงเป็นศูนย์รวมความเจริญของจังหวัดทั้งหมด ส่วนเมืองคันซากินั้น เป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่ติดกับเมืองซากะไปทางตะวันออก จุดเด่นคือ ทั้ง 2 เมืองมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในเชิงประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมดั้งเดิมมากมาย ตลอดจน ของกินขึ้นชื่อประจำท้องถิ่นอย่างเนื้อวัวซากะ ก็เป็นอีกสิ่งที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบกันมากๆ ครับ ในวันสุดท้ายนี้รับรองได้ว่าเก็บครบอย่างแน่นอนฮะ

จากนั้น เราจะขับรถไปเที่ยวต่อที่เมืองโทสุ (Tosu) ทางทิศตะวันออกของจังหวัด ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองซากะและคันซากิเลยครับ ใช้เวลาเดินทาง (ประมาณ) 30 นาที ที่นี่วาฬจะชวนทุกคนมาเก็บสตรอเบอร์รี่สดๆ ลูกโตๆ กินกันแบบไม่อั้น เสร็จแล้ว เราจะไปปิดท้ายทริป ด้วยการช้อปปิ้งกันให้หนำใจที่ เอาต์เล็ตส์ ชื่อดังประจำจังหวัดซากะ (ถ้ารถไม่ติด ใช้เวลาเดินทางจากสวนสตรอเบอร์รี่ เพียงไม่เกิน 15 นาที) พร้อมคำแนะนำเกี่ยวกับ ส่วนลดพิเศษ ที่ทุกคนต้องห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงครับผม

สำหรับที่เที่ยวในวันสุดท้าย (วันที่ 4) มี 6 ที่หลัก ดังต่อไปนี้ครับ

1. ปราสาทซากะ (Saga castle) – เมืองซากะ

2. ร้านซากะ เรโทร คัง (Saga Retro Kan) – เมืองซากะ

3. สถาบันชา ฮิเซน สึเซน (Hizen Tsusen Center) – เมืองซากะ

4. สวนประวัติศาสตร์โยชิโนะการิ (Yoshinogari Historical Park) – เมืองคันซากิ

5. สวนสตรอเบอร์รี่โทสุ (Tosu Berry Forest) – เมืองโทสุ

6. โทสุ พรีเมียม เอาต์เล็ตส์ (Tosu Premium Outlets) – เมืองโทสุ

โพสต์นี้เป็น โพสต์สุดท้ายของทริป ซากะ 4 วัน 3 คืนแล้วนะครับ ขอบคุณทุกมากๆ ที่ติดตามวาฬมาตลอด รายละเอียดของสถานที่ท่องเที่ยว ราคาค่าเข้า เวลาเปิด-ปิด ตลอดจน พิกัดในกูเกิ้ลแมพ ติดตามได้ในรูปภาพเช่นเคยครับ หากใครมี ข้อสงสัยจะสอบถาม หรือ มีข้อมูลอยากมาแลกเปลี่ยน พูดคุยกับวาฬ สามารถ อินบ็อกซ์ หรือ คอมเมนต์ใต้โพสต์ได้เลยนะคร้าบ

ป.ล. วันนี้เราเดินทางแบบชิลล์ๆ นะครับ เมืองต่างๆ ในแพลน อยู่ไม่ไกลจากกันเลย ถ้าไปเที่ยวตามแบบวาฬ ทุกคนสามารถใช้เวลากับแต่ละสถานที่ได้เยอะตามอัธยาศัยเลยฮะ


1.ปราสาทซากะ (Saga castle)

แม้ว่าปราสาทซากะ จะไม่ได้มีโครงสร้างที่ดูยิ่งใหญ่อลังการเทียบเท่า ปราสาทอื่นๆในภูมิภาคคิวชู แต่ก็มีความพิเศษเฉพาะตัวที่ควรค่าแก่การมาเที่ยวชมมากๆ นั่นก็คือ การที่ตัวปราสาททำจากไม้ทั้งหลัง และ ยังถือเป็นหนึ่งในปราสาทไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย ในอดีตเป็นที่พำนักของไดเมียวแห่งตระกูลนาเบะชิมะ (Nabeshima-shi) ผู้ปกครองดินแดนซากะ สร้างขึ้นตั้งแต่ ช่วงปลายสมัยเอโดะ (Edo) (ราวปี ค.ศ. 1602-1611) จึงเป็นแหล่งรวบรวมและต่อยอดวิทยาการสมัยใหม่ที่สำคัญในยุคนั้น (เพราะเมืองซากะ เป็นทางผ่านระหว่าง เมืองท่านะงะซะกิ กับ กรุงเอโดะ หรือ โตเกียวในปัจจุบัน ทำให้มีชาวตะวันตกแวะเวียนผ่านมาเป็นจำนวนมาก) ไม่ว่าจะเป็น เครื่องจักรไอน้ำ, ปืนใหญ่ หรือ การยอมรับนวัตกรรมการฉีดยา จากชาติตะวันตก นั่นเอง โดยที่เห็นในปัจจุบัน เป็นปราสาทซากะที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ (ค.ศ. 2004) แทนของเดิมที่ถูกทำลายลงนะครับ 

รูปปั้นไดเมียวแห่งตระกูลนาเบะชิมะ บริเวณทางเข้าปราสาท

อีกหนึ่งความไม่เหมือนใครที่น่าทึ่งของปราสาทซากะ ก็คือ การออกแบบปราสาทให้มีเพียงชั้นเดียว (แตกต่างจากปราสาทของ ไดเมียวและโชกุน ในเมืองอื่นๆ ที่มักจะสูงใหญ่ ซึ่งภายในมีหลายชั้น) โดยมีแนวคิดหลัก เพื่อสะท้อนว่าผู้ปกครองไม่ปรารถนาที่จะแสดงอำนาจอยู่เหนือประชาชนของเขา แต่ต้องการให้เกิดความร่วมมือที่จะก้าวไปพร้อมๆ กัน ของคนทุกระดับชั้นในสังคม ผ่านสถาปัตยกรรมที่เข้าถึงได้ง่ายเช่นนี้

ทางเดินภายในปราสาท ออกแบบให้ดูคล้าย ลำธาร และ มีสะพานข้าม โดยเชื่อกันว่า เป็นการถือเคล็ด เรื่อง นํ้าชนะไฟ
จะสามารถป้องกันอัคคีภัยได้ เพราะในสมัยก่อนมักเกิดเพลิงไหม้บ่อยครั้ง

ใครอยากรู้รายละเอียดแบบครบถ้วน วาฬแนะนำให้ขอหูฟัง Audio Guide (ภาษาอังกฤษ) ก่อนเข้าชม ภายในอาคารที่จัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ ก็จะทำให้รู้สึกอินและสนุกกับสถานที่มากขึ้นไปอีกครับ สำหรับ รอบนอกของปราสาทนั้น ยังมีซากุระปลูกไว้อีกกว่า 400 ต้น ใครที่มาเที่ยวช่วงฤดูใบไม้ผลิ พอดี จะยิ่งคุ้มค่ามากๆเลยครับผม

เวลา: 9.30 – 18.00
พิกัด: https://goo.gl/maps/Qr3dEzopMF32

2.ร้านซากะ เรโทร คัง (Saga Retro Kan)

ตัวร้านอยู่บนชั้น 2 ของอาคารโรงพักเก่า ที่มีอายุกว่า 100 ปี เมนูทีเด็ดของทางร้าน คือ อาหารประจำท้องถิ่นของ จังหวัดซากะ อย่าง “ชิชิเรียน ไรซ์” (ราคา 1,300 เยน) เมนูข้าวหน้าเนื้อซากะแล่บางกำลังดี โดยตัวเนื้อนั้นผัดมากับซอสสูตรเฉพาะของทางร้าน รสชาติกลมกล่อมสุดๆ แถมท็อปด้วย ไข่ดาว ซอสมายองเนส และ ผักสดพื้นเมือง กินด้วยกันทั้งหมดแล้ว ดีงามไปอีกคร้าบ

ป.ล. ก่อนกลับ อย่าลืมแวะเลือกซื้อ อาหารท้องถิ่น อื่นๆ ทั้งคาวและหวาน ที่มีวางขายอยู่ที่ชั้น 1 ด้วยนะครับผม

เวลา: 11.30 – 15.00 / 17.30 – 22.00
ราคาชิชิเรียน ไรซ์: 1,300 เยน
พิกัด: https://goo.gl/maps/T5776Uyosux

3.สถาบันชา ฮิเซน สึเซน (Hizen Tsusen Center) 

เพื่อเรียนรู้และได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของการชงชา เซนฉะ (Sencha: ชงโดยให้น้ำร้อนผ่านใบชา) แบบต้นตำหรับตามธรรมเนียมดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่นอย่างแท้จริง วาฬเลยพาทุกคนมากันที่สถาบันชา ฮิเซน สึเซน (Hizen Tsusen Center) ในตัวเมืองซากะ ซึ่งสืบทอดมากจาก หลวงพ่อ ไบซะโอะ (Baisao) ผู้บุกเบิกวิธีการชงชาที่เข้าถึงทุกชนชั้น จนได้รับการขนานนามว่า บิดาแห่งวิถีเซนฉะ (The Father of The Way of Sencha)

ประเพณีการชงชาของญี่ปุ่น ไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่คิด ที่ สถาบันชา ฮิเซน สึเซน เราจะได้เข้าใจถึงความละเมียดละไมในทุกขั้นตอนของศิลปะการชงและดื่มชาเซนฉะ อย่างมีที่มาที่ไป โดยเริ่มจาก 1.นำใบชาใส่กา 2.เติมน้ำร้อนใส่ถ้วยชาของตัวเอง เพื่อตวงปริมาตร 3.เทน้ำร้อนจากถ้วยชา ไปยังถ้วยกลาง เพื่อเทใส่กาน้ำชาอีกที (เพราะเทจาก ถ้วยชาจะทำให้น้ำร้อนหกได้ครับ) 4.รินชาใส่ถ้วยของเรา และดื่มได้เลย 5.ชิมขนมท้องถิ่นของเมืองซะงะแกมกันไปกับชาร้อนๆ จากนั้น ก็กลับไปเริ่มข้อ 1-5 ได้อีก ประมาณ 2 ครั้งครับผม (ถ้ามากกว่านั้น ชาจะเริ่มจืดแล้ว)

ตบท้ายด้วยการ นำกากใบชาที่เหลือ เทออกจากกา ใส่ถ้วยแยก แล้วเติมน้ำซุปดาชิ ผสมเข้าไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วกินไปด้วยกันได้เลย ทั้งกากใบชาและน้ำซุป ซึ่งจะให้รสชาติเหมือนเป็น ซุปใบชาหอมๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากๆ

การเข้าถึงวัฒนธรรม ก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์แห่งการท่องเที่ยวญี่ปุ่น วาฬเลยอยากแนะนำทุกคนที่ได้มีโอกาสมาเที่ยวแถบคิวชู ให้ได้แวะมาสัมผัสกับกลิ่นอายของความเป็นพื้นบ้าน และความพิถีพิถันของภูมิปัญญาที่สืบต่อกันมา อันแสนดีงามนี้ กันที่สถาบันชา ฮิเซน สึเซน แห่งเมืองซากะกันครับ

วาฬเคยทำข้อมูลของ ฮิเซน สึเซนไว้แล้ว ใครสนใจ สามารถตามไปอ่านรีวิวเต็มๆได้ที่นี่เลยครับ 
https://web.facebook.com/flyingwhalemag/videos/1898566140154428/

ถนนเดินเล่นบริเวณใกล้ ๆ กับ ฮิเซน สึเซน มีทั้งร้านของที่ระลึก และ ร้านเช่าชุดโบราณ เผื่อใครที่สนใจจะแต่งตัวให้เข้าธีมมากยิ่งขึ้น
เวลา: 9.00 -17.00
ราคา: 510 เยน ต่อ 1 เซ็ต
พิกัด: https://goo.gl/maps/F34vsoRwaeE2

4.สวนประวัติศาสตร์โยชิโนะการิ (Yoshinogari Historical Park)

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์กลางแจ้งแห่งนี้ เป็นแหล่งขุดค้นพบสิ่งปลูกสร้างและเครื่องใช้ของมนุษย์ใน ยุคยะโยะอิ (Yayoi) หรือ ชนชาติญี่ปุ่นยุคโบราณ ตั้งแต่สมัยการก่อตัวของอารยธรรม และเกิดหมู่บ้านเป็นครั้งแรก (อายุกว่า 2,000 ปี) ซึ่งส่วนใหญ่ พบได้ในเกาะคิวชูเป็นหลัก ในปัจจุบัน จึงได้จำลองวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในยุคนั้นขึ้นมา โดยอ้างอิงจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ทำให้มีความใกล้เคียงกับสภาพจริงมากที่สุด 

ภายในพื้นที่อันกว้างขวางของส่วนจัดแสดง ได้แบ่งออกเป็นโซนต่างๆ เช่น ที่อยู่อาศัยของสามัญชน, บ้านโบราณของชนชั้นปกครอง, ตลาด หรือ ศูนย์กลางการค้า และ ศาสนสถาน ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีลานกิจกรรมสำหรับเด็กเล็ก รวมถึง โปรแกรมเรียนรู้การใช้ชีวิตในโยชิโนะการิอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การทดลองทำสร้อยลูกปัด, การซ้อมรำพื้นเมือง, การทดลองเล่นเครื่องดนตรี หรือ การทดลองทำเงินชั่งแบบสมัยโบราณ วาฬแนะนำว่า หากใครมีเวลาเยอะ และต้องการชมให้ทั่วทั้งสวน ควรเผื่อเวลาไว้อย่างน้อยซัก 2 ชั่วโมงนะครับ

เวลา: 9.00 -17.00
ค่าเข้า: 420 เยน
พิกัด: https://goo.gl/maps/kw7FoXcdubL2

5.สวนสตรอเบอร์รี่โทสุ (Tosu Berry Forest)

สวนสตรอเบอร์รี่ ประจำเมืองโทสุ แห่งนี้ เปิดให้เราเข้าไปเก็บสตรอเบอร์รี่สดๆ ลูกโตๆ กินกันได้ไม่อั้นในเวลา 40 นาที กับ ราคา 1,700 เยน เท่านั้น โดยที่นี่ปลูกไว้ประมาณ 5-6 สายพันธุ์ ให้ทดลองชิมกันครับ วาฬรับรองว่าคุ้มค่าแน่นอน เพราะปกติแล้ว สตรอเบอร์รี่ญี่ปุ่น จะลูกโตและมีรสชาติที่ดี (กรอบและหวาน) แต่ราคาค่อนข้างสูงอยู่แล้ว ดังนั้น กินแบบบุฟเฟ่ต์ แถมยังสด และ สะอาดแบบนี้ นี่แหละ ฟิน! สุดๆครับผม

เวลา: 10.00 -17.00
ราคา: 1,700 เยน ต่อ 40 นาที
พิกัด: https://goo.gl/maps/6dwPho7Q4c72

6.โทสุ พรีเมียม เอาต์เล็ตส์ (Tosu Premium Outlets)

เอาใจสายช้อป ก่อนจบทริปกันซะหน่อยครับ เอาต์เล็ตส์ขนาดใหญ่แห่งนี้เป็นแหล่งรวมร้านสินค้าแบรนด์เนมกว่า 150 ร้าน เลยทีเดียว สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ สามารถไปขอคูปองส่วนลดได้จากจุดประชาสัมพันธ์ ด้วยวิธีการง่ายๆแค่เพียงแสดงพาสปอร์ตให้กับเจ้าหน้าที่ แล้วก็รอรับได้เลยครับผม สำหรับคนที่ต้องติดไปกับเพื่อน แต่ไม่อยากช้อปปิ้ง ที่นี่เค้าตกแต่งได้สวยงามน่าเดินมากๆนะครับ เราสามารถไปหามุมถ่ายรูปเล่นรอเพื่อนได้สบายๆเลย

อย่าลืมมาขอคูปองส่วนลด แค่เพียงแสดงหนังสือเดินทางต่างประเทศเท่านั้นเองครับ
เวลา: 10.00 – 20.00
พิกัด: https://goo.gl/maps/RETE4ReTnsq

รูปสุดท้าย วาฬลาด้วย ฝาท่อระบายนำ้สวยๆ ลวดลายเฉพาะของเมืองซากะ ใครที่มาเที่ยว อย่าลืมแวะมาเก็บภาพกันด้วยนะครับ ^^


Saga: วาฬมีปีกพาขับรถเที่ยวซากะ EP 1

Saga: วาฬมีปีกพาขับรถเที่ยวซากะ EP 2

Saga: วาฬมีปีกพาขับรถเที่ยวซากะ EP 3

Saga: วาฬมีปีกพาขับรถเที่ยวซากะ EP 4